เช็กก่อนรับเงิน! วิธีคิดโอที ที่นายจ้างต้องจ่ายตามกฎหมายแรงงาน

JobFinFin สรุปให้
- วิธีคิดโอที ในวันทำงานปกติ ต้องได้รับไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
- ค่าทำงานในวันหยุดสำหรับพนักงานรายเดือนได้ 1 เท่า และพนักงานรายวันได้ 2 เท่า
- วิธีคิดค่าโอทีในวันหยุด สำหรับพนักงานรายเดือนและรายวัน ต้องได้รับ 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
- การทำงานล่วงเวลารวมกันต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- การทำงานล่วงเวลาเกิน 2 ชั่วโมง ต้องให้พนักงานพักอย่างน้อย 20 นาที
วิธีคิดโอที เรื่องใกล้ตัวของคนทำงาน เพราะการทำงานล่วงเวลาหรือโอที (Overtime) เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงที่มีงานเร่งด่วนหรือโครงการที่ต้องรีบทำให้เสร็จทันกำหนดเวลา ตามกฎหมายแรงงานไทย การจ่ายค่าล่วงเวลาถือเป็นสวัสดิการและสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
บทความนี้ JobFinFin ช่วยอธิบายเกี่ยวกับวิธีคิดค่าโอทีตามกฎหมายแรงงาน เพื่อให้พนักงานเข้าใจสิทธิของตนและสามารถเช็คว่าได้รับค่าตอบแทนถูกต้องหรือไม่ค่ะ
วิธีคิดค่าโอที ทำงานล่วงเวลา ควรได้เงินเพิ่มเท่าไหร่ ?

วิธีคิดโอที ตามกฎหมายแรงงาน คือสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้ เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเอง เพราะหลายคนต้องทำงานล่วงเวลาอยู่บ่อยครั้ง ทั้งการเคลียร์งานให้เสร็จ มีประชุมต่อหลังเลิกงาน หรือต้องมาทำงานในวันหยุด กฎหมายแรงงานไทยได้กำหนดอัตราค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลาไว้อย่างชัดเจน แบ่งเป็น 3 กรณีหลัก ได้แก่
ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ
การทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติ โดยสามารถคำนวณได้ดังนี้ค่ะ
วิธีคิดโอทีสำหรับพนักงานรายเดือน
ค่าล่วงเวลา = (เงินเดือน ÷ 30 วัน ÷ 8 ชั่วโมง) × 1.5 × จำนวนชั่วโมงที่ทำล่วงเวลา |
ตัวอย่าง พนักงานเงินเดือน 15,000 บาท ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ทำโอที 3 ชั่วโมง
- วิธีคิดค่าโอที (15,000 ÷ 30 ÷ 8) × 1.5 × 3 = 62.5 × 1.5 × 3 = 281.25 บาท
วิธีคิดโอทีสำหรับพนักงานรายวัน
ค่าล่วงเวลา = (ค่าจ้างต่อวัน ÷ 8 ชั่วโมง) × 1.5 × จำนวนชั่วโมงที่ทำล่วงเวลา |
ตัวอย่าง พนักงานค่าจ้างวันละ 350 บาท (อ้างอิงค่าแรงขั้นต่ำ 2568) ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ทำโอที 2 ชั่วโมง
- วิธีคิดค่าโอที (350 ÷ 8) × 1.5 × 2 = 43.75 × 1.5 × 2 = 131.25 บาท
ตามกฎหมายแรงงานกำหนดให้พนักงานทั่วไปสามารถทำงานได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าเกินกว่านี้ถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาค่ะ
ทำงานในวันหยุด
วิธีคิดค่าจ้างการทำงานในวันหยุด (ในช่วงเวลาทำงานปกติ) แตกต่างกันระหว่างพนักงานรายเดือนและพนักงานรายวัน ตามสิทธิการได้รับค่าจ้างในวันหยุดค่ะ
พนักงานรายเดือน (มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด) จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มอีก 1 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ (รวมเป็น 2 เท่า เพราะได้รับเงินเดือนอยู่แล้ว)
ค่าล่วงเวลา = (เงินเดือน ÷ 30 วัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติ) × 1 × จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน |
พนักงานรายวัน (ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด) จะได้รับค่าตอบแทน 2 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ
ค่าล่วงเวลา = (ค่าจ้างต่อวัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติ) × 2 × จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน |
ทำงานล่วงเวลาในวันหยุด
การทำงานล่วงเวลาในวันหยุด หมายถึงการทำงานเกินกว่าเวลาทำงานปกติในวันที่เป็นวันหยุดของพนักงาน ทั้งวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี โดยทั้งพนักงานรายเดือนกับพนักงานรายวันต้องได้รับค่าล่วงเวลาในอัตรา 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันและเวลาทำงานปกติ
อ่านเพิ่มเติม: วันหยุด 2568 อัปเดตล่าสุด เช็กปฏิทินวันหยุดราชการ วันหยุดยาว
วิธีคิดโอทีสำหรับพนักงานรายเดือน
ค่าล่วงเวลา = (เงินเดือน ÷ 30 วัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติ) × 3 × จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที |
ตัวอย่าง พนักงานเงินเดือน 15,000 บาท ทำโอทีในวันหยุด 4 ชั่วโมง
- วิธีคิดค่าโอที (15,000 ÷ 30 ÷ 8) × 3 × 4 = 62.5 × 3 × 4 = 750 บาท
วิธีคิดโอทีสำหรับพนักงานรายวัน
ค่าล่วงเวลา = (ค่าจ้างรายวัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติ) × 3 × จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที |
ตัวอย่าง พนักงานค่าจ้างวันละ 350 บาท ทำโอทีในวันหยุด 3 ชั่วโมง
- วิธีคิดค่าโอที (350 ÷ 8) × 3 × 3 = 43.75 × 3 × 3 = 393.75 บาท
พนักงานรายเดือนกับรายวัน มีวิธีคิดโอทีต่างกันไหม ?

