ใบแจ้งหนี้ / ใบวางบิล คืออะไร ? อธิบายความแตกต่างและวิธีใช้

JobFinFin สรุปให้ (Key Takeaway)
- ใบแจ้งหนี้ (Invoice) เอกสารทางการเงินจากผู้ขายถึงผู้ซื้อ แสดงรายละเอียดสินค้าหรือบริการ ยอดเงิน และกำหนดชำระเงิน มีผลทางกฎหมาย ใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีและการคำนวณภาษี
- ใบวางบิล (Billing Note) เอกสารแจ้งเตือนการชำระเงินที่รวบรวมใบแจ้งหนี้หลายฉบับเข้าด้วยกัน กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้า ไม่มีผลทางกฎหมาย
- ในการซื้อขายแบบเครดิต ใบวางบิลจะถูกส่งเพื่อแจ้งลูกค้าว่าถึงกำหนดชำระเงินแล้ว
- ธุรกิจต้องเข้าใจและใช้เอกสารทั้งสองอย่างถูกต้อง เพื่อการบริหารบัญชีกับกระแสเงินสดที่มีประสิทธิภาพ
ใบแจ้งหนี้ และ ใบวางบิล เอกสารสำคัญในกระบวนการเรียกเก็บเงิน แต่หลายคนยังเข้าใจผิดหรือสับสนเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างเอกสารทั้งสอง บทความนี้ JobFinFin จะช่วยอธิบายความหมาย หน้าที่ ความต่าง รวมทั้งวิธีการใช้งานอย่างละเอียด เพื่อให้ธุรกิจของคุณจัดการเอกสารทางการเงินได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพค่ะ
ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร ?

ใบแจ้งหนี้ หรือ Invoice คือ เอกสารทางการเงินที่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการออกให้แก่ลูกค้าหรือผู้ซื้อ โดยแสดงรายละเอียดของสินค้าหรือบริการที่ส่งมอบ พร้อมระบุจำนวนเงินที่ต้องชำระกับกำหนดเวลาในการชำระเงิน และยังเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ใช้เป็นหลักฐานในการซื้อขายส่งผลต่อการบัญชีกับภาษี ทางธุรกิจจะใช้เพื่อบันทึกบัญชีรายได้และเป็นหลักฐานในการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ในประเทศไทย ใบแจ้งหนี้อาจเรียกได้หลายชื่อตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือใบเสร็จรับเงิน (Receipt) ในกรณีที่มีการชำระเงินพร้อมกับการออกเอกสาร
หน้าที่และลักษณะของใบแจ้งหนี้
- เอกสารเรียกเก็บเงิน แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าต้องชำระเงินเป็นจำนวนเท่าใด สำหรับสินค้าหรือบริการใด
- หลักฐานทางกฎหมาย ใช้เป็นหลักฐานในการซื้อขายที่มีผลทางกฎหมาย
- ใช้ในการบันทึกบัญชี ทั้งฝ่ายผู้ขายและผู้ซื้อใช้ใบแจ้งหนี้ในการบันทึกรายการทางบัญชี
- เอกสารอ้างอิงทางภาษี ใช้เป็นหลักฐานในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้
- แสดงรายละเอียดสมบูรณ์ ระบุรายละเอียดสินค้า/บริการ จำนวน ราคาต่อหน่วย ส่วนลด ภาษี และยอดรวม
ใบแจ้งหนี้ที่สมบูรณ์จะมีการระบุข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อและที่อยู่ของผู้ขายและผู้ซื้อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ออกเอกสาร เลขที่เอกสาร รายละเอียดสินค้าหรือบริการ ราคา และเงื่อนไขการชำระเงิน
ใบวางบิล (Billing Note) คืออะไร ?

