Growth Mindset คืออะไร ? วิธีคิดแบบคนเติบโตได้ เพื่อความก้าวหน้า

JobFinFin สรุปให้
- Growth mindset คือความเชื่อว่าความสามารถและความฉลาดสามารถพัฒนา โดยผ่านความพยายามและการเรียนรู้
- แนวคิดนี้พัฒนาโดย Carol Dweck นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Stanford
- คนที่มีวิธีคิดแบบเติบโตจะมองความท้าทายเป็นโอกาส เรียนรู้จากคำวิจารณ์ และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
- ตรงข้ามกับ Fixed Mindset ที่เชื่อว่าความสามารถเป็นสิ่งตายตัว เปลี่ยนแปลงไม่ได้
- วิธีคิดแบบเติบโตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ส่งเสริมนวัตกรรม และช่วยให้ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
- สามารถพัฒนา growth mindset ได้ด้วยการเปลี่ยนมุมมองต่อความล้มเหลว ท้าทายตัวเอง และฝึกฝนการคิดเชิงบวก
แนวคิด "Growth Mindset" หรือ "กรอบความคิดแบบเติบโต" ได้รับความสนใจอย่างมากในองค์กรกับสถาบันการศึกษาทั่วโลก เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพกับความสำเร็จในระยะยาว บทความนี้ JobFinFin จะพาไปทำความรู้จักละเอียด ตั้งแต่ความหมาย ลักษณะหลัก ประโยชน์ และวิธีการปลูกฝังแนวคิดนี้ให้เกิดขึ้นในตัวเราค่ะ
Growth Mindset คืออะไร

Growth mindset หรือในภาษาไทยเรียกว่า "กรอบความคิดแบบเติบโต" หรือ "วิธีคิดแบบเติบโต" คือความเชื่อพื้นฐานว่าความสามารถ ทักษะ และความฉลาดของมนุษย์สามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายาม การเรียนรู้ และประสบการณ์ แนวคิดนี้เชื่อว่าศักยภาพของมนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดมาตายตัวตั้งแต่เกิด แต่สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
แนวคิด growth mindset ถูกพัฒนาและเผยแพร่โดย Dr. Carol Dweck นักจิตวิทยาและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Stanford ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอได้ทำการวิจัยและศึกษาเกี่ยวกับทัศนคติของผู้คนที่มีต่อความสำเร็จและความล้มเหลวมาเป็นเวลากว่า 30 ปี และได้เผยแพร่แนวคิดนี้ในหนังสือชื่อ "Mindset The New Psychology of Success" ในปี 2006
แก่นแท้ของ growth mindset คือการมองความสามารถว่าเป็นสิ่งที่พัฒนาได้ แทนที่จะมองว่าเป็นสิ่งตายตัว นี่ทำให้คนที่มี วิธีคิดแบบเติบโตมองความท้าทายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ มองความล้มเหลวเป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการพัฒนา มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องค่ะ
ลักษณะของ Growth Mindset ที่ส่งเสริมการพัฒนาตนเอง
Growth mindset มีลักษณะเฉพาะหลายประการที่ส่งเสริมการพัฒนาตนเอง ได้แก่
1. การมองความท้าทายเป็นโอกาสในการเรียนรู้
คนที่มี growth mindset ไม่หลีกเลี่ยงความท้าทาย แต่กลับมองว่าเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้กับพัฒนาทักษะใหม่ พวกเขาไม่กลัวที่จะทำสิ่งที่ยากหรือสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เพราะเชื่อว่าการเผชิญกับความท้าทายจะช่วยให้สมองได้พัฒนาและเติบโต
ตัวอย่างเช่น เมื่อได้รับมอบหมายงานที่ยากหรือซับซ้อน แทนที่จะรู้สึกกังวลหรือกลัวความล้มเหลว คนที่มี growth mindset จะคิดว่า "นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ทักษะใหม่และพัฒนาความสามารถของฉัน" และเริ่มวางแผนวิธีการทำงานนั้นให้สำเร็จ
