ภ.ง.ด.53 คืออะไร ? สรุปทุกเรื่อง สำหรับผู้ประกอบการและฝ่ายบัญชี

JobFinFin สรุปให้
- ภ.ง.ด.53 คือแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล และผู้จ่ายเงินเป็นนิติบุคคลด้วยกัน
- ความแตกต่างหลัก ระหว่าง ภ.ง.ด.53 กับ ภ.ง.ด.3 คือ ภ.ง.ด.53 ใช้เมื่อผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล ส่วน ภ.ง.ด.3 ใช้เมื่อผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา
- ผู้มีหน้าที่หักภาษี คือนิติบุคคลที่จ่ายเงินให้กับนิติบุคคลอื่น ตามประเภทเงินได้ที่กฎหมายกำหนด
- เงินได้ที่ต้องหักภาษี เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าจ้างทำของ ค่าขนส่ง เงินส่วนแบ่งกำไร
- กำหนดยื่น ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่มีการจ่ายเงิน หรือภายในวันที่ 15 ถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ต
- บทลงโทษ ถ้าไม่ยื่นหรือยื่นล่าช้ามีทั้งโทษปรับ เงินเพิ่ม และโทษทางอาญา
ภ.ง.ด.53 หมายถึงแบบฟอร์มสำหรับผู้ประกอบการนิติบุคคลในการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นกลไกพื้นฐานที่ช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้ JobFinFin ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.53 ที่ทุกฝ่ายควรทราบ ช่วยให้การจัดการภาษีธุรกิจของคุณอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับกรมสรรพากรในภายหลังค่ะ
ภ.ง.ด.53 คืออะไร?

ภ.ง.ด.53 หมายถึงแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับธุรกรรมระหว่างนิติบุคคลด้วยกัน เมื่อมีการจ่ายเงินตามประเภทที่กฎหมายกำหนด ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษีตามอัตราที่ระบุไว้ก่อนส่งมอบเงินให้ผู้รับ
การหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คือการทยอยชำระภาษีล่วงหน้าของผู้รับเงิน โดยผู้จ่ายเงินทำหน้าที่นำส่งภาษีส่วนนั้นให้กรมสรรพากรแทน เป็นกลไกที่ช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้สม่ำเสมอตลอดปี คล้ายกับระบบใบกำกับภาษีค่ะ
ความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.3

