ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ประกาศแล้ว! เช็กอัตราค่าจ้างรายวัน รายเดือน

JobFinFin สรุปให้ (Key Takeaway)
- ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีผลใช้บังคับ 1 มกราคม 2568
- ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้น 7-55 บาท (ราว 2.9 เปอร์เซ็นต์) แบ่งออกเป็น 17 อัตรา
- อัตราสูงสุด 400 บาท/วัน อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และอำเภอเกาะสมุย (จ.สุราษฎร์ธานี)
- อัตราต่ำสุด 337 บาท/วัน พบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ (นราธิวาส ปัตตานี และยะลา)
- กรุงเทพฯและปริมณฑลมีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 370 บาท/วัน
- การเปลี่ยนแปลงค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้ ช่วยให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์กว่า 3.7 ล้านคน
ประกาศเพิ่ม ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป การเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้มีการปรับเพิ่มในอัตราวันละ 7-55 บาท แบ่งออกเป็น 17 อัตรา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 13) อย่างเป็นทางการ เพื่อปรับปรุงมาตรฐานค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพค่ะ
อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ที่ประกาศใช้

การปรับ ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 พิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน โดยคณะกรรมการค่าจ้างได้กระจายอำนาจการพิจารณาไปยังภูมิภาคผ่านคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำระดับจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด เพื่อให้การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำเข้ากับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่
การพิจารณาปรับค่าแรงขั้นต่ำยึดตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่ปรับเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 มาตรา 87 โดยแบ่งปัจจัยการพิจารณาออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
- กลุ่มที่ 1 ด้านความจำเป็นในการครองชีพของลูกจ้าง
- กลุ่มที่ 2 ด้านความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง
- กลุ่มที่ 3 ด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 นี้มีการปรับเพิ่มขึ้นจากฐานเดิมในปี 2567 (330-370 บาท) เป็นอัตราวันละ 337-400 บาท โดยอัตราสูงสุดคือวันละ 400 บาท และอัตราต่ำสุดคือวันละ 337 บาท การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นในครั้งนี้ เพื่อให้แรงงานทั่วไปแรกเข้าทำงานสามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามมาตรฐานการครองชีพ สภาพเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความพอดีตามตัวชี้วัด KPI ของธุรกิจในท้องถิ่นนั้นค่ะ
สรุปอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 2568 แยกตามพื้นที่

ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ได้ถูกแบ่งตามการพิจารณาจากค่าครองชีพและโครงสร้างทางเศรษฐกิจ มาดูรายละเอียดในแต่ละภูมิภาคกันค่ะ
ค่าแรงขั้นต่ำกรุงเทพ 2568 และปริมณฑล
กรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑล คือศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ค่าครองชีพในพื้นที่นี้จะสูงกว่าหลายพื้นที่ในประเทศ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงได้รับการปรับให้เข้ากับสภาพพื้นที่ โดยมีอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ดังนี้
- กรุงเทพมหานคร 370 บาท/วัน
- นนทบุรี 370 บาท/วัน
- ปทุมธานี 370 บาท/วัน
- สมุทรปราการ 370 บาท/วัน
เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 353 บาท/วัน จะเห็นว่ามีการปรับเพิ่มขึ้น 17 บาท หรือราว 4.8 เปอร์เซ็นต์ ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลได้ส่วนหนึ่งค่ะ
ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 แต่ละจังหวัด ภาคกลาง
ภาคกลางของประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว อัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงมีความแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด โดยมีอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ดังนี้
- พระนครศรีอยุธยา 365 บาท/วัน
- สระบุรี 356 บาท/วัน
- ฉะเชิงเทรา 400 บาท/วัน (เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุด)
- ชลบุรี 400 บาท/วัน (เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุด)
- ระยอง 400 บาท/วัน (เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุด)
- กาญจนบุรี 345 บาท/วัน
จากตัวเลขจะเห็นว่า จังหวัดในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุดที่ 400 บาท/วัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการลงทุนทางอุตสาหกรรมสูงและมีค่าครองชีพสูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ ค่ะ
ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 แต่ละจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ แต่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำกว่าภูมิภาคอื่น อัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงถูกกำหนดให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 แต่ละจังหวัด ได้แก่
- นครราชสีมา (โคราช) 350 บาท/วัน
- ขอนแก่น 346 บาท/วัน
- อุดรธานี 343 บาท/วัน
- อุบลราชธานี 340 บาท/วัน
- ร้อยเอ็ด 340 บาท/วัน
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในภาคอีสานมีการปรับเพิ่มขึ้นราว 7-10 บาท/วัน เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งการเพิ่มนี้ช่วยให้แรงงานในภูมิภาคนี้มีรายได้ดีขึ้นค่ะ
ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 แต่ละจังหวัด ภาคเหนือ
ภาคเหนือของประเทศไทยมีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ทั้งการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงถูกกำหนดให้สอดคล้องกับลักษณะเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 แต่ละจังหวัดมีดังนี้
ดังนี้
- เชียงใหม่ (อำเภอเมืองเชียงใหม่) 380 บาท/วัน
- เชียงใหม่ (อำเภออื่น ๆ ) 356 บาท/วัน
- เชียงราย 346 บาท/วัน
- ลำพูน 345 บาท/วัน
- ลำปาง 345 บาท/วัน
- พิษณุโลก 343 บาท/วัน
น่าสนใจว่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ได้รับการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่ 380 บาท/วัน สูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดเดียวกัน เพราะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญ มีค่าครองชีพสูงกว่าพื้นที่อื่นในภาคเหนือค่ะ
ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 แต่ละจังหวัด ภาคใต้
ภาคใต้มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจสูง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงมีความแตกต่างกันระหว่างจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวกับจังหวัดที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 แต่ละจังหวัดได้แก่
- ภูเก็ต 400 บาท/วัน (เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุด)
- สุราษฎร์ธานี (อำเภอเกาะสมุย) 400 บาท/วัน
- สุราษฎร์ธานี (อำเภออื่น ๆ ) 354 บาท/วัน
- สงขลา (อำเภอหาดใหญ่) 380 บาท/วัน
- สงขลา (อำเภออื่น ๆ ) 350 บาท/วัน
- นครศรีธรรมราช 345 บาท/วัน
- นราธิวาส ปัตตานี ยะลา 337 บาท/วัน (เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำต่ำสุด)
ในภาคใต้ จะเห็นความแตกต่างของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำชัดเจน โดยจังหวัดภูเก็ตและอำเภอเกาะสมุย (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุดที่ 400 บาท/วัน ขณะที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำต่ำสุดที่ 337 บาท/วัน จะเห็นว่าความแตกต่างของสภาพเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ค่ะ
รูปแบบการคิดค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ

การคิดค่าแรงขั้นต่ำ 2568 มีรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทการจ้างงานและข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ได้แก่
ค่าแรงรายวันขั้นต่ำ 2568
ค่าแรงรายวันขั้นต่ำ คือจำนวนเงินขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายให้กับลูกจ้างต่อวันทำงานปกติที่ทำงานครบ 8 ชั่วโมง (หรือ 7 ชั่วโมงสำหรับงานที่เสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัย) ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 13) ได้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันไว้ที่ 337-400 บาท แล้วแต่พื้นที่
สำหรับลูกจ้างที่ทำงานไม่ครบชั่วโมงทำงานปกติ นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างตามสัดส่วนของชั่วโมงทำงานได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนดค่ะ สำหรับงานที่เสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัย ตามประกาศของฝ่าย HR หรือคณะกรรมการค่าจ้าง
การคำนวณค่าแรงขั้นต่ำรายเดือน
กรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน การคำนวณค่าแรงขั้นต่ำรายเดือนจะใช้วิธีการดังนี้
ค่าแรงขั้นต่ำรายเดือน = ค่าแรงขั้นต่ำรายวัน × 30 วัน
ตัวอย่างการคำนวณ
- กรุงเทพมหานคร (370 บาท/วัน) 370 × 30 = 11,100 บาท/เดือน
- ชลบุรี (400 บาท/วัน) 400 × 30 = 12,000 บาท/เดือน
- นครราชสีมา (350 บาท/วัน) 350 × 30 = 10,500 บาท/เดือน
- นราธิวาส (337 บาท/วัน) 337 × 30 = 10,110 บาท/เดือน
ถ้ามีการตกลงกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้ทำงานน้อยกว่า 30 วันต่อเดือน การคำนวณค่าจ้างก็จะปรับเปลี่ยนไปตามจำนวนวันทำงานที่ตกลงกันค่ะ
ค่าแรงขั้นต่ำสำหรับวุฒิปริญญาตรี
สำหรับผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี นอกจากจะได้รับค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังมีการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ จะสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำทั่วไป ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ อาจต้องใช้หนังสือรับรองเงินเดือนประกอบการพิจารณาอัตราจ้าง
อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือสำหรับผู้จบปริญญาตรี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและความสามารถ ไม่ได้กำหนดเป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศเหมือนค่าจ้างขั้นต่ำ นายจ้างและลูกจ้างควรตรวจสอบรายละเอียดจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฉบับล่าสุดค่ะ
ข้อกำหนด กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ และการบังคับใช้
การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ประเทศไทยมีกฎหมายกับข้อกำหนดที่ชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างและสร้างความเป็นธรรมในตลาดแรงงานค่ะ
สาระจากกฎหมายแรงงานเรื่องเงินเดือนและค่าจ้าง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับปรับเพิ่มเติม ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำไว้ ดังนี้
- การห้ามจ่ายต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ มาตรา 90 ห้ามนายจ้างจ่ายค่าจ้างเป็นเงินแก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนด และการออกสลิปเงินเดือนที่ถูกต้อง
- การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ มาตรา 87 กำหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำโดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ความสามารถของธุรกิจ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
- การประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้มีผลใช้บังคับไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่วันประกาศ
- บทลงโทษ นายจ้างที่ฝ่าฝืนจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อกำหนดเหล่านี้มีไว้เพื่อคุ้มครองลูกจ้างให้ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สอดคล้องกับค่าครองชีพกับสภาพเศรษฐกิจ และเพื่อให้นายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดค่ะ
บทบาทกรมแรงงานกับการกำกับดูแลค่าแรงขั้นต่ำ
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ ดังนี้
- การตรวจแรงงาน จัดส่งพนักงานตรวจแรงงานออกตรวจสถานประกอบการเพื่อติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน รวมถึงการจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
- การรับเรื่องร้องเรียน เปิดช่องทางให้ลูกจ้างสามารถร้องเรียน กรณีถูกนายจ้างจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
- การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จัดให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับค่าจ้าง
- การให้ความรู้ จัดอบรมให้ความรู้แก่นายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับสิทธิ และหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง
ถ้าลูกจ้างพบว่าถูกนายจ้างจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการกับคุ้มครองแรงงานพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ค่ะ
ค่าแรงตามกฎหมายแรงงาน
ตามกฎหมายแรงงาน "ค่าจ้าง" หมายถึง เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน รวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดกับวันลาที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ะ
สิ่งที่เป็นค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน | สิ่งที่ไม่เป็นค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน |
|---|---|
|
|
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เป็นค่าจ้างและไม่ใช่ค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน มีผลต่อการคำนวณค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง การคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม และประโยชน์อื่น ๆ ตามกฎหมายค่ะ
ผลกระทบของการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ต่อตลาดแรงงาน

การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2568 มีผลกระทบต่อทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึงระบบเศรษฐกิจโดยรวม ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีดังนี้ค่ะ
ผลต่อผู้ประกอบการและนายจ้าง
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ส่งผลต่อผู้ประกอบการและนายจ้างในหลายด้าน ดังนี้
- ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตโดยรวม
- ความสามารถในการแข่งขัน ธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น ภาคการผลิต การก่อสร้าง และบริการ ได้รับผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันถ้าม่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
- การปรับตัวของธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องปรับตัวด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ลดขนาดธุรกิจ หรือในบางกรณีนำเทคโนโลยี Chatbot และระบบอัตโนมัติมาใช้แทนแรงงาน
- การปรับราคาสินค้าและบริการ ธุรกิจอาจมีการปรับราคาสินค้ากับริการเพื่อชดเชยต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเงินเฟ้อ
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในบางแง่มุม เช่น
- ลูกจ้างมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการบริโภคสินค้าและบริการมากขึ้น
- ลูกจ้างอาจมีแรงใจในการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น
- อัตราการลาออกของพนักงานอาจลดลง ช่วยลดต้นทุนในการสรรหาและฝึกอบรมพนักงานใหม่
ผลต่อลูกจ้างและแรงงานขั้นต่ำ 2568
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำส่งผลต่อลูกจ้างและแรงงานที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ ได้แก่
- รายได้เพิ่มขึ้น ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น
- คุณภาพชีวิตดีขึ้น การมีรายได้เพิ่มขึ้นส่งผลให้คุณภาพชีวิตของลูกจ้างกับครอบครัวดีขึ้น สามารถเข้าถึงสินค้าและสวัสดิการได้มากขึ้น
- กำลังซื้อเพิ่มขึ้น ลูกจ้างมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น สามารถใช้จ่ายในการบริโภคสินค้าและบริการได้มากขึ้น
- แรงใจในการทำงานเพิ่มขึ้น การได้รับค่าตอบแทนที่พอดีอาจเพิ่มแรงใจในการทำงาน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจมีผลกระทบในทางลบต่อลูกจ้างบางกลุ่ม เช่น
- อาจเกิดการเลิกจ้างหรือลดชั่วโมงการทำงานในธุรกิจที่ไม่สามารถรับภาระต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นได้
- ธุรกิจอาจเพิ่มความต้องการทักษะและประสบการณ์มากขึ้น เพื่อให้คุ้มกับค่าจ้างที่จ่าย ส่งผลให้แรงงานไร้ฝีมือหรือแรงงานที่มีประสบการณ์น้อยหางานได้ยากขึ้น
- อาจเกิดภาวะเงินเฟ้อหากผู้ประกอบการปรับราคาสินค้าและบริการเพื่อชดเชยต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น อาจลดทอนผลประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าแรง
โดยรวมแล้ว การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2568 คาดว่าจะส่งผลให้ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำกว่า 3.7 ล้านคนทั่วประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นค่ะ
สรุป
การปรับขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ได้พิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งด้านความจำเป็นในการครองชีพของลูกจ้าง ความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง สภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม โดยมีการปรับเพิ่มในอัตราวันละ 7-55 บาท แบ่งออกเป็น 17 อัตรา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ อัตราสูงสุดอยู่ที่วันละ 400 บาท ใน 4 จังหวัดและ 1 อำเภอ ได้แก่ ภูเก็ต ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และอำเภอเกาะสมุย (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ส่วนอัตราต่ำสุดอยู่ที่วันละ 337 บาท ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ช่วยให้ลูกจ้างมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้ สร้างแรงใจในการทำงาน และส่งผลให้มีการบริโภคสินค้ากับบริการมากขึ้น เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่นายจ้างก็ต้องปรับตัวรับมือกับต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น โดยอาจต้องพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต หรือปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ลูกจ้างกับนายจ้างควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงานร่วมกัน ถ้ามีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ค่ะ
