ตัวชี้วัด KPI คืออะไร ? มีผลต่อการประเมินผลงานของคุณอย่างไร ?

JobFinFin สรุปให้
- KPI คือ ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน เป็นเครื่องมือวัดความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด
- kpi เป็นตัวบ่งชี้ทำให้องค์กรติดตามความคืบหน้า การประเมินประสิทธิภาพของพนักงาน และวัดความสำเร็จได้
- การกำหนด KPI ควรใช้หลัก SMART (Specific, Measurable, Achievable, Relevant, Time-bound)
- KPIs แบ่งเป็น 4 ด้านหลัก คือ ด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการภายใน กับด้านการเรียนรู้และพัฒนา
- การวัดผล KPI ต้องเก็บข้อมูลเป็นระบบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ในการทำงานยุคนี้ การวัดผลงานอย่างเป็นระบบถือเป็นหัวใจความสำเร็จขององค์กร KPI หรือ Key Performance Indicator จึงกลายเป็นเครื่องมือหลักที่องค์กรต่าง ๆ นำมาใช้วัดประสิทธิภาพการทำงานในทุกระดับ บทความนี้จะอธิบายว่า KPI คืออะไร และส่งผลต่อการประเมินผลงานของพนักงานแต่ละคนอย่างไรบ้างค่ะ
KPI คืออะไร ?

KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator หรือ "ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน" คือ เครื่องมือวัดความสำเร็จในการทำงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ แสดงผลในรูปแบบของตัวเลขหรือข้อมูลที่วัดและประเมินได้จริง
KPI คือเข็มทิศที่ช่วยนำทางให้ทุกคนในองค์กรทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นตัวบ่งชี้ว่างานนั้นบรรลุผลหรือไม่ ระดับใด หลัก KPI ที่มีประสิทธิภาพต้องกำหนดให้วัดได้ น่าเชื่อถือ สอดคล้องกับเป้าหมายและโครงสร้างองค์กร กับมีกรอบเวลาแน่นอน ตามหลักการ SMART (Specific, Measurable, Achievable, Relevant, Time-bound)
ประโยชน์ของ KPI ต่อการทำงานและองค์กร
การนำ KPI มาใช้ในการทำงานก่อให้เกิดประโยชน์หลากหลายต่อพนักงานกับองค์กร
สำหรับพนักงาน KPI ช่วยสร้างความเข้าใจในความคาดหวัง รู้ว่าต้องทำอะไร อย่างไร เมื่อไร ช่วยสร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน และช่วยให้พนักงานประเมินผลงานตนเองได้ ทำให้เห็นพัฒนาการของตนเอง
สำหรับองค์กร KPI ช่วยวางแผนกลยุทธ์กับการตัดสินใจ ติดตามผลการดำเนินงาน ระบุปัญหาได้เร็ว นำไปสู่การพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นผลลัพธ์กับความสำเร็จร่วมกัน
ตัวอย่าง KPI ที่ใช้ในการทำงาน

การกำหนด KPI จะแตกต่างตามระดับกับลักษณะงาน แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ระดับทีม และระดับองค์กร
ตัวอย่าง KPI สำหรับวัดผลระดับบุคคล
KPI ระดับบุคคลเน้นวัดผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคน เพื่อประเมินประสิทธิภาพกับความสำเร็จ เช่น
- พนักงานขาย ยอดขายต่อเดือน จำนวนลูกค้าใหม่ อัตราการปิดการขาย
- นักการตลาด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ อัตราการเปิดอีเมล อัตราการคลิก
- พนักงานบริการลูกค้า ระยะเวลาตอบข้อร้องเรียน คะแนนความพึงพอใจ อัตราการแก้ปัญหาครั้งแรก
- นักพัฒนาซอฟต์แวร์ จำนวนโค้ด จำนวนบั๊กที่แก้ไข ระยะเวลาพัฒนาโปรเจกต์
ตัวอย่าง KPI สำหรับวัดผลระดับทีมหรือแผนก
KPI ระดับทีมหรือแผนกเน้นวัดผลการทำงานร่วมกันของสมาชิกในทีม เพื่อประเมินความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายร่วม เช่น
- แผนกขาย ยอดขายรวม อัตราการเติบโต ส่วนแบ่งตลาด
- แผนกการตลาด การรับรู้แบรนด์ จำนวนลูกค้าที่มีศักยภาพ Return on Marketing Investment
- แผนก IT ระยะเวลาแก้ปัญหา อัตราความพร้อมใช้งานของระบบ