ภ.ง.ด.53 คือ แบบที่ใช้สำหรับการยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยที่ผู้รับมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล พูดง่าย ๆ ก็คือ แบบยื่นแจ้งการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่บริษัทเรา หรือองค์กรของรัฐ (นิติบุคคล) ได้หักจากเงินค่าจ้าง/ค่าบริการ ที่จ่ายให้กับนิติบุคคลด้วยกัน หรือ ผู้รับเงินเป็นนิติบุคคลนั่นเอง (บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด)
ภ.ง.ด.3 คือ แบบฟอร์มที่ใช้สำหรับการยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายในกรณีที่ผู้จ่ายเงินเป็นนิติบุคคล (บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือองค์กรของรัฐ) และผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา (ไม่ใช่พนักงานประจำของบริษัท)
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างหลักของ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53
หัวข้อ | ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 |
|---|---|---|
ผู้จ่ายเงิน | นิติบุคคล | นิติบุคคล |
ผู้รับเงิน | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล |
มาตราที่เกี่ยวข้อง | มาตรา 3 เตรส / มาตรา 48 ทวิ / มาตรา 50 | มาตรา 3 เตรส / มาตรา 65 จัตวา / มาตรา 69 ทวิ |
การติดตามภาษี | ใช้เลขประจำตัวประชาชน | ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (เลขทะเบียนนิติบุคคล) |
เอกสารประกอบ | ภ.ง.ด.3 (ใบปะหน้า) กับใบแนบ ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 กับใบแนบ ภ.ง.ด.53 |
อัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายแตกต่างกันตามประเภทของเงินได้และสถานะของผู้รับเงิน แต่กระบวนการยื่นและกำหนดเวลาในการยื่นมีลักษณะคล้ายกันค่ะ
ผู้มีหน้าที่หักภาษีและนำส่งแบบ ภ.ง.ด.53
ผู้ที่จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมกับออกหนังสือรับรองการหักภาษี (ภ.ง.ด.53) ให้แก่ผู้รับเงิน ได้แก่
- นิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายไทย เช่น บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ และนิติบุคคล
- องค์กรของรัฐ เช่น กระทรวง ทบวง กรม องค์การหรือหน่วยงานของรัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ
- สมาคมหรือมูลนิธิ ที่เป็นนิติบุคคล
สำหรับภาษีที่หักไว้ ผู้จ่ายเงินต้องนำส่งให้กรมสรรพากรภายในเวลาที่กำหนด แล้วยังต้องรับผิดชอบให้การหักภาษี การนำส่งให้ถูกต้องและต่อเนื่องค่ะ
ประเภทเงินได้ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
ประเภทเงินได้ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และต้องยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.53 มีหลายประเภท มีอัตราการหักภาษีที่แตกต่างกันตามประเภทของเงินได้ ดังนี้
- เงินได้จากการให้บริการ (หักภาษี 3%) เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าบริการวิชาชีพอิสระ และค่าบริการอื่น ๆ
- เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน (หักภาษี 5% หรือ 10% แล้วแต่กรณี) เช่น ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ ค่าเช่าเครื่องจักร อุปกรณ์ และค่าเช่ายานพาหนะ
- เงินได้จากค่าขนส่ง (หักภาษี 1%) ไม่รวมถึงการจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ
- เงินได้จากรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ (หักภาษี 3%) เช่น เงินรางวัลในการประกวด แข่งขัน
- เงินส่วนแบ่งกำไรหรือผลประโยชน์ รวมถึงโบนัสประจำปี (หักภาษี 10%)
- เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ (หักภาษีตามที่กฎหมายกำหนด)
- เงินได้จากการขายสินค้าพืชผลการเกษตรบางประเภท (อัตราตามที่กฎหมายกำหนด)
- ค่าเบี้ยประกันภัย (หักภาษี 1%)
- ค่าโฆษณา (หักภาษี 2%)
- ดอกเบี้ย (หักภาษี 1%)
ควรตรวจเช็คอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเว็บไซต์กรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เพื่อความถูกต้องค่ะ
กำหนดเวลายื่นแบบ ภ.ง.ด.53 และการนำส่งภาษี
กำหนดเวลาในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 กับ ภ.ง.ด.3 และการนำส่งภาษีมีดังนี้
- การยื่นแบบด้วยตนเอง ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่มีการจ่ายเงินและหักภาษี ณ ที่จ่าย
- การยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก 8 วัน (ถึงวันที่ 15)
ตัวอย่างเช่น ถ้ามีการจ่ายเงินกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายในเดือนมกราคม ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 และนำส่งภาษีภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ (ถ้ายื่นด้วยตนเอง) หรือภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ (ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ต) ค่ะ
ข้อควรทราบเกี่ยวกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53
- ยื่นเฉพาะเมื่อมีการหักภาษี ถ้าเดือนไหนไม่มีการหักก็ไม่ต้องนำส่ง แต่ถ้ามีการหักแต่ไม่นำส่ง ก็จะถูกเสียค่าปรับ
- กรณีมีทั้ง ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ถ้าในเดือนนั้นมีการหักทั้งบุคคลกับนิติบุคคล ก็ต้องนำส่งเอกสารทั้งหมด
- ถ้าวันครบกำหนดยื่นแบบตรงกับวันหยุดราชการ ให้ยื่นแบบในวันทำการถัดไป — วันหยุด 2568 อัปเดตล่าสุด เช็กปฏิทินวันหยุดราชการ วันหยุดยาว
- สามารถชำระได้หลายช่องทาง เช่น เงินสด เช็ค หรือชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 สำหรับนิติบุคคล

