เงินประกันสังคม | สรุปวิธีจ่ายเงินสมทบ ช่องทางชำระ และการจ่ายย้อนหลัง

JobFinFin สรุปให้ (Key Takeaway)
- เงินประกันสังคม คือหลักประกันในการดำรงชีวิตของผู้มีรายได้ การจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อร่วมรับผิดชอบเฉลี่ยความเสี่ยงร่วมกัน
- ผู้มีหน้าที่จ่ายเงินประกันสังคมแบ่งเป็น 3 มาตรา คือ มาตรา 33 (ลูกจ้าง) มาตรา 39 (ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33) และมาตรา 40 (ผู้ประกอบอาชีพอิสระ)
- จ่ายเงินสมทบได้หลายช่องทาง ทั้งรูปแบบดั้งเดิมที่เคาน์เตอร์ธนาคาร และรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Payment แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" หรือแอปธนาคาร
- จ่ายประกันสังคมย้อนหลังได้ถ้าขาดส่งไม่เกิน 3 เดือน โดยติดต่อสำนักงานประกันสังคมท้องที่
- ตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินสมทบง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือแอปพลิเคชันสำนักงานประกันสังคม
เงินประกันสังคม คือระบบสวัสดิการพื้นฐานที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของแรงงานไทย ช่วยบรรเทาภาระการเงินเมื่อเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือช่วงว่างงานและการลงทะเบียนว่างงานประกันสังคมออนไลน์ บทความนี้ JobFinFin ขอนำเสนอเรื่องประกันสังคม วิธีจ่ายเงินสมทบ ช่องทางชำระเงิน และข้อมูลการจ่ายย้อนหลัง เพื่อให้ท่านได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมสูงสุดถูกต้องตามกฎหมาย
เงินประกันสังคม คืออะไร ? ทำไมต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคม

เงินประกันสังคม คือหลักประกันในการดำรงชีวิตของกลุ่มสมาชิกที่มีรายได้ โดยการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อร่วมรับผิดชอบเฉลี่ยความเสี่ยงจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน ทำให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาพยาบาลและรายได้ทดแทนต่อเนื่องเมื่อต้องการ การจ่ายประกันสังคมมีประโยชน์หลายด้านต่อผู้ประกันตน ดังนี้
- สร้างความมั่นคงในชีวิต ช่วยเฉลี่ยความเสี่ยงร่วมกันสร้างความมั่นคงให้ผู้ประกันตนและครอบครัว
- ได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร รวมถึงเงินบำนาญชราภาพ
- หลักประกันในอนาคต มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณผ่านระบบเงินบำนาญหรือบำเหน็จชราภาพ
- ข้อบังคับตามกฎหมายแรงงาน ลูกจ้างและนายจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม
ผู้ที่มีหน้าที่ส่งเงินประกันสังคม
ผู้ที่มีหน้าที่จ่ายเงินประกันสังคมในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามมาตราต่าง ๆ ได้แก่
1. ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ลูกจ้าง)
- ลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการ
- นายจ้างและลูกจ้างต้องร่วมจ่ายเงินสมทบตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
- ได้รับความคุ้มครองครบทั้ง 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน
2. ผู้ประกันตนตามมาตรา 39
- ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน และต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อเนื่อง
- ต้องเคยจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
- จ่ายเงินสมทบด้วยตนเอง โดยไม่มีนายจ้างร่วมจ่าย
- ได้รับสิทธิประโยชน์ 6 กรณี (ยกเว้นกรณีว่างงาน)
3. ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (ผู้ประกอบอาชีพอิสระ)
- ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ 39
- สามารถเลือกจ่ายเงินสมทบได้หลายแบบตามทางเลือก
- มี 3 ทางเลือกในการจ่ายเงินสมทบ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับก็จะต่างกัน
วิธีการจ่ายเงินประกันสังคม และการชำระเงินสมทบ
การจ่ายเงินประกันสังคมมีหลากหลายช่องทาง ทำให้ผู้ประกันตนเลือกวิธีที่สะดวกสุดมี 2 รูปแบบหลัก คือ ช่องทางการจ่ายแบบดั้งเดิม และการจ่ายประกันสังคมออนไลน์
ช่องทางการจ่ายค่าประกันสังคมแบบดั้งเดิม
1. ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารธนชาต
- ผู้ประกันตนมาตรา 40 ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร 2 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา
2. ชำระผ่านหน่วยบริการอื่น ๆ
- ผู้ประกันตนมาตรา 40 ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือเทสโก้โลตัส โดยรับใบเสร็จทันที
3. หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 ยื่นแบบขอจ่ายเงินด้วยวิธีหักบัญชีเงินฝากธนาคาร โดยนำสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมที่ขึ้นทะเบียน
- ระบบหักเงินทุกวันที่ 15 ของเดือน
- ต้องมีเงินในบัญชีเพียงพอสำหรับการหักเงินสมทบ
การจ่ายประกันสังคมออนไลน์ ผ่านระบบ e-Payment
การจ่ายเงินประกันสังคมออนไลน์ คือระบบชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ที่สำนักงานประกันสังคมพัฒนาขึ้นเพื่อให้การจ่ายเงินสมทบสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง มีหลายช่องทาง ได้แก่
1. ชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร
- ชำระผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Krungthai NEXT โดยกรอกข้อมูลบัตรประชาชนและข้อมูลการจ่ายเงินสมทบ
- ธนาคารที่มีบริการ เช่น กรุงศรีอยุธยา กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ฯลฯ
2. ชำระผ่านเว็บไซต์ธนาคาร (Internet Banking)
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 ชำระผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของ 6 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงไทย กรุงศรีอยุธยา ธนชาต กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ และทหารไทย
3. ชำระผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
- กระทรวงแรงงานเพิ่มช่องทางชำระเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 39 และมาตรา 40 ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เพิ่มความสะดวก ลดค่าใช้จ่าย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล
ข้อดีของการจ่ายประกันสังคมออนไลน์
- ลดเวลาเดินทางไปสำนักงานประกันสังคมหรือธนาคาร
- ระบบคำนวณยอดเงินที่ต้องชำระให้อัตโนมัติ ไม่ต้องคำนวณเอง
- ทำรายการได้รวดเร็วภายในไม่กี่นาที
- ตั้งเวลาการชำระเงินล่วงหน้าได้
- ลดความเสี่ยงการเสียค่าปรับจากการจ่ายเงินสมทบล่าช้า
- ชำระเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา 24 ชั่วโมง
การจ่ายประกันสังคมมาตรา 33 สำหรับลูกจ้าง

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 คือลูกจ้างในสถานประกอบการ การจ่ายเงินประกันสังคมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
วิธีการคำนวณเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33
- ลูกจ้างถูกหักเงินสมทบจาก เงินเดือนซึ่งจะแสดงในสลิปเงินเดือน ประมาณ 5% แต่ไม่เกิน 750 บาท (คำนวณจากค่าจ้างสูงสุดที่นำมาคำนวณคือ 15,000 บาท)
- นายจ้างจ่ายเงินสมทบในสัดส่วนเท่ากับลูกจ้าง
- รัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบส่วนหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด
การนำส่งเงินสมทบมาตรา 33
- นายจ้างมีหน้าที่นำจ่ายเงินสมทบส่วนของนายจ้างและลูกจ้างให้ฝ่าย HR หรือสำนักงานประกันสังคม ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- นายจ้างนำจ่ายเงินสมทบผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์
- ถ้านายจ้างนำจ่ายเงินสมทบล่าช้า จะเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ต้องนำจ่าย
สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 33
ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับสิทธิประโยชน์ครบทั้ง 7 กรณี ได้แก่
1. กรณีเจ็บป่วย
- ต้องจ่ายเงินประกันสังคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเข้ารับการรักษา
- ได้รับสิทธิรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลตามที่เลือกไว้
2. กรณีคลอดบุตร
- ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนวันคลอดบุตร
- ได้รับค่าบริการทางการแพทย์แบบเหมาจ่ายในอัตรา 15,000 บาท/การคลอดบุตรหนึ่งครั้ง
- ค่าตรวจและฝากครรภ์ เบิกได้ตามจริงจำนวน 5 ครั้ง รวมไม่เกิน 1,500 บาท
3. กรณีสงเคราะห์บุตร
- ต้องจ่ายเงินประกันสังคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนขอรับเงินสงเคราะห์บุตร
- ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรแบบเหมาจ่าย จำนวน 800 บาท/เดือน/บุตร 1 คน สูงสุดครั้งละ 3 คน ค่ะ
- สำหรับบุตรที่มีอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์
4. กรณีทุพพลภาพ
- ต้องจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในเวลา 15 เดือน ก่อนทุพพลภาพ
- กรณีทุพพลภาพรุนแรง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตรา 50% ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิต
5. กรณีเสียชีวิต
- รับค่าทำศพ 50,000 บาท
- กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน รับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 4 เดือน
- กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป รับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 12 เดือน
6. กรณีชราภาพ
- จ่ายประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพหรือโบนัสก้อนสุดท้ายเป็นรายเดือน ในอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
- ถ้าจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับการปรับเพิ่มบำนาญชราภาพอีกร้อยละ 1.5 สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนทุก ๆ 12 เดือน
7. กรณีว่างงาน
- ต้องจ่ายเงินประกันสังคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงานหรือถูกเลิกจ้าง และมีระยะว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
- ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