ใบวางบิล คือ เอกสารที่ผู้ขายหรือผู้ให้บริการออกให้แก่ลูกค้าเพื่อแจ้งการเรียกเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ โดยส่วนใหญ่ใช้ในระบบการซื้อขายแบบเครดิต (Credit) สามารถรวบรวมใบแจ้งหนี้หลายฉบับที่ถึงกำหนดชำระในคราวเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการติดตามและเรียกเก็บเงิน
ในทางปฏิบัติ ใบวางบิลเป็นเอกสารที่มีลักษณะคล้ายใบสรุปหรือใบแจ้งเตือนการชำระเงิน ธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้าในประเทศไทย โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่ซับซ้อน
หน้าที่และลักษณะของใบวางบิล
ใบวางบิลมีหน้าที่และลักษณะสำคัญ ดังนี้
- เอกสารแจ้งเตือนการชำระเงิน แจ้งให้ลูกค้าทราบว่ามีใบแจ้งหนี้ใดบ้างที่ถึงกำหนดชำระ
- สามารถรวมใบแจ้งหนี้หลายฉบับในใบวางบิลเดียว
- เอกสารติดตามการชำระเงิน ช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถติดตามสถานะการชำระเงินได้ง่ายขึ้น
- ไม่มีผลทางกฎหมาย เป็นแค่เอกสารแจ้งเตือน
- เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียกเก็บเงิน ใช้ในขั้นตอนการเรียกเก็บเงินตามกระบวนการทางธุรกิจ
ใบวางบิลจะแสดงรายการใบแจ้งหนี้ทั้งหมดที่ต้องชำระ พร้อมระบุเลขที่ วันที่ออก จำนวนเงิน และกำหนดชำระเงิน
เปรียบเทียบระหว่าง ใบแจ้งหนี้ กับ ใบวางบิล
ใบแจ้งหนี้และใบวางบิลมีความแตกต่างกันหลายประการ ทั้งในด้านวัตถุประสงค์ ผลทางกฎหมาย และการใช้งาน ได้แก่
ประเด็น | ใบแจ้งหนี้ (Invoice) | ใบวางบิล (Billing Note) |
|---|---|---|
วัตถุประสงค์ | แจ้งรายละเอียดสินค้า/บริการและจำนวนเงินที่ต้องชำระ | แจ้งเตือนการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ที่ถึงกำหนด |
ผลทางกฎหมาย | มีผลทางกฎหมาย ใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีและภาษี | ไม่มีผลทางกฎหมาย เป็นเพียงเอกสารแจ้งเตือน |
การออกเอกสาร | ออกทันทีหลังการส่งมอบสินค้า/บริการ | ออกเวลาใกล้ถึงกำหนดชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ |
รายละเอียด | ระบุรายละเอียดสินค้า/บริการ ราคา ภาษี | ระบุเฉพาะเลขที่ใบแจ้งหนี้และจำนวนเงินที่ต้องชำระ |
การใช้งาน | ใช้ในการบันทึกบัญชีและการเสียภาษี | ใช้ในการติดตามและเรียกเก็บเงิน |
ความจำเป็น | จำเป็นต้องมีตามกฎหมาย | ไม่จำเป็นต้องมีตามกฎหมาย เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติ |
ลำดับการออกเอกสาร ใบวางบิล และ ใบแจ้งหนี้
ในการดำเนินธุรกิจ ลำดับการออกเอกสารมีความสำคัญต่อกระบวนการทางบัญชีและการบริหารกระแสเงินสดด้วยวงจร PDCA ขั้นตอนพื้นฐานมีดังนี้
- การสั่งซื้อสินค้า/บริการ ลูกค้าออกใบสั่งซื้อ (Purchase Order)
- การส่งมอบสินค้า/บริการ ผู้ขายส่งมอบสินค้าพร้อมใบส่งของ (Delivery Order)
- ผู้ขายออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) ทันทีหลังส่งมอบสินค้า/บริการ
- การวางบิล ผู้ขายออกใบวางบิล (Billing Note) เวลาใกล้ถึงกำหนดชำระเงิน
- การชำระเงิน ลูกค้าชำระเงินตามใบวางบิล
- การออกใบเสร็จรับเงิน ผู้ขายออกใบเสร็จรับเงิน (Receipt) เวลาได้รับชำระเงิน
ในบางกรณี ลำดับการออกเอกสารขึ้นกับข้อตกลงทางการค้าและนโยบายขององค์กร เช่น