- แผนกทรัพยากรบุคคล (HR) อัตราการยื่นใบลาออก ระยะเวลาสรรหาพนักงานใหม่ คะแนนความผูกพันของพนักงาน (employee engagement)
ตัวอย่าง KPI สำหรับวัดผลระดับองค์กร
KPI ระดับองค์กรเน้นวัดผลการดำเนินงานรวมขององค์กร เพื่อประเมินความสำเร็จในการบรรลุวิสัยทัศน์กับพันธกิจ เช่น
- ด้านการเงิน กำไรสุทธิ อัตราการเติบโตของรายได้ Return on Investment
- ด้านลูกค้า คะแนนความพึงพอใจ อัตราการรักษาลูกค้า
- ด้านกระบวนการภายใน ประสิทธิภาพการผลิต อัตราของเสีย
- ด้านการเรียนรู้และพัฒนา อัตราการพัฒนาทักษะพนักงาน จำนวนนวัตกรรมใหม่
การกำหนดและวิธีการวัดผล KPI

การกำหนดกับวัดผล KPI ที่เกิดประสิทธิผล คือพื้นฐานที่จะช่วยให้องค์กรประเมินความสำเร็จและนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานได้อย่างต่อเนื่องค่ะ
ขั้นตอนการวางแผนและกำหนดค่า KPI
การวางแผนกับกำหนดค่า KPI ควรมีขั้นตอนดังนี้
- กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย เริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์กับเป้าหมายให้ชัด ว่าต้องการบรรลุอะไร เมื่อไร อย่างไร
- ระบุปัจจัยแห่งความสำเร็จ หาปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมาย
- กำหนดตัวชี้วัด เลือกตัวชี้วัดที่สะท้อนปัจจัยแห่งความสำเร็จได้ตรงประเด็น
- กำหนดค่าเป้าหมาย ตั้งค่าเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้ เปรียบเทียบจากข้อมูลในอดีต มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือเทียบกับคู่แข่ง
- กำหนดวิธีการวัดและแหล่งข้อมูล ระบุว่าจะวัดกับเก็บข้อมูลจากแหล่งใดบ้าง
- กำหนดความถี่ กำหนดว่าจะวัดกับรายงานผล KPI บ่อยแค่ไหน เช่น รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน
วิธีการเก็บข้อมูลเพื่อวัดผล KPI
การวัดผล KPI มีวิธีการหลายรูปแบบ เช่น
- ระบบจัดการข้อมูล ใช้ระบบ ERP, CRM หรือ HRIS และ hr software เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ
- แบบสำรวจและแบบประเมิน ใช้แบบสำรวจเพื่อเก็บ feedback เชิงคุณภาพ — Feedback คืออะไร ? ให้/รับ ฟีดแบค ในการทำงานและสมัครงานอย่างไร
- การสังเกตและการสัมภาษณ์ ใช้การสังเกตกับการสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเชิงลึก
- รายงานและเอกสาร ใช้รายงานกับเอกสารที่มีอยู่เก็บข้อมูลผลการดำเนินงาน
- เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ Google Analytics หรือ Power BI เก็บและวิเคราะห์
การทบทวนและปรับปรุง KPI ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
การทบทวนกับปรับปรุง KPI อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้องค์กรปรับตัวและพัฒนาได้ตลอดเวลา
- ทบทวนผลการดำเนินงาน จัดประชุมทบทวนผลงานเป็นประจำ ติดตามความก้าวหน้าและหาปัญหา
- วิเคราะห์ช่องว่างและสาเหตุ ดูช่องว่างระหว่างผลงานจริงกับเป้าหมาย หาสาเหตุของช่องว่าง
- กำหนดแนวทางปรับปรุง วางแผนปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาและลดช่องว่าง
- ปรับ KPI ปรับเปลี่ยน KPI ให้เข้ากับสถานการณ์กับกลยุทธ์องค์กรที่เปลี่ยนไป
- สื่อสารการเปลี่ยนแปลง แจ้งการเปลี่ยนแปลงของ KPI ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
ประเภทของ Key Performance Indicators ที่พบได้
KPI สามารถแบ่งได้ตามมุมมองกับลักษณะการวัดผล กรอบแนวคิดที่ใช้กันมากคือ Balanced Scorecard แบ่ง KPI เป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้
KPI ด้านการเงิน
KPI ด้านการเงินเกี่ยวข้องกับผลดำเนินงานทางการเงินขององค์กร เกี่ยวพันกับความอยู่รอดกับการเติบโต ตัวอย่างเช่น
