หนังสือรับรองการทํางาน | วิธีเขียนสำหรับนายจ้าง และวิธีขอสำหรับลูกจ้าง

JobFinFin สรุปให้ (Key Takeaway)
- หนังสือรับรองการทำงาน คือเอกสารที่นายจ้างออกให้เพื่อรับรองว่าลูกจ้างทำงานในตำแหน่งรวมถึงระยะเวลาที่ระบุไว้จริง
- กฎหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 585 กำหนดให้นายจ้างจำเป็นต้องออกหนังสือรับรองให้ลูกจ้างเวลาการจ้างสิ้นสุด
- หนังสือรับรองการทำงานนำไปใช้ได้หลายวัตถุประสงค์ เช่น สมัครงานใหม่ ศึกษาต่อ ขอสินเชื่อ ทำบัตรเครดิต ขอวีซ่า
- หนังสือรับรองที่สมบูรณ์จะมีชื่อบริษัท ตราบริษัท รายละเอียดของลูกจ้าง ระยะเวลาทำงาน ตำแหน่งงาน หน้าที่รับผิดชอบ และลายเซ็นผู้มีอำนาจ
- ลูกจ้างขอหนังสือรับรองได้จากฝ่ายบุคคลหรือผู้มีอำนาจในการออกเอกสาร
- หนังสือรับรองการทำงานแตกต่างจากหนังสือรับรองการผ่านงานตรงช่วงเวลาออกเอกสารและวัตถุประสงค์การใช้งาน
หนังสือรับรองการทำงาน คือเอกสารจำเป็นต่อชีวิตการทำงานของพนักงานทุกคน ทั้งช่วงเปลี่ยนงาน สมัครเรียนต่อ หรือทำธุรกรรมการเงิน เอกสารนี้ช่วยยืนยันประสบการณ์ ฝีมือ และประวัติการทำงานที่ผ่านมา ทำให้มีความน่าเชื่อถือเวลายื่นสมัครงานใหม่หรือใช้ยืนยันในธุรกรรมต่าง ๆ บทความนี้ JobFinFin เราจะช่วยให้นายจ้างกับลูกจ้างรู้จักความสำคัญ ส่วนประกอบ วิธีขอ และวิธีเขียนหนังสือรับรองการทำงานที่ถูกต้องค่ะ
หนังสือรับรองการทํางาน คืออะไร ?

หนังสือรับรองการทำงาน (Certificate of Employment หรือ Employment Reference Letter) คือเอกสารที่นายจ้างหรือองค์กรออกให้ เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ตามช่วงเวลาที่ระบุไว้จริง รายละเอียดในเอกสารรวมถึงลักษณะการจ้างงาน ตำแหน่งงาน หน้าที่รับผิดชอบ ระยะเวลาทำงาน พร้อมรายได้ของพนักงาน (ถ้าต้องการระบุ)
นายจ้างจะออกหนังสือรับรองการทำงานเวลาพนักงานผ่านช่วงทดลองงานหรือตอนที่สัญญาทำงานสิ้นสุด เพื่อเป็นหลักฐานว่าคน ๆ นั้นเคยทำงานที่องค์กรนี้มาแล้ว ตามกฎหมายแรงงานและแพ่งพาณิชย์ มาตรา 585 บอกว่า "เวลาจ้างงานจบลงแล้ว ลูกจ้างควรได้รับใบยืนยันว่าได้ทำงานมาระยะเวลาเท่าไร พร้อมลักษณะงานที่ทำ" หมายความว่านายจ้างต้องออกหนังสือรับรองให้ลูกจ้างทุกรายเวลาการจ้างจบลง
ความต่างระหว่าง หนังสือรับรองการทํางาน กับ หนังสือรับรองการผ่านงาน
แม้คนจำนวนมากจะใช้คำสองแบบนี้แทนกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ดังนี้
หนังสือรับรองการทำงาน | หนังสือรับรองการผ่านงาน |
|---|---|
|
|
นอกจากนี้ ในการใช้งานจริงคำทั้งสองสามารถใช้แทนกันได้ เพราะเอกสารทั้งสองแบบมีลักษณะคล้ายกันมากค่ะ
ประโยชน์ของหนังสือรับรองการจ้างงาน
หนังสือรับรองการทำงานมีประโยชน์หลากหลายต่อพนักงานกับองค์กร ได้แก่
1. การสมัครงานใหม่