- ในกรณีการซื้อขายเงินสด จะไม่มีการออกใบวางบิล และออกใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จรับเงินฉบับเดียวกัน
- ในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการสั่งซื้อหลายรายการ อาจออกใบวางบิลรวมหลายใบแจ้งหนี้เข้าด้วยกัน
- บางธุรกิจอาจออกใบวางบิลก่อนออกใบแจ้งหนี้ในระบบขายเชื่อ เพื่อแจ้งลูกค้าให้เตรียมการชำระเงิน
รายละเอียดและรูปแบบของ ใบแจ้งหนี้ ที่ถูกต้อง
ใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีรายละเอียดสมบูรณ์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยเฉพาะถ้าเป็นใบกำกับภาษี (Tax Invoice) มีส่วนประกอบหลายส่วน ได้แก่
1. ข้อมูลผู้ขาย/ผู้ให้บริการ
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย
- สถานประกอบการ (กรณีมีหลายสาขา)
- เลขทะเบียนการค้า (ถ้ามี)
2. ข้อมูลผู้ซื้อ/ผู้รับบริการ
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ
- สถานประกอบการ (กรณีมีหลายสาขา)
3. ข้อมูลเอกสาร
- คำว่า "ใบแจ้งหนี้" หรือ "ใบกำกับภาษี"
- เลขที่เอกสาร (เรียงลำดับต่อเนื่อง)
- วันที่ออกเอกสาร
- เงื่อนไขการชำระเงิน (เครดิตกี่วัน)
- กำหนดวันชำระเงิน
4. รายละเอียดสินค้า/บริการ
- รายการสินค้าหรือบริการอย่างละเอียด
- จำนวนหรือปริมาณสินค้า/บริการ
- ราคาต่อหน่วย
- ส่วนลด (ถ้ามี)
- มูลค่าสินค้า/บริการก่อนภาษี
5. ข้อมูลภาษีและการชำระเงิน
- จำนวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (แยกให้เห็นชัดเจน)
- จำนวนเงินรวมทั้งหมด (ตัวเลขและตัวอักษร)
- ช่องลายมือชื่อผู้รับเอกสาร/ผู้มีอำนาจ
- วันที่รับเอกสาร
ใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องเป็นไปตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น
- ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- ใบกำกับภาษีแบบย่อ (สำหรับการขายสินค้าหรือบริการให้แก่ลูกค้าทั่วไป)
- ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) สำหรับการออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
ประเภทของ ใบแจ้งหนี้ และ ใบวางบิล
ใบแจ้งหนี้และใบวางบิลมีหลายประเภทที่ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ดังนี้
ประเภทของใบแจ้งหนี้
- ใบแจ้งหนี้ทั่วไป (Commercial Invoice) ใช้ในการซื้อขายทั่วไประหว่างธุรกิจ
- ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ใบแจ้งหนี้ที่มีรายละเอียดตามที่กรมสรรพากรกำหนด สำหรับการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จรับเงิน (Invoice/Receipt) เอกสารที่รวมใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินไว้ในฉบับเดียวกัน
- ใบแจ้งหนี้ล่วงหน้า (Proforma Invoice) เอกสารแจ้งราคาและรายละเอียดสินค้าก่อนการส่งมอบจริง
- ใบแจ้งหนี้การส่งออก (Export Invoice) ใช้ในการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
- ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-Invoice) ใบแจ้งหนี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
ประเภทของใบวางบิล
- ใบวางบิลรายครั้ง ออกสำหรับการเรียกเก็บเงินในแต่ละครั้ง
- ใบวางบิลรายเดือน ออกเพื่อรวบรวมใบแจ้งหนี้ทั้งหมดในรอบเดือน
- ใบวางบิลรายลูกค้า ออกแยกตามลูกค้าแต่ละราย
- ใบวางบิลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Billing) ใบวางบิลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
แต่ละประเภทของเอกสารมีวัตถุประสงค์กับการใช้งานที่แตกต่างกัน ธุรกิจควรเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะการดำเนินงานและข้อกำหนดทางกฎหมาย
ใบแจ้งหนี้ และ ใบวางบิล ในภาษาอังกฤษ

สำหรับธุรกิจที่ต้องทำงานกับลูกค้าหรือคู่ค้าต่างประเทศ การเข้าใจศัพท์กับรูปแบบของใบแจ้งหนี้และใบวางบิลในภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากค่ะ
ในภาษาอังกฤษ
- ใบแจ้งหนี้ = Invoice
- ใบวางบิล = Billing Note หรือ Statement of Account
คำศัพท์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ใบกำกับภาษี = Tax Invoice
- ใบเสร็จรับเงิน = Receipt
- ใบสั่งซื้อ = Purchase Order (PO)
- ใบส่งของ = Delivery Order (DO) หรือ Packing List
ตัวอย่างใบแจ้งหนี้ภาษาอังกฤษ
ใบแจ้งหนี้ภาษาอังกฤษมีองค์ประกอบหลัก ดังนี้
1. Header (ส่วนหัว)
- Company Name, Logo, and Address (ชื่อบริษัท โลโก้ และที่อยู่)
- The word "INVOICE" (คำว่า "ใบแจ้งหนี้")
- Invoice Number (เลขที่ใบแจ้งหนี้)
- Issue Date (วันที่ออกใบแจ้งหนี้)
- Due Date (วันครบกำหนดชำระเงิน)
2. Customer Information (ข้อมูลลูกค้า)
- Customer Name and Address (ชื่อและที่อยู่ลูกค้า)
- Customer ID or Account Number (รหัสลูกค้าหรือเลขที่บัญชี)
- Purchase Order Number (เลขที่ใบสั่งซื้อ)
3. Invoice Details (รายละเอียดใบแจ้งหนี้)
- Description of goods/services (รายละเอียดสินค้า/บริการ)
- Quantity (จำนวน)
- Unit Price (ราคาต่อหน่วย)
- Amount (จำนวนเงิน)
- VAT/Tax (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)ฃ
- Discount (ส่วนลด)
- Total Amount (จำนวนเงินรวม)
4. Payment Information (ข้อมูลการชำระเงิน)
- Payment Terms (เงื่อนไขการชำระเงิน)
- Bank Account Details (รายละเอียดบัญชีธนาคาร)
- Accepted Payment Methods (วิธีการชำระเงินที่ยอมรับ)
5. Footer (ส่วนท้าย)
- Notes or Terms and Conditions (หมายเหตุหรือข้อกำหนดและเงื่อนไข)
- Signature (ลายเซ็น)
- Contact Information (ข้อมูลติดต่อ)
ตัวอย่างใบวางบิลภาษาอังกฤษ
ใบวางบิลภาษาอังกฤษมีองค์ประกอบหลัก ดังนี้
1. Header (ส่วนหัว)
- Company Name, Logo, and Address (ชื่อบริษัท โลโก้ และที่อยู่)
- The words "BILLING NOTE" or "STATEMENT OF ACCOUNT" (คำว่า "ใบวางบิล" หรือ "รายการบัญชี")
- Billing Note Number (เลขที่ใบวางบิล)
- Issue Date (วันที่ออกใบวางบิล)
2. Customer Information (ข้อมูลลูกค้า)
- Customer Name and Address (ชื่อและที่อยู่ลูกค้า)
- Customer ID or Account Number (รหัสลูกค้าหรือเลขที่บัญชี)
3. Billing Details (รายละเอียดการวางบิล)
- List of Invoices (รายการใบแจ้งหนี้)
- Invoice Number (เลขที่ใบแจ้งหนี้)
- Invoice Date (วันที่ออกใบแจ้งหนี้)
- Due Date (วันครบกำหนดชำระเงิน)
- Amount Due (จำนวนเงินที่ต้องชำระ)
- Total Amount Due (จำนวนเงินรวมที่ต้องชำระ)
4. Payment Information (ข้อมูลการชำระเงิน)
- Payment Terms (เงื่อนไขการชำระเงิน)
- Bank Account Details (รายละเอียดบัญชีธนาคาร)
- Payment Due Date (วันครบกำหนดชำระเงิน)
5. Footer (ส่วนท้าย)