- รายได้ วัดมูลค่ารายได้ทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง
- กำไรสุทธิ วัดผลกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- อัตรากำไรขั้นต้น วัดประสิทธิภาพในการทำกำไรจากการขาย
- Return on Investment และ โบนัส วัดผลตอบแทนจากการลงทุน
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน วัดความเสี่ยงทางการเงิน
- กระแสเงินสดอิสระ วัดความสามารถในการสร้างเงินสด
KPI ด้านลูกค้า
KPI ด้านลูกค้าเกี่ยวข้องกับความพึงพอใจกับความสัมพันธ์ลูกค้า ส่งผลต่อความสำเร็จระยะยาว ตัวอย่างเช่น
- คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า วัดระดับความพึงพอใจต่อสินค้าหรือบริการ
- Net Promoter Score วัดโอกาสที่ลูกค้าจะแนะนำสินค้าหรือบริการ
- อัตราการรักษาลูกค้า วัดความสามารถในการรักษาลูกค้าเดิม
- Customer Lifetime Value วัดมูลค่ารวมที่คาดว่าจะได้จากลูกค้าตลอดระยะเวลา
- อัตราการเติบโตของฐานลูกค้า วัดการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้า
- ต้นทุนในการได้มาซึ่งลูกค้า วัดค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่
KPI ด้านกระบวนการภายใน
KPI ด้านกระบวนการภายในเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพกับประสิทธิผลของกระบวนการทำงาน ส่งผลต่อคุณภาพสินค้าหรือบริการ ตัวอย่างเช่น
- ประสิทธิภาพการผลิต ตามหลักการ 5 ส วัดอัตราส่วนของผลผลิตต่อทรัพยากรที่ใช้
- อัตราของเสีย วัดจำนวนของเสียในกระบวนการผลิต
- ระยะเวลาในการผลิต วัดเวลาที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือให้บริการ
- อัตราการส่งมอบตรงเวลา วัดความสามารถในการส่งมอบตามกำหนด
- อัตราการใช้กำลังการผลิต วัดประสิทธิภาพในการใช้กำลังการผลิต
- ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา วัดเวลาที่ใช้ในการแก้ปัญหา
KPI ด้านการเรียนรู้และพัฒนา
KPI ด้านการเรียนรู้และพัฒนาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับองค์ความรู้ ส่งผลต่อความสามารถในการปรับตัวกับเติบโต ตัวอย่างเช่น
- อัตราการเข้าโปรแกรมฝึกอบรมพนักงาน วัดจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมต่อพนักงาน
- คะแนนความผูกพันของพนักงาน วัดระดับความผูกพันต่อองค์กร
- อัตราการลาออกของพนักงาน วัดอัตราการลาออก
- จำนวนนวัตกรรมใหม่ วัดความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
- อัตราการพัฒนาทักษะพนักงาน วัดความก้าวหน้าในการพัฒนาทักษะ เช่น soft skill
- จำนวนข้อเสนอแนะจากพนักงาน วัดการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงองค์กร
สรุป
KPI หรือ Key Performance Indicator คือ เครื่องมือวัดผลการปฏิบัติงานที่ช่วยให้องค์กรติดตามความคืบหน้า ประเมินประสิทธิภาพ กับวัดความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม การกำหนด KPI ที่มีคุณภาพควรวัดได้ เป็นจริง สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร กับมีกรอบเวลาที่แน่นอน
KPI มีหลายประเภทตามมุมมองกับลักษณะการวัดผล ทั้ง KPI ด้านการเงินที่สะท้อนในสลิปเงินเดือน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการภายใน กับด้านการเรียนรู้และพัฒนา แต่ละองค์กรควรเลือก KPI ที่เหมาะกับลักษณะธุรกิจกับกลยุทธ์
การวัดผล KPI ต้องเก็บข้อมูลเป็นระบบ วิเคราะห์กับรายงานผลเป็นประจำ รวมถึงทบทวนกับปรับปรุง KPI ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เพื่อให้องค์กรปรับตัวกับพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องค่ะ