- ใช้เป็นหลักฐานยืนยันประสบการณ์กับความสามารถในการทำงานที่ผ่านมา
- เพิ่มความน่าเชื่อถือในการสมัครงาน เพราะมีเอกสารรับรองจากนายจ้างเดิม
- ช่วยให้ฝ่ายบุคคลของบริษัทใหม่รู้จักประวัติการทำงานของผู้สมัครใน เรซูเม่ ชัดเจนขึ้น
2. การศึกษาต่อ
- ใช้ประกอบการสมัครเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น ปริญญาโท หรือปริญญาเอก
- แสดงถึงประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่ต้องการศึกษาต่อ
3. การทำธุรกรรมการเงิน
- ใช้เป็นหลักฐานรายได้ในการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน
- เพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อหรือวงเงินที่สูงขึ้น
- ใช้ประกอบการสมัครทำบัตรเครดิต
4. การขอวีซ่า
- ใช้ยืนยันสถานะการทำงานกับรายได้เวลาต้องการขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ
- แสดงความมั่นคงทางการเงินกับอาชีพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาอนุมัติวีซ่า
5. ประโยชน์อื่น ๆ
- ใช้เป็นหลักฐานในการทำสัญญาเช่า
- ใช้ยืนยันตัวตนกับสถานะการเงินในธุรกรรมต่าง ๆ
- เป็นหลักฐานทางกฎหมายเกี่ยวกับประวัติการทำงาน
องค์ประกอบและข้อมูลในหนังสือรับรองการทํางาน
หนังสือรับรองการทำงานที่มีคุณภาพ ควรมีส่วนประกอบหลัก ๆ ให้ครบถ้วน ได้แก่
1. หัวกระดาษของบริษัท
- ชื่อบริษัทหรือหน่วยงาน
- โลโก้บริษัท (ถ้ามี)
- ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และข้อมูลติดต่ออื่น ๆ
2. ข้อมูลทั่วไป
- วันที่ออกหนังสือรับรอง
- เลขที่อ้างอิงของหนังสือ (ถ้ามี)
- หัวเรื่อง "หนังสือรับรองการทำงาน" หรือ "Certificate of Employment"
3. ข้อมูลพนักงาน
- ชื่อ-นามสกุลของพนักงาน
- เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขพนักงาน
- ตำแหน่งงานล่าสุดหรือตำแหน่งที่ทำอยู่
- สังกัดแผนกหรือฝ่าย
4. รายละเอียดการทำงาน
- วันที่เริ่มทำงานกับบริษัท (และวันที่จบการทำงาน หากลาออกแล้ว)
- ช่วงเวลาการทำงานทั้งหมด (อายุงาน)
- ลักษณะการจ้างงาน (พนักงานประจำ พนักงานตามสัญญา พนักงานพาร์ทไทม์)
- หน้าที่การทำงานโดยย่อ
5. ข้อมูลเงินเดือนและผลตอบแทน (ถ้าระบุได้)
- เงินเดือนล่าสุด (อาจอ้างอิงจากสลิปเงินเดือน)
- ผลตอบแทนหรือสวัสดิการอื่น ๆ (ถ้าต้องการแจ้ง)
6. วัตถุประสงค์ของการออกหนังสือ (ถ้ามีการระบุเฉพาะ)
- เช่น "เพื่อสมัครงาน" หรือ "เพื่อยื่นขอวีซ่า"
7. ข้อความรับรอง
- ข้อความยืนยันว่าข้อมูลในหนังสือรับรองเป็นความจริง
- ข้อความแสดงถึงพฤติกรรมหรือผลงานของพนักงาน (ถ้าเหมาะสม)
8. ลายเซ็นและตำแหน่ง
- ลายเซ็นของผู้มีอำนาจลงนาม
- ชื่อ-นามสกุล และตำแหน่งของผู้ลงนาม
- ตราบริษัท (ถ้ามี)
9. ข้อมูลติดต่อกลับ
- ชื่อบุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้
- เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลสำหรับติดต่อ
ขั้นตอนการขอหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง

พนักงานที่ต้องการขอหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง สามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้ค่ะ
1. ศึกษาขั้นตอนภายในองค์กร
- ตรวจสอบนโยบายกับขั้นตอนการขอหนังสือรับรองการทำงานขององค์กร
- ดูว่าต้องยื่นคำขอผ่านช่องทางใด (เช่น ระบบบุคคลออนไลน์ อีเมล แบบฟอร์มกระดาษ)
2. กรอกแบบฟอร์มคำขอ
- กรอกแบบฟอร์มขอหนังสือรับรองการทำงานให้สมบูรณ์
- ระบุจุดประสงค์ในการขอหนังสือรับรองให้ชัดเจน เช่น สมัครงาน ขอวีซ่า หรือขอสินเชื่อ
- ระบุภาษาที่ต้องการ (ไทย หรือ อังกฤษ หรือทั้งสองภาษา)
3. ส่งคำขอไปยังฝ่ายที่รับผิดชอบ
- ส่งแบบฟอร์มคำขอที่ฝ่ายบุคคล (HR) หรือยื่นคำขอผ่านหัวหน้างานและผู้จัดการโดยตรง (ตามนโยบายองค์กร)
4. ระยะเวลาในการรอ
- โดยทั่วไปการออกหนังสือรับรองการทำงานอาจใช้เวลา 1-7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับนโยบายองค์กร
- กรณีเร่งด่วน ควรแจ้งเหตุผลกับกำหนดเวลาที่ต้องการใช้งานให้ชัดเจน
5. การรับหนังสือรับรอง
- ตรวจสอบช่องทางการรับเอกสาร (รับที่ฝ่ายบุคคล จัดส่งทางไปรษณีย์ หรือส่งอีเมล)
- เวลาได้รับหนังสือรับรองแล้ว ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทันที
6. กรณีขอหนังสือรับรองย้อนหลัง
- สามารถขอหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้างเก่าได้ตามกฎหมาย
- ควรติดต่อฝ่ายบุคคลของบริษัทเดิมโดยตรง
- อาจต้องแสดงหลักฐานที่เคยทำงานกับบริษัท เช่น สำเนาบัตรพนักงาน สลิปเงินเดือนเก่า
ข้อควรรู้เกี่ยวกับอายุของหนังสือรับรองการทำงาน
- ในการใช้งานทั่วไป เช่น สมัครงาน ไม่มีการกำหนดอายุที่แน่นอน แต่ควรเป็นเอกสารที่ออกมาไม่เกิน 3-6 เดือน
- สำหรับธุรกรรมการเงินกับราชการ สำนักงานต่าง ๆ จะกำหนดอายุการใช้งาน 30-90 วัน
แนวทางการเขียน หนังสือรับรองการทํางาน สำหรับนายจ้าง/HR

นายจ้างหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลที่ต้องเขียนหนังสือรับรองการทำงาน ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ค่ะ
1. ใช้รูปแบบเป็นทางการ
- เขียนบนกระดาษหัวจดหมายของบริษัท (Company Letterhead)
- ใช้แบบฟอร์มมาตรฐานขององค์กร (ถ้ามี)
- ใช้ภาษาเป็นทางการและสุภาพ
- พิมพ์ให้เรียบร้อย หลีกเลี่ยงการเขียนด้วยลายมือ ยกเว้นลายเซ็น
2. ส่วนประกอบหลัก
- วันที่ออกหนังสือรับรอง
- ชื่อและข้อมูลติดต่อของบริษัท
- ชื่อกับตำแหน่งของพนักงาน
- ระยะเวลาการทำงาน
- ลายเซ็นของผู้มีอำนาจ
- ตราบริษัท (ถ้ามี)
3. เนื้อหาที่ควรระบุ
- ข้อความเปิดเรื่องชัดเจน "หนังสือฉบับนี้ออกให้เพื่อรับรองว่า..."