- Notes or Instructions (หมายเหตุหรือคำแนะนำ)
- Contact Person (ผู้ติดต่อ)
- Signature (ลายเซ็น)
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับ ใบแจ้งหนี้ และ ใบวางบิล

ในกระบวนการทางธุรกิจ มีเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับใบแจ้งหนี้และใบวางบิล จะถูกใช้ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ได้แก่
- ใบเสนอราคา (Quotation) เอกสารที่ผู้ขายส่งให้ลูกค้าเพื่อเสนอราคาสินค้าหรือบริการ ก่อนที่จะมีการตกลงซื้อขาย
- ใบสั่งซื้อ (Purchase Order หรือ PO) เอกสารที่ผู้ซื้อออกให้ผู้ขายเพื่อแจ้งความต้องการในการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ
- ใบรับคำสั่งซื้อ (Sales Order หรือ SO) เอกสารที่ผู้ขายออกเพื่อยืนยันการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า
- ใบส่งของ (Delivery Order หรือ DO) เอกสารที่ใช้ในการส่งมอบสินค้าจากผู้ขายให้แก่ผู้ซื้อ
- ใบรับของ (Goods Received Note หรือ GRN) เอกสารที่ผู้ซื้อออกเพื่อยืนยันการรับสินค้าจากผู้ขาย
- ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) เอกสารที่ผู้ขายออกให้เวลาได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อ หรือสลิปเงินเดือนในบางกรณีสำหรับพนักงาน
- ใบลดหนี้ (Credit Note) เอกสารที่ผู้ขายออกให้เวลามีการลดหนี้ให้แก่ลูกค้า เช่น กรณีสินค้าชำรุดหรือคืนสินค้า
- ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) เอกสารที่ผู้ขายออกเวลามีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากลูกค้า
- ใบปิดงาน (Job Completion Certificate) เอกสารที่ใช้ยืนยันการส่งมอบงานเสร็จสิ้น ส่วนใหญ่ใช้ในธุรกิจบริการหรือรับเหมา
- ใบแจ้งยอดหนี้ (Statement of Account) เอกสารสรุปยอดหนี้คงค้างทั้งหมดของลูกค้า ออกเป็นรายเดือน
การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเอกสารเหล่านี้ ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการกระบวนการซื้อขายและการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป
ใบแจ้งหนี้และใบวางบิล คือเอกสารสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยมีความแตกต่างและบทบาทที่ชัดเจน ดังนี้
- ใบแจ้งหนี้ (Invoice) เอกสารทางกฎหมายที่แจ้งรายละเอียดสินค้าหรือบริการ จำนวนเงิน และกำหนดการชำระเงิน มีผลทางบัญชีและภาษี ต้องมีรายละเอียดสมบูรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด
- ใบวางบิล (Billing Note) เอกสารแจ้งเตือนการชำระเงินที่รวบรวมใบแจ้งหนี้หลายฉบับ ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามและเรียกเก็บเงิน
การออกเอกสารทั้งสองประเภทนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารกระแสเงินสด การบันทึกบัญชี กับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและภาษี ธุรกิจควรมีระบบการจัดการเอกสารที่เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้อง
การเข้าใจความแตกต่างกับความสัมพันธ์ระหว่างใบแจ้งหนี้และใบวางบิล รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการการเงินกับการบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาด และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจค่ะ