2. ความมุ่งมั่นพยายามเมื่อเผชิญอุปสรรค
คนที่มี growth mindset จะไม่ย่อท้อเมื่อเจอกับอุปสรรคหรือความยากลำบาก พวกเขาเชื่อว่าความพยายามเป็นส่วนหลักในการพัฒนาความสามารถและการประสบความสำเร็จ
เมื่อเจอปัญหา แทนที่จะยอมแพ้หรือรู้สึกท้อแท้ คนที่มี growth mindset จะค้นหาวิธีการแก้ปัญหาหลายวิธี ลองผิดลองถูก และมุ่งมั่นที่จะฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ พวกเขาพูดประโยคเช่น "ยังไม่สำเร็จ แต่ยังไม่หยุดพยายาม" หรือ "ฉันจะลองวิธีอื่นดู"
3. การยอมรับและเรียนรู้จากคำวิจารณ์
คนที่มี growth mindset มองคำวิจารณ์หรือ feedback เป็นข้อมูลที่มีค่าสำหรับการพัฒนาตนเอง ไม่ใช่การโจมตีหรือตำหนิส่วนตัว พวกเขายินดีรับฟังคำแนะนำกับมุมมองจากผู้อื่น เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาตนเอง
ตัวอย่างเช่น เมื่อได้รับคำวิจารณ์จากหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงาน แทนที่จะรู้สึกเสียใจหรือโกรธ คนที่มี growth mindset จะถามว่า "ฉันจะใช้ข้อมูลนี้พัฒนาตัวเองได้อย่างไร ? " หรือ "มีสิ่งใดที่ฉันควรเรียนรู้เพิ่มเติมบ้าง ? "
4. แรงบันดาลใจจากความสำเร็จของผู้อื่น
คนที่มี growth mindset จะรู้สึกยินดีและได้แรงบันดาลใจจากความสำเร็จของผู้อื่น แทนที่จะรู้สึกอิจฉาหรือข่มขื่นใจ พวกเขามองว่าความสำเร็จของคนอื่นเป็นตัวอย่างและบทเรียนที่มีค่า
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จักประสบความสำเร็จ คนที่มี growth mindset จะคิดว่า "ถ้าเขาทำได้ ฉันก็ทำได้ ฉันสามารถเรียนรู้จากวิธีการของเขาได้" และพยายามถามถึงวิธีการหรือกลยุทธ์ที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้น เพื่อนำมาปรับใช้กับตนเอง
5. ความเชื่อว่าความสามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝน
คนที่มี growth mindset เชื่อมั่นว่าความสามารถและทักษะต่าง ๆ สามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝนกับความพยายามอย่างต่อเนื่อง พวกเขาไม่เชื่อในพรสวรรค์ล้วน ๆ แต่เชื่อว่าความพยายามและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจหลักสู่ความเชี่ยวชาญกับความสำเร็จ
เมื่อเจอสิ่งที่ทำไม่ได้หรือไม่เก่ง คนที่มี growth mindset พูดว่า "ฉันยังทำไม่ได้ในตอนนี้ แต่ฉันสามารถฝึกฝนและพัฒนาได้" แทนที่จะคิดว่า "ฉันไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี้"ค่ะ
Growth Mindset ให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง ในการเรียนรู้และเติบโต
Growth mindset ให้ความสำคัญกับหลายปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการเติบโต แตกต่างจากกรอบความคิดแบบจำกัด Fixed Mindset อย่างชัดเจน ดังนี้
- ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้มากกว่าผลลัพธ์สุดท้าย คนที่มี growth mindset เชื่อว่าการเรียนรู้คือเส้นทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด ไม่ใช่เพียงเป้าหมายปลายทาง พวกเขามอบความสำคัญให้กับแต่ละขั้นตอนของการเรียนรู้ และชื่นชมความก้าวหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ
- เน้นคุณค่าของความพยายามกับความมุ่งมั่น คนที่มีแนวคิดนี้เชื่อว่าความพยายามไม่ใช่สิ่งที่คนทำเมื่อพวกเขาไม่ฉลาดพอ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้คนฉลาดขึ้นกับประสบความสำเร็จ Dr. Dweck กล่าวว่า "ความพยายามเป็นสิ่งที่ทำให้เราฉลาดหรือมีความสามารถมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเส้นทางสู่การแสดงออกถึงสิ่งที่เรามีมาตั้งแต่เกิด"
- ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากความล้มเหลว คนที่มีแนวคิดนี้มองความล้มเหลวเป็นข้อมูลป้อนกลับ feedback ที่มีค่า ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวหรือควรหลีกเลี่ยง พวกเขาเชื่อว่าความล้มเหลวคือส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในที่สุดค่ะ
นอกจากนี้ growth mindset ยังให้ความสำคัญกับการรับความท้าทายใหม่ การทดลองวิธีการต่าง ๆ การยอมรับคำวิจารณ์ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต คนที่มีวิธีคิดแบบเติบโตเชื่อว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้ราบเรียบ หรือเป็นเส้นตรง แต่เต็มไปด้วยความท้าทายกับอุปสรรคที่ช่วยให้เราเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น
ประโยชน์ของ Growth Mindset ต่อการทำงานและเส้นทางอาชีพ

Growth mindset มีประโยชน์มากมายต่อการทำงานและการพัฒนาเส้นทางอาชีพ ทั้งในระดับบุคคลกับระดับองค์กร ดังนี้
ประโยชน์ของ growth mindset ในระดับบุคคล
- ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว ทำให้พนักงานรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงในองค์กร ในอุตสาหกรรม หรือในตลาดแรงงาน คนที่มี growth mindset จะไม่กลัวที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน หรือเปลี่ยนสายอาชีพถ้าจำเป็น
- ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เมื่อไม่กลัวความล้มเหลวกับมองความท้าทายเป็นโอกาส จะกล้าคิดนอกกรอบ ทดลองวิธีการใหม่ และนำเสนอความคิดที่แตกต่าง จะเป็นรากฐานหลักของนวัตกรรม
- ช่วยลดความเครียดและป้องกันภาวะหมดไฟ burnout และสร้าง work life balance ที่ดีขึ้น เมื่อมองความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่ความล้มเหลวของตัวตน จะรู้สึกกดดันน้อยลงและมีความสุขในการทำงานมากขึ้น
ประโยชน์ของ growth mindset ในระดับองค์กร
- ช่วยสร้างวัฒนธรรมและโครงสร้างองค์กรที่เน้นการเรียนรู้และพัฒนา นำไปสู่ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น นวัตกรรมที่มากขึ้น ความผูกพันของพนักงานที่แน่นแฟ้นขึ้น องค์กรที่มีวัฒนธรรม growth mindset ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดได้ดีกว่าและมีผลประกอบการที่ดีกว่าในระยะยาว
- ช่วยให้มองเห็นโอกาสในการเติบโตและพัฒนาสำหรับเส้นทางอาชีพ ไม่ติดกับดักของตำแหน่งหรือบทบาทที่คุ้นเคย แต่กล้าที่จะแสวงหาความท้าทายใหม่เพื่อเติบโตในสายอาชีพค่ะ
การประยุกต์ใช้ Growth Mindset ในการทำงานเพื่อเพิ่มศักยภาพ
การนำ growth mindset มาประยุกต์ใช้ในการทำงานเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มศักยภาพของตัวเองและทีม แนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้มีดังนี้
- ฝึกมองความท้าทายและปัญหาในมุมใหม่ เมื่อเจอปัญหาหรืองานที่ยาก ลองมองว่านี่คือโอกาสในการพัฒนาทักษะและเรียนรู้สิ่งใหม่ แทนที่จะรู้สึกกดดันหรือกลัวล้มเหลว เช่น ถ้าได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจกต์ที่ไม่เคยทำมาก่อน แทนที่จะคิดว่า "ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน" ลองเปลี่ยนเป็น "นี่เป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้พัฒนาทักษะใหม่และเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง"