- ข้อมูลพนักงานถูกต้อง ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน
- ระยะเวลาทำงานชัดเจน วันที่เริ่มงาน (และวันสิ้นสุด หากลาออกแล้ว)
- รายละเอียดตำแหน่งและหน้าที่รับผิดชอบโดยย่อ
- เงินเดือนล่าสุด (ถ้าต้องระบุ)
4. ข้อควรระวัง
- ข้อมูลต้องถูกต้อง ข้อเท็จจริง และตรวจสอบได้
- หลีกเลี่ยงการให้ความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับพนักงาน
- ไม่ควรระบุข้อความที่ทำร้ายลูกจ้าง
- ไม่ควรระบุสาเหตุการลาออกหรือการสิ้นสุดการจ้างงาน (ควรอยู่ใน ใบลาออก โดยตรง)
- ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
5. การปกป้องความเป็นส่วนตัว
- ส่งมอบหนังสือรับรองในซองจดหมายปิดผนึก เพื่อรักษาข้อมูลส่วนตัว
- ถ้าส่งทางอีเมล ควรใช้ไฟล์ PDF ที่ป้องกันการแก้ไข
- ตรวจสอบนโยบายการเปิดเผยข้อมูลขององค์กรก่อนให้ข้อมูลเงินเดือนหรือรายได้
ตัวอย่างและแบบฟอร์ม หนังสือรับรองการทํางาน ประเภทต่าง ๆ

หนังสือรับรองการทํางานมีแบบฟอร์มหลากหลายตามการใช้งาน เช่น
ตัวอย่างหนังสือรับรองการทํางานบริษัท
ตัวอย่างหนังสือรับรองการผ่านงานกรณีลาออก
ตัวอย่างหนังสือรับรองการทํางานฟรีแลนซ์
แบบฟอร์มหนังสือรับรองการทํางานราชการ
ตัวอย่างจดหมายรับรองการทํางาน
หนังสือรับรองประสบการณ์การทํางานบริษัท
- วิศวกรโครงการ (Project Engineer) (1 ม.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2562)
- ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) (1 ม.ค. 2563 - 31 ธ.ค. 2565)
- ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ (Director of Project Management) (1 ม.ค. 2566 - วันนี้)
ประสบการณ์โครงการสำคัญ
1. โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน The Tower (พ.ศ. 2560-2561)
- บริหารจัดการทีมวิศวกรและผู้รับเหมา
- ควบคุมงบประมาณโครงการมูลค่า 850 ล้านบาท
- วางแผนและบริหารโครงการก่อสร้างอาคารสูง 35 ชั้น
- ประสานงานกับหน่วยงานราชการและชุมชนโดยรอบ
- ควบคุมงบประมาณโครงการมูลค่า 1,200 ล้านบาท
- กำกับดูแลการบริหารโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
- บริหารทีมวิศวกรและผู้จัดการโครงการกว่า 50 คน
- ควบคุมงบประมาณรวมมูลค่า 3,500 ล้านบาท
- การบริหารโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
- การวางแผนและควบคุมงบประมาณ
- การจัดการความเสี่ยงในโครงการก่อสร้าง
- การใช้เทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) ในการบริหารโครงการ
ออกให้ ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2567
ลงชื่อ.........................................
(นางสาวพัฒนา ก้าวหน้า)
ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล
(ประทับตราบริษัท)
ผู้ติดต่อ ฝ่ายบุคคล โทร. 02-444-5555 ต่อ 123
สรุป
หนังสือรับรองการทำงาน คือเอกสารสำคัญต่อชีวิตการทำงาน ทั้งเพื่อสมัครงาน ศึกษาต่อ ทำธุรกรรมการเงิน หรือขอวีซ่ ที่ตามกฎหมายกำหนด โดยนายจ้างต้องออกให้ลูกจ้างเวลาการจ้างงานสิ้นสุด
สำหรับพนักงาน การเข้าใจวิธีขอกับนำหนังสือรับรองการทำงานไปใช้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้จัดการเอกสารสำคัญนี้ได้มีประสิทธิภาพ ส่วนนายจ้างหรือฝ่ายบุคคล ควรเข้าใจวิธีเขียนหนังสือรับรองที่ถูกต้องกับครบถ้วน เพื่อให้เอกสารใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์และเป็นประโยชน์ต่อพนักงาน
หนังสือรับรองการทำงานที่ดีควรมีข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน โดยแต่ละประเภทของหนังสือรับรองอาจมีรูปแบบและรายละเอียดที่แตกต่างกันตามวัตถุประสงค์การใช้งาน การให้ความสำคัญกับเข้าใจวิธีการจัดการหนังสือรับรองการทำงานที่ถูกต้อง จะช่วยให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างสามารถใช้ประโยชน์จากเอกสารสำคัญนี้ได้มีประสิทธิภาพค่ะ
