Pain Point คืออะไร ? พร้อมตัวอย่างในชีวิต การทำงาน และธุรกิจ

JobFinFin สรุปให้ (Key Takeaway)
- Pain Point คือ จุดที่สร้างความไม่สบายใจ หรือปัญหาที่สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า ธุรกิจ หรือบุคคล
- ธุรกิจจำเป็นต้องระบุและแก้ไข Pain Point เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน
- แบ่งได้ 4 ประเภทหลัก ได้แก่ Business Pain Point, Customer Pain Point, Pain Point ในการทำงาน และ Pain Point ในชีวิตประจำวัน
- การค้นหา Pain Point ทำได้หลายวิธี เช่น การสำรวจความคิดเห็น การใช้เครื่องมือ SWOT Analysis และ Social Listening ค่ะ
- ธุรกิจที่แก้ไขจุดที่มีปัญหาได้อย่างมีประสิทธิผลจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว
Pain Point คือ ปัญหาของธุรกิจหรือความไม่พอใจที่ลูกค้า ถ้าแปลตรงตัวจากทั้งสองคำนี้ก็จะแปลความหมายได้ว่า "จุดที่เกิดความไม่สบายใจ" ในบริบทของธุรกิจและการตลาด Pain Point หมายถึงปัญหา อุปสรรค หรือความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค องค์กร หรือบุคคลในการใช้สินค้า บริการ หรือในการดำเนินชีวิตประจำวัน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก็เป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาธุรกิจค่ะ
Pain Point คืออะไร ?

Pain Point คือ จุดที่สร้างความไม่สบายใจหรือปัญหาที่ทำให้ลูกค้า ธุรกิจ หรือบุคคลไม่พอใจ ในหลักการทางการตลาด มีการนำคำนี้มาใช้ เพราะมันคือความไม่สบายใจของลูกค้า ที่กำลังพบปัญหา การใช้สินค้า บริการ ผลิตภัณฑ์ หรือ พฤติกรรมผู้บริโภค ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่ควรสะดวกสบายมากกว่านี้ค่ะ
ตามหลักสากล Pain Point คือจุดเริ่มต้นในการสร้างโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด หรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้า องค์กร หรือบุคคล ปัญหาเหล่านี้อาจรุนแรงหรือไม่ก็ได้ แต่ผู้ประสบปัญหาจะรู้สึกถึงความไม่สะดวก ความผิดหวัง หรือความลำบากในการดำเนินชีวิตหรือการทำธุรกิจ สามารถเป็นได้ทั้งปัญหาทางกายภาพ ปัญหาด้านอารมณ์ หรือปัญหาทางการเงินค่ะ
ในภาษาไทย เรามักแปล Pain Point ว่า "จุดเจ็บปวด" หรือ "จุดอ่อน" ที่เป็นอุปสรรค ปัญหา หรือข้อจำกัดที่กำลังเผชิญอยู่ สร้างความยุ่งยาก ก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการดำเนินการ หรือสร้างความเสียหายต่อธุรกิจ ในบริบทของการตลาดไทย Pain Point มักหมายถึงความไม่พอใจของลูกค้าที่มีต่อสินค้าหรือบริการ รวมถึงปัญหาที่องค์กรเผชิญในการดำเนินธุรกิจ
ลักษณะทั่วไปที่บ่งชี้ว่าเป็น Pain Point
- ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และสร้างความไม่พึงพอใจ
- ก่อให้เกิดความยุ่งยากหรือความไม่สะดวกในการดำเนินการ
- ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความพอใจของลูกค้า หรือประสิทธิภาพของธุรกิจ
- จุดที่ลูกค้าหรือผู้ใช้งาน แสดงความไม่พอใจหรือบ่นถึงบ่อย ๆ
- ลูกค้าใช้คำว่า "มาก/เกินไป" เช่น รอนานมากเกินไป แพงมากเกินไป
- สิ่งที่ลูกค้ากลัวหรือกังวลจนนอนไม่หลับ
ประเภทของ Pain Point ที่พบบ่อย

Pain Point สามารถแบ่งได้หลายประเภทตามบริบทและผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยมีประเภทหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ
1. Business Pain Point ปัญหาที่องค์กรเผชิญ
Business Pain Point คือปัญหาหรือจุดอ่อนที่องค์กรหรือธุรกิจเผชิญในการดำเนินงาน ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น
- การขาดแคลน บุคลากรหรือฝ่าย hr ที่มีทักษะและประสบการณ์
- การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม
- ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงเกินไป
- ระบบการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
- สินค้าสต็อกไว้ไม่พอส่งให้ลูกค้า หรือทำงานไม่ทันด้วยออร์เดอร์ที่เยอะมาก
2. Customer Pain Point ความเจ็บปวดของลูกค้า
Customer Pain Point คือปัญหาหรือความไม่พอใจที่ลูกค้าพบเมื่อใช้สินค้าหรือบริการ ส่งผลเสียต่อประสบการณ์หรือความพึงพอใจที่มีต่อสินค้าหรือบริการ ตัวอย่างเช่น
- สินค้ามีราคาแพงเกินไปเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ
- การให้บริการล่าช้าหรือไม่มีประสิทธิภาพ
- บรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานยาก สินค้าต้องใช้กรรไกร มีด หรือใช้แรงมากจนเกินไปในการเปิด ทำให้เกิดความหงุดหงิดใจ
- ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ บริการจัดส่งอาหารมีให้บริการเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ ทำให้ลูกค้าในแถบชานเมืองหรือชนบทไม่ได้รับบริการอย่างทั่วถึง
- สินค้าหรือบริการไม่ตอบสนองความต้องการหรือความคาดหวังของลูกค้า
3. Pain Point ในการทำงานและเส้นทางอาชีพ
Pain Point ในการทำงาน คือปัญหาหรือความท้าทายที่บุคคลเผชิญในการทำงานหรือในเส้นทางอาชีพ เช่น
- การขาดความก้าวหน้าในอาชีพ
- สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เอื้ออำนวย
- การขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารหรือเพื่อนร่วมงาน
- ค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมกับภาระงาน
- การขาดความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว หรือ Work Life Balance
4. Pain Point ในชีวิตประจำวัน ที่เรามองข้าม
Pain Point ในชีวิตประจำวัน คือปัญหาหรือความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะออกจากบ้านไปทำงาน จับจ่ายใช้สอยสินค้าต่าง ๆ หรือการติดต่อธุรกรรม ที่ทำให้เกิดอารมณ์ไม่พอใจ เช่น
- การจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน
- การรอคิวนานในการใช้บริการต่าง ๆ
- ความยุ่งยากในการจัดการเอกสารราชการ
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานยากหรือมีปัญหาบ่อย
- การหาที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า
วิธีการค้นหาและระบุ Pain Point

การค้นหาและระบุ Pain Point คือขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและปรับปรุงสินค้าหรือบริการ โดยมีวิธีการหลายวิธีได้แก่
1. การสำรวจและรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า
- การทำแบบสอบถามหรือสำรวจความคิดเห็นจากลูกค้า
- การสัมภาษณ์ลูกค้าเพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการ
- Focus Group คือการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การรวบรวมกลุ่มลูกค้าแล้วสัมภาษณ์เป็นรายบุคคลโดยละเอียด
- การรวบรวมข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียนจากลูกค้า
2. การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางธุรกิจ
- การใช้ SWOT Analysis ในการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจ
- การใช้ Ansoff Matrix ในการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการ และตลาด
- การวิเคราะห์คู่แข่งเพื่อเปรียบเทียบจุดแข็งและจุดอ่อน
- การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มของตลาด
3. การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล
- การใช้เครื่องมือ Social Listening เพื่อติดตามความคิดเห็นและการพูดถึงแบรนด์บนสื่อสังคมออนไลน์
- การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก Mandala Analytics ที่ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลที่ถูกโพสต์ หรือการพูดคุยแบบสาธารณะบนโซเชียลมีเดีย
- การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
- การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics)
4. การสังเกตและทดสอบการใช้งาน
- การสังเกตพฤติกรรมการใช้สินค้าและบริการของลูกค้าจริง ค่ะ
- การทดสอบการใช้งานสินค้าหรือบริการโดยกลุ่มตัวอย่าง
- การจำลองสถานการณ์การใช้งานเพื่อค้นหาจุดที่อาจเกิดปัญหา
- การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานจริง
ตัวอย่าง Pain Point เพื่อให้เห็นภาพ

การทำความเข้าใจ Pain Point จะง่ายขึ้นเมื่อเราเห็นตัวอย่างในด้านต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรม เช่น
Pain Point Example ด้านการเงิน
- ค่าธรรมเนียมธนาคารที่สูงและไม่โปร่งใส
- ปัญหาด้านการเงินมีความสำคัญมากใน Pain Point ของลูกค้า เพราะปัญหานี้จะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้ารู้สึกว่าเงินที่จ่ายไป ไม่คุ้มกับสินค้าหรือบริการที่ได้รับมา
- การเข้าถึงบริการทางการเงินที่ยุ่งยากและใช้เวลานาน
- ระบบการชำระเงินออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือหรือมีขั้นตอนมากเกินไป เช่น การขอใบกำกับภาษีที่ยุ่งยาก
- การไม่สามารถติดตามค่าใช้จ่ายหรือจัดการงบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Pain Point Example ด้านประสิทธิภาพการทำงาน
- การใช้เวลามากเกินไปกับงานที่ไม่สร้างมูลค่า
- ระบบการทำงานที่ซับซ้อนและไม่เป็นระบบ
- การสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพระหว่างทีมหรือแผนก ทำให้ขาด feedback ที่ดีต่อกัน
- เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ล้าสมัย
- การขาดการอบรมหรือพัฒนาทักษะที่จำเป็น
Pain Point Example ด้านกระบวนการ
- ขั้นตอนการสมัครหรือลงทะเบียนที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน เช่น การกรอกใบสมัครงาน (ดาวน์โหลดแบบฟอร์มฟรี! Word/PDF)
- กระบวนการอนุมัติที่ล่าช้าและไม่โปร่งใส
- การไม่สามารถติดตามสถานะของกระบวนการได้
- ขั้นตอนการคืนสินค้าหรือการขอเงินคืนที่ยุ่งยาก
- กระบวนการแก้ไขปัญหาที่ไม่มีประสิทธิภาพ
Pain Point Example ด้านการสนับสนุน
- การรอคิวนานในการติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
- เวลาที่ติดต่อสอบถามปัญหาสินค้าหรือบริการก็ไม่ได้รับการตอบกลับสักที หรือต้องบอกเล่าปัญหาซ้ำ ๆ จนน่าเบื่อ
- การได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
- การขาดช่องทางการสนับสนุนที่หลากหลาย
- เจ้าหน้าที่ขาดความรู้หรือทักษะในการให้ความช่วยเหลือ
Pain Points Examples จากมุมมองผู้ใช้งานจริง
- "ลูกค้าในแถบชานเมืองหรือชนบทไม่ได้รับบริการอย่างทั่วถึง เพราะร้านอาหารดีลิเวอรี่ไม่ครอบคลุมพื้นที่"
- "ต้องรอสายนานกว่าจะได้คุยกับเจ้าหน้าที่ แล้วพอได้คุยก็ต้องเล่าปัญหาใหม่ทุกครั้ง"
- "แอปพลิเคชันธนาคารใช้งานยาก มีขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่ซับซ้อนเกินไป"
- "ซื้อสินค้าออนไลน์แล้วได้รับสินค้าไม่ตรงกับรูปภาพที่โฆษณาไว้"
- "ไม่สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการบนเว็บไซต์ของบริษัทได้อย่างรวดเร็ว"
ตัวอย่าง Pain Point ของผู้สมัครงาน
- กระบวนการสมัครงานที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน
- การไม่ได้รับข้อมูลย้อนกลับหลังจากการสัมภาษณ์ — รับมือ 14 คำถาม “สัมภาษณ์งาน” ที่พบบ่อย พร้อมตัวอย่างการตอบ!
- การขาดความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่งงานและความรับผิดชอบ
- การสัมภาษณ์งานที่ไม่มีการเตรียมการที่ดีหรือไม่เป็นมืออาชีพ
- การไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมและโครงสร้างองค์กร
Pain Point Marketing การนำไปใช้ในเชิงการตลาด
Pain Point Marketing คือการใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาของลูกค้าในการวางแผน และดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาด โดยมีวิธีการดังนี้ค่ะ
1. การระบุและเข้าใจ Pain Point ของกลุ่มเป้าหมาย
- การวิจัยและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
- การสร้างโปรไฟล์ลูกค้า (Customer Persona) เพื่อเข้าใจ Pain Point ที่แตกต่างกันของแต่ละกลุ่ม
- การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุปัญหาที่มีผลกระทบมากที่สุดต่อกลุ่มเป้าหมาย
2. การพัฒนาสินค้าหรือบริการที่แก้ไข Pain Point
- การออกแบบและพัฒนาสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองต่อ Pain Point ของลูกค้า
- การปรับปรุงสินค้าหรือบริการที่มีอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาที่พบ
- การสร้างคุณค่าเพิ่มที่แตกต่างจากคู่แข่ง
3. การสื่อสารและนำเสนอวิธีแก้ไข Pain Point
- การสร้างเนื้อหาที่แสดงให้เห็นว่าสินค้าหรือบริการสามารถแก้ไข Pain Point ได้อย่างไร
- การใช้การตลาดแบบเล่าเรื่อง (Storytelling) เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับ
- การใช้กรณีศึกษาหรือบทความความเห็นของลูกค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
4. การวัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- การติดตามและวัดผลความพึงพอใจของลูกค้าหลังจากใช้สินค้าหรือบริการ
- การรวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงสินค้าหรือบริการอย่างต่อเนื่อง
- การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุ Pain Point ใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
Point Solution การเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส

การค้นพบกับแก้ไข Pain Point คือโอกาสในการพัฒนาธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน โดยมีแนวทางดังนี้ ค่ะ
1. การมองปัญหาเป็นโอกาส
- การรู้ Pain Point ของลูกค้าอาจจุดไอเดียสินค้าใหม่
- การค้นหาช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีผู้ให้บริการที่ตอบสนองต่อ Pain Point นั้น ๆ
- การพัฒนานวัตกรรมหรือโซลูชั่นใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีอยู่
2. การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
- หากอีกแบรนด์สามารถแก้ Pain Point เหล่านี้ และทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีได้ ก็จะมีแนวโน้มสูงมากว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อหรือใช้บริการซ้ำ
- การนำเสนอวิธีแก้ไขปัญหาที่ดีกว่าหรือแตกต่างจากคู่แข่ง
- การสร้างประสบการณ์ลูกค้าและการทำงานเป็นทีมที่เหนือกว่า และตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริง
3. การพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้า
- Pain Point คือสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายผ่านการระบุปัญหา ความต้องการ และความคาดหวังที่แท้จริงของลูกค้า
- การแสดงให้เห็นว่าธุรกิจเข้าใจและใส่ใจต่อปัญหาของลูกค้า
- การสร้างความไว้วางใจและความภักดีต่อแบรนด์ผ่านการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Growth Mindset
4. การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- การติดตามและวิเคราะห์ผลลัพธ์ของการแก้ไข Pain Point
- การรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
- การปรับปรุงสินค้า บริการ หรือกระบวนการให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ
สรุป
Pain Point คือ จุดที่สร้างความไม่สบายใจ ความไม่พอใจ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้า ธุรกิจ หรือบุคคลในการใช้สินค้า บริการ หรือในการดำเนินชีวิตประจำวัน ด้วยการทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงในปัญหาหรือความไม่สบายใจของลูกค้า จะทำให้สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านั้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
การค้นหาและแก้ไข Pain Point คือกระบวนการสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน โดยธุรกิจที่สามารถระบุกับแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้า รวมถึงเพิ่มโอกาสในการเติบโตและประสบความสำเร็จในระยะยาว
การหา Pain Point คือสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในหลักการตลาดที่หลายธุรกิจนำไปใช้ ทั้งสตาร์ทอัพ ธุรกิจขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ การรู้ปัญหา เข้าใจลูกค้า และเร่งแก้ไขจนทำให้ลูกค้าพึงพอใจ จะช่วยให้ธุรกิจนั้นเติบโตเป็นแบรนด์หลักของตลาดที่ลูกค้าไว้วางใจใช้บริการอย่างต่อเนื่องค่ะ