การจ่ายประกันสังคมด้วยตัวเอง และการส่งเงินประกันสังคมเอง

นอกจากผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้ว ยังมีผู้ประกันตนที่ต้องจ่ายเงินประกันสังคมด้วยตัวเอง ได้แก่ มาตรา 39 และมาตรา 40 ค่ะ
การจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 39
ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือ ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน และประสงค์จะรักษาสิทธิประกันสังคมต่อเนื่อง มีรายละเอียดดังนี้
1. อัตราเงินสมทบ ต้องจ่ายเงินประกันสังคมเดือนละ 432 บาท (เงินสมทบ 9% ของฐานค่าจ้าง 4,800 บาท)
2. ช่องทางการจ่ายเงิน
- ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
- ชำระผ่านระบบออนไลน์ของธนาคาร
- ชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร หรือแอป "เป๋าตัง"
- หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ
3. ต้องจ่ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
4. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับมี 6 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และชราภาพ (ยกเว้นกรณีว่างงาน)
การจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40
ผู้ประกันตนมาตรา 40 คือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มิได้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
1. ทางเลือกในการจ่ายเงินประกันสังคม
- ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาทต่อเดือน คุ้มครอง 3 กรณี คือ เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ซึ่งอาจต้องใช้ใบลาออกหากต้องพักรักษาตัวนาน
- ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาทต่อเดือน คุ้มครอง 4 กรณี คือ เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และชราภาพ
- ทางเลือกที่ 3 จ่ายในอัตราที่สูงขึ้นและได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น
2. ช่องทางการจ่ายเงิน
- ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร 2 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- ชำระผ่านหน่วยบริการอื่น เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือเทสโก้โลตัส
- หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติผ่านธนาคาร 6 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- จ่ายเงินประกันสังคมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
3. เงื่อนไขการรับสิทธิ
- ต้องจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 เดือน ก่อนเดือนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
- สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะแตกต่างกันตามทางเลือกในการจ่ายเงินสมทบ
การจ่ายประกันสังคมย้อนหลัง
ในกรณีที่ผู้ประกันตนขาดจ่ายเงินสมทบ รอบการจ่ายประกันสังคมรอบใดรอบหนึ่ง ถ้าไม่รีบแก้ไข จะทำให้เสียสิทธิประโยชน์บางส่วน การจ่ายเงินประกันสังคมย้อนหลังจึงเป็นวิธีช่วยรักษาสิทธิเหล่านั้นไว้ ดังนี้
กรณีที่สามารถจ่ายเงินสมทบย้อนหลังได้
ผู้ประกันตนมาตรา 39
- จ่ายเงินสมทบย้อนหลังได้ในกรณีที่ขาดจ่ายไม่เกิน 3 เดือน
- ถ้าขาดจ่ายเกิน 3 เดือนติดต่อกัน จะสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และต้องสมัครเป็นผู้ประกันตนใหม่
ผู้ประกันตนมาตรา 40
- จ่ายเงินสมทบย้อนหลังได้เช่นกัน แต่เงื่อนไขต่างกันตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม
วิธีการจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง
ถ้าพบว่ามีการขาดจ่ายเงินสมทบประกันสังคม ในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้นำจ่ายเงินสมทบควรรีบติดต่อฝ่ายบุคคลของสถานที่ทำงานเพื่อแจ้งปัญหา หรือหากเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจควรรีบติดต่อสำนักงานประกันสังคมท้องที่ เพื่อขอจ่ายเงินประกันสังคมย้อนหลังในกรณีที่ขาดจ่ายไม่เกิน 3 เดือน ขั้นตอนการจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง มีดังนี้
1. ติดต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
- นำบัตรประชาชนและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วย
- แจ้งความประสงค์ในการจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง
2. ยื่นคำร้องขอชำระเงินสมทบย้อนหลัง
- กรอกแบบฟอร์มตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
- ระบุเดือนที่ต้องการชำระเงินย้อนหลัง
3. ระเงินสมทบตามยอดที่คำนวณได้
- ชำระผ่านช่องทางที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
- เก็บใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน
ผลกระทบจากการขาดจ่ายเงินสมทบ
การขาดจ่ายเงินประกันสังคมจะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ดังนี้
- สูญเสียความต่อเนื่องในการรับสิทธิประโยชน์ ท่านอาจไม่มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนในบางกรณี เพราะไม่เข้าเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบ
- สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนโดยอัตโนมัติ กรณีผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ขาดจ่ายเกิน 3 เดือนติดต่อกัน
- เสียโอกาสในการสะสมเงินบำเหน็จชราภาพ ทำให้เงินชดเชยเลิกจ้างเมื่อเกษียณอายุลดลง
การตรวจสอบข้อมูลเงินส่งประกันสังคม

การตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินประกันสังคมสิ่งสำคัญที่ผู้ประกันตนควรทำเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินสมทบถูกนำจ่ายถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งจะช่วยรักษาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ท่านควรได้รับ
วิธีเช็คสถานะการจ่ายเงินสมทบ
มีช่องทางสะดวกหลายช่องทางในการตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินประกันสังคม ดังนี้ค่ะ
1. ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th)
- เข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th และล็อกอินเข้าระบบ
- เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว เลือกที่ "ข้อมูลการจ่ายเงินสมทบ" เพื่อดูรายละเอียด
- ระบบจะแสดงข้อมูลงวดเงินสมทบ วันที่ชำระเงิน เปอร์เซ็นต์เงินสมทบ และจำนวนเงินสมทบที่นำจ่าย
2. ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันสำนักงานประกันสังคม (SSO Connect)
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Connect
- ลงทะเบียนและล็อกอินเข้าระบบ
- เลือกเมนูตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินสมทบ
3. ติดต่อสำนักงานประกันสังคมโดยตรง
- นำบัตรประชาชนไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
- เจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบข้อมูลให้ท่าน
4. โทรสายด่วนประกันสังคม 1506
- โทรสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ต้องยืนยันตัวตนด้วยเลขบัตรประชาชน
การตรวจสอบข้อมูลเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี
เงินประกันสังคมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ โดยมีวิธีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษี ดังนี้ค่ะ
1. การขอหนังสือรับรองการจ่ายเงินสมทบ
- ติดต่อขอหนังสือรับรองการจ่ายเงินสมทบได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
- ดาวน์โหลดผ่านระบบออนไลน์บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
2. การตรวจสอบยอดเงินสมทบที่นำไปลดหย่อนได้
- เลือกเมนู "การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ" บนเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม
- ระบบจะแสดงข้อมูลจำนวนเงินสมทบของผู้ประกันตน จำนวนเงินสมทบของนายจ้าง จำนวนเงินสมทบของรัฐ และยอดเงินรวมรายปี
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถนำเงินสมทบที่ถูกหักจากเงินเดือนมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 9,000 บาทต่อปี โดยใช้หนังสือรับรองเงินเดือนประกอบ หรือใช้ข้อมูลจากเอกสารคล้ายใบกำกับภาษีที่ออกโดยประกันสังคม
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 สามารถนำเงินสมทบที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง
สรุป
เงินประกันสังคม ระบบสวัสดิการพื้นฐานที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของผู้ประกันตน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างในสถานประกอบการ (มาตรา 33) ผู้ที่เคยเป็นลูกจ้างและต้องการรักษาสิทธิต่อเนื่อง (มาตรา 39) หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ (มาตรา 40) โดยการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมจะช่วยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ในยามที่ต้องการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต เงินสงเคราะห์บุตร เงินบำนาญชราภาพ และเงินทดแทนกรณีว่างงาน
ปัจจุบัน การจ่ายเงินประกันสังคมมีหลากหลายช่องทางให้เลือกตามความสะดวก ทั้งช่องทางดั้งเดิมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร และช่องทางจ่ายประกันสังคมออนไลน์ผ่านระบบ e-Payment ช่วยให้การจ่ายเงินสมทบเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนยุ่งยาก และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ควรตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินสมทบเป็นประจำ ช่วยให้มั่นใจว่าสวัสดิการพนักงานและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จะยังคงอยู่ครบถ้วน
สำหรับผู้ที่ขาดจ่ายเงินสมทบ สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่เพื่อขอจ่ายประกันสังคมย้อนหลังได้ ถ้าขาดจ่ายไม่เกิน 3 เดือน จะช่วยรักษาสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับไว้ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ หรือสายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง และเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th ค่ะ