การเตรียมเอกสารประกอบการยื่นแบบ
ก่อนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 ควรเตรียมเอกสารต่าง ๆ ได้แก่
- แบบ ภ.ง.ด.53 (ใบปะหน้า) สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร
- ใบแนบ ภ.ง.ด.53 สำหรับกรอกรายละเอียดการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- หนังสือรับรองเงินเดือนหรือการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ออกให้แก่ผู้ถูกหักภาษี (สำเนา)
- เอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
วิธีการกรอกข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.53 แต่ละส่วน
การกรอกข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.53 มีรายละเอียดดังนี้
ส่วนที่ 1 ข้อมูลผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
- ชื่อผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย (นิติบุคคล)
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (13 หลัก)
- ที่อยู่
- เดือนและปีภาษีที่ยื่น
ส่วนที่ 2 ประเภทเงินได้ที่จ่าย ภาษีที่หักและนำส่ง
- เลือกมาตราที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 3 เตรส มาตรา 65 จัตวา หรือมาตรา 69 ทวิ)
- ระบุจำนวนราย จำนวนเงินที่จ่าย ภาษีที่หักและนำส่ง
ส่วนที่ 3 ใบแนบ ภ.ง.ด.53
- ชื่อผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
- ลำดับที่
- ชื่อผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (นิติบุคคล)
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ถูกหักภาษี
- ที่อยู่
- วันเดือนปีที่จ่ายเงิน
- ประเภทเงินได้
- อัตราภาษี
- จำนวนเงินที่จ่าย
- ภาษีที่หักและนำส่ง
ส่วนที่ 4 การลงลายมือชื่อ
- ลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม
- ประทับตราบริษัท (ถ้ามี)
- วันที่ยื่นแบบ
ช่องทางการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 และชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ช่องทางที่ 1 ยื่นด้วยตนเอง
- ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือสาขาในท้องที่ที่ผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายมีสำนักงานตั้งอยู่
- ธนาคารพาณิชย์ไทยที่เข้าร่วมโครงการกับกรมสรรพากร
ช่องทางที่ 2 ยื่นทางอินเทอร์เน็ต
- ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th
- ระบบ e-Filing
- แอปพลิเคชัน RD Smart Tax
ช่องทางที่ 3 ชำระภาษีผ่านช่องทางต่าง ๆ
- ชำระด้วยเงินสด
- ชำระด้วยเช็ค (เช็คธนาคาร แคชเชียร์เช็ค ดราฟท์)
- ชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)
- ชำระผ่าน Mobile Banking
- ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
การยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตมีข้อดีคือ สามารถยื่นแบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด และได้รับการขยายระยะเวลาในการยื่นแบบถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
บทลงโทษกรณีไม่ยื่นแบบหรือยื่นล่าช้ากว่ากำหนด

การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 และการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย มีบทลงโทษดังนี้
- กรณีไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 ผู้ที่ละเลยไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่นเพื่อหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา37 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร)
- กรณียื่นแบบล่าช้า เสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ (นับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบถึงวันยื่นแบบและชำระภาษี)
- กรณีหักภาษีไม่ถูกต้อง ถ้าผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายมิได้หักและนำเงินส่ง หรือได้หักแล้วนำเงินส่งแล้วแต่ไม่ถูกต้อง ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ ในการเสียภาษีที่ต้องชำระตามจำนวนเงินภาษีที่มิได้หักและนำส่ง หรือตามจำนวนเงินที่ขาดไป เช่นเดียวกับการออกสลิปเงินเดือน
- กรณีไม่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ผู้ประกอบการกับฝ่ายบัญชี ควรให้ความสนใจกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 แล้วนำส่งภาษีให้ถูกต้องตรงตามกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษและค่าปรับที่เกิดขึ้นได้ค่ะ
สรุป
ภ.ง.ด.53 คือแบบฟอร์มสำหรับยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เมื่อผู้รับเงินมีสถานะเป็นนิติบุคคล ส่วน ภ.ง.ด.3 ใช้สำหรับกรณีที่ผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา กำหนดเวลายื่นคือภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือขยายถึงวันที่ 15 เมื่อยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต
ประเภทเงินได้ที่ต้องยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.53 มีหลายกลุ่ม เช่นค่าบริการ ค่าเช่า ค่าขนส่ง และเงินส่วนแบ่งกำไร อัตราการหักภาษีจะแตกต่างกันตามประเภทของเงินได้นั้น ส่วนใหญ่ระบุในใบแจ้งหนี้
การละเลยการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 และนำส่งภาษีตามกำหนดเวลา มีผลให้เกิดบทลงโทษทั้งเงินเพิ่ม ค่าปรับ รวมถึงโทษทางอาญา การบริหารจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานตามกฎหมาย แต่ยังเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพค่ะ