- พัฒนานิสัยเรียนรู้จากความผิดพลาด แทนที่จะหลีกเลี่ยงหรือปกปิดความผิดพลาด ลองนำมาวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเกิดขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดอีกได้อย่างไร การบันทึก "บทเรียนที่ได้รับ" จากแต่ละความผิดพลาดหรือความล้มเหลวเป็นวิธีที่ดีในการเรียนรู้และเติบโต
- ขอและรับ feedback อย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องรอให้ถึงรอบการประเมินผลงานประจำปี ขอ feedback จากหัวหน้าหรือผู้นำที่ดีสม่ำเสมอ และรับฟังอย่างเปิดใจ โดยไม่ปกป้องตัวเองหรือหาข้อแก้ตัว คำแนะนำกับมุมมองจากผู้อื่นช่วยให้เห็นจุดบอดและพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้นค่ะ
- ยกระดับคำพูดกับตัวเอง Self-talk สังเกตว่าพูดกับตัวเองอย่างไรเมื่อเจอความท้าทายหรือความล้มเหลว ถ้าพบว่ากำลังใช้คำพูดแบบ Fixed Mindset เช่น "ฉันไม่เก่งเรื่องนี้" ให้เปลี่ยนเป็นคำพูดแบบ growth mindset เช่น "ฉันยังไม่เก่งเรื่องนี้ แต่ฉันกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ "
- ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ควบคู่กับเป้าหมายผลงาน นอกจากการตั้งเป้าหมายด้านผลงาน เช่น ยอดขาย จำนวนชิ้นงาน ลองตั้งเป้าหมายด้านการเรียนรู้ด้วย เช่น "เรียนรู้ทักษะใหม่ 1 อย่างทุกไตรมาส" หรือ "อ่านหนังสือเกี่ยวกับอุตสาหกรรมของเรา 1 เล่มต่อเดือน" การทำเช่นนี้จะช่วยให้มุ่งเน้นการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
- สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม growth mindset ถ้าเป็นผู้นำหรือหัวหน้าทีม พยายามสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้กับการทดลอง ให้รางวัลกับความพยายามและความกล้าเสี่ยง ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์สุดท้าย สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมได้แชร์ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว
- ใช้คำว่า "ยัง" ให้เป็นประโยชน์ เมื่อพูดถึงสิ่งที่ทำไม่ได้ ลองเติมคำว่า "ยัง" เข้าไป เช่น แทนที่จะพูดว่า "ฉันทำงานนี้ไม่ได้" ให้พูดว่า "ฉันยังทำงานนี้ไม่ได้" คำเล็ก ๆ นี้มีพลังในการเปลี่ยนมุมมองจาก Fixed Mindset เป็น growth mindset ได้ค่ะ
- ลงทุนกับการพัฒนาตนเองในการทำงานอย่างต่อเนื่อง จัดสรรเวลากับทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่อย่างสม่ำเสมอ เช่น การเข้าร่วมการอบรม การเรียนออนไลน์ การอ่านหนังสือ หรือการหาเมนเตอร์ที่มีประสบการณ์ การลงทุนกับตัวเอง ช่วยให้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น — วิธีการพัฒนาตนเองในการทํางาน
วิธีสร้างและปลูกฝัง Growth Mindset ให้เกิดขึ้นกับตนเอง

การพัฒนา growth mindset ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- เปลี่ยนมุมมองต่อความล้มเหลว เริ่มจากการปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อความล้มเหลว แทนที่จะมองว่าความล้มเหลวเป็นสิ่งที่น่ากลัวหรือเป็นตัวชี้วัดความสามารถ ลองมองว่ามันเป็น "ข้อมูล" หรือ "บทเรียน" ที่มีค่า ที่จะช่วยให้พัฒนาและเติบโตต่อไป
- หลังจากประสบความล้มเหลวหรือทำผิดพลาด ลองถามตัวเองว่า "ฉันได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งนี้?" และ "ฉันจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป?" แทนที่จะถามว่า "ทำไมฉันถึงแย่" หรือ "ทำไมฉันถึงทำผิดพลาด?"
- ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ อย่าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย comfort zone มากเกินไป หมั่นท้าทายตัวเองด้วยการทำสิ่งใหม่ หรือสิ่งที่ยากขึ้น เช่น เรียนรู้ทักษะใหม่ ลองทำงานที่ไม่เคยทำ หรือรับโปรเจกต์ที่ท้าทายมากขึ้น
- การท้าทายตัวเองจะช่วยให้สมองพัฒนาการคิดแบบ growth mindset และยังช่วยให้ค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในตัวด้วยค่ะ
- ฝึกกระบวนการคิดและใช้คำพูดเชิงบวก สังเกตและปรับเปลี่ยนวิธีที่พูดกับตัวเอง แทนที่จะพูดว่า "ฉันทำไม่ได้" ให้พูดว่า "ฉันยังทำไม่ได้ แต่ฉันกำลังเรียนรู้" หรือแทนที่จะพูดว่า "ฉันไม่เก่งเรื่องนี้" ให้พูดว่า "ฉันกำลังพัฒนาทักษะนี้"
- การฝึกใช้ภาษาและคำพูดที่สะท้อน growth mindset จะช่วยปรับเปลี่ยนความคิดและทัศนคติไปในทางที่ดีขึ้น
- สร้างนิสัยในการขอและรับคำติชม เปิดรับคำติชมและคำแนะนำจากผู้อื่นอย่างเต็มใจ หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า คำติชมเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการพัฒนาตนเอง
- เมื่อได้รับคำติชม อย่ารู้สึกเสียใจหรือหงุดหงิด ให้มองว่ามันเป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง พยายามฟังอย่างตั้งใจและถามคำถามเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
- ศึกษาเรื่องราวและวิธีคิดของคนแต่ละ generation ที่ประสบความสำเร็จ จะพบว่าคนเหล่านี้ผ่านความล้มเหลวกับอุปสรรคมามากมายก่อนที่จะประสบความสำเร็จ และพวกเขามี growth mindset ที่ช่วยให้พวกเขาไม่ยอมแพ้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
- อ่านหนังสือ ฟังพอดคาสต์ หรือดูคลิปวิดีโอที่เกี่ยวกับเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ลองนำแนวคิดและวิธีการของพวกเขามาประยุกต์ใช้กับตัวเอง
- ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจน นอกจากการตั้งเป้าหมายผลลัพธ์ เช่น ยอดขาย เกรด ลองตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ด้วย เช่น "เรียนรู้ภาษาโปรแกรมมิ่งใหม่ในปีนี้" หรือ "พัฒนาทักษะการนำเสนองานให้ดีขึ้น"
- การมีเป้าหมายการเรียนรู้จะช่วยให้มุ่งเน้นที่กระบวนการพัฒนาตนเอง ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์สุดท้าย เป็นแนวคิดหลักของ growth mindset
- ฉลองความพยายามและความก้าวหน้า ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ เมื่อหนักงานหนักกับมีความพยายาม หรือคนในทีมทำงานหนัก ให้ชื่นชมกับฉลองความพยายามนั้น ผลลัพธ์ยังไม่ถึงเป้าหมายก็ตาม การให้คุณค่ากับความพยายามและกระบวนการจะช่วยส่งเสริม growth mindset
- เช่น แทนที่จะพูดว่า "เธอเก่งมาก ที่ปิดการขายได้" ลองพูดว่า "ฉันประทับใจในความพยายามและการเตรียมตัวของเธอในครั้งนี้ คุณเรียนรู้จากการขายครั้งที่แล้วและปรับปรุงเทคนิคการพรีเซนต์งานได้ดีมาก"ค่ะ
ความแตกต่างระหว่าง Growth Mindset และ Fixed Mindset
Growth mindset และ Fixed Mindset คือกรอบความคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในการมองความสามารถกับความฉลาดของมนุษย์ ความเข้าใจถึงความแตกต่างนี้จะช่วยให้ระบุและปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น ดังนี้
ลักษณะ/ประเด็นเปรียบเทียบ | Fixed Mindset (กรอบความคิดแบบตายตัว) | Growth Mindset (กรอบความคิดแบบเติบโต) |
|---|---|---|
ความเชื่อหลัก | ความสามารถและความฉลาดเป็นสิ่งติดตัวมาแต่กำเนิด เปลี่ยนแปลงได้ยาก | ความสามารถ ความฉลาดสามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายาม การเรียนรู้ และความมุ่งมั่น |
การมองความท้าทาย | หลีกเลี่ยงความท้าทาย กลัวล้มเหลวและดูไม่ฉลาด | ยอมรับความท้าทาย มองว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา |
การตอบสนองต่อความล้มเหลว | มองความล้มเหลวเป็นความล้มเหลวของตัวเอง หมดกำลังใจง่าย | มองความล้มเหลวเป็นบทเรียน และโอกาสในการเรียนรู้ |
ทัศนคติต่อความพยายาม | มองว่าถ้าต้องพยายามมาก แสดงว่าไม่มีพรสวรรค์ ("คนเก่งไม่ต้องพยายาม") | มองว่าความพยายามเป็นเส้นทางสู่ความเชี่ยวชาญ เป็นสิ่งที่มีค่า |
การตอบสนองต่อคำวิจารณ์ | มองคำวิจารณ์เป็นการโจมตีส่วนตัว รู้สึกป้องกันตัวหรือละเลย | เปิดรับคำวิจารณ์ มองว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนา |
ความสำเร็จของผู้อื่น | รู้สึกข่มขื่นหรืออิจฉา เมื่อคนอื่นประสบความสำเร็จ | ได้แรงบันดาลใจและเรียนรู้จากความสำเร็จของผู้อื่น |
ความเชื่อเกี่ยวกับศักยภาพ | เชื่อว่าศักยภาพมีจำกัดและถูกกำหนดมาแล้ว | เชื่อว่าศักยภาพสามารถพัฒนาได้ไม่มีที่สิ้นสุด |
ภาษาและคำพูดที่ใช้ | "ฉันทำไม่ได้" หรือ "ฉันไม่เก่งเรื่องนี้" หรือ "ฉันไม่มีพรสวรรค์" | "ฉันยังทำไม่ได้ (แต่จะพยายาม)" หรือ "ฉันกำลังเรียนรู้" หรือ "ฉันจะพัฒนาขึ้นถ้าฝึกฝน" |
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจด้วยว่าไม่มีใครที่มี Growth Mindset หรือ Fixed Mindset อย่างสมบูรณ์แบบตลอดเวลา เราทุกคนมีทั้งสองแบบผสมกันในสัดส่วนที่แตกต่างกัน อาจมี Fixed Mindset ในบางเรื่องและมีวิธีคิดแบบเติบโตในเรื่องอื่น สิ่งสำคัญคือการตระหนักรู้ว่าเรากำลังคิดแบบไหนอยู่ และพยายามปรับเปลี่ยนสู่กรอบความคิดแบบเติบโตให้มากขึ้นค่ะ
สรุป
Growth Mindset คือกรอบความคิดที่เชื่อมั่นว่าความสามารถกับความฉลาดของเรา สามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายาม การเรียนรู้ และประสบการณ์ ตรงข้ามกับ Fixed Mindset ที่มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องตายตัว คนที่มีวิธีคิดแบบเติบโตจะมองความท้าทายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ มีความมุ่งมั่นเมื่อเผชิญอุปสรรค ยอมรับเรียนรู้จากคำวิจารณ์ พร้อมเชื่อว่าความสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน
การมี Growth Mindset มีประโยชน์มากมายทั้งในการทำงานกับชีวิตส่วนตัว เช่น ช่วยให้เรามีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้ดีขึ้น ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และบรรลุ KPI ลดความเครียด และมองเห็นโอกาสในการเติบโตอยู่เสมอ เราสามารถพัฒนาได้โดยการเปลี่ยนมุมมองต่อความล้มเหลวให้เป็นบทเรียน ท้าทายตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ใช้คำพูดเชิงบวก และเปิดรับคำติชมเพื่อการพัฒนา
แม้ว่าการพัฒนา Growth Mindset จะเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องใช้เวลากับความพยายาม แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่า เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้ประสบความสำเร็จ แต่ยังนำไปสู่ชีวิตที่เติมเต็มกับมีความสุขมากขึ้น หัวใจสำคัญคือการเปิดใจเรียนรู้และเติบโตจากทุกประสบการณ์ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เพราะทุกความสำเร็จกับความล้มเหลวล้วนเป็นบทเรียนที่มีค่าในการพัฒนาตนเองค่ะ