พนักงานรายเดือนและพนักงานรายวันมีวิธีคิดโอทีที่แตกต่างกัน โดยความแตกต่างหลักอยู่ที่สิทธิการได้รับค่าจ้างในวันหยุด พนักงานรายเดือนมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ในขณะที่พนักงานรายวันไม่มีสิทธิดังกล่าว ส่งผลต่ออัตราค่าตอบแทนการทำงานในวันหยุดค่ะ
วิธีคิดโอทีพนักงานรายเดือน
พนักงานรายเดือนมีวิธีคิดโอทีโดยเริ่มจากการแปลงเงินเดือนให้เป็นค่าจ้างต่อวันและต่อชั่วโมงก่อน มักใช้เงินเดือนหารด้วย 30 วัน เพื่อให้ได้ค่าจ้างรายวัน และนำค่าจ้างรายวันหารด้วย 8 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ค่าจ้างรายชั่วโมง แล้วนำไปคูณกับอัตราค่าล่วงเวลาที่กำหนดตามกฎหมายค่ะ
ค่าจ้างรายชั่วโมงพนักงานรายเดือน = เงินเดือน ÷ 30 วัน ÷ 8 ชั่วโมง |
ตัวอย่างการคำนวณค่าล่วงเวลาพนักงานรายเดือน
พนักงานรายเดือนได้รับเงินเดือน 24,000 บาท ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ 1 ชั่วโมง
- คำนวณค่าจ้างรายวัน 24,000 ÷ 30 = 800 บาท/วัน
- คำนวณค่าจ้างรายชั่วโมง 800 ÷ 8 = 100 บาท/ชั่วโมง
- คำนวณค่าล่วงเวลา 100 × 1.5 × 1 = 150 บาท
พนักงานต้องได้รับค่าล่วงเวลา 150 บาท เพิ่มเติมจากเงินเดือน 24,000 บาทค่ะ
วิธีคิดโอทีพนักงานรายวัน

สำหรับพนักงานรายวัน วิธีคิดโอทีจะคำนวณจากอัตราค่าจ้างรายวัน พิจารณาจากจำนวนชั่วโมงการทำงานที่เกินเวลาปกติในวันทำงาน โดยใช้สูตรนี้ค่ะ
ค่าล่วงเวลา = (ค่าจ้างรายวัน ÷ จำนวนชั่วโมงงานปกติ) × (อัตราโอที 1.5 หรือ 3 เท่า) × (จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที) |
ตัวอย่างการคำนวณค่าล่วงเวลาพนักงานรายวัน
พนักงานรายวันได้รับค่าจ้างวันละ 400 บาท ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ 3 ชั่วโมง
- คำนวณค่าจ้างรายชั่วโมง 400 ÷ 8 = 50 บาท/ชั่วโมง
- คำนวณค่าล่วงเวลา 50 × 1.5 × 3 = 225 บาท
พนักงานรายวันต้องได้รับค่าล่วงเวลา 225 บาท เพิ่มจากค่าจ้างปกติ 400 บาทค่ะ
ทำงานวันหยุด มีวิธีคิดค่าโอทีแบบไหนบ้าง ?

การทำงานในวันหยุดมีวิธีคิดค่าโอทีที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของพนักงาน (รายวันหรือรายเดือน) และช่วงเวลาที่ทำงาน (ในเวลาทำงานปกติหรือนอกเวลาทำงานปกติ) สามารถแบ่งได้ดังนี้
การคิดค่าแรงพนักงานรายวันเมื่อทำงานวันหยุด
สำหรับพนักงานรายวันที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด เมื่อต้องมาทำงานในวันหยุด ได้รับค่าทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ คำนวณได้ดังนี้ค่ะ
ค่าล่วงเวลา = (ค่าจ้างต่อวัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติ) × 2 × จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน |
ตัวอย่าง พนักงานรายวัน ค่าจ้างวันละ 350 บาท ทำงานในวันหยุด 8 ชั่วโมง
- วิธีคิดโอที (350 ÷ 8) × 2 × 8 = 43.75 × 2 × 8 = 700 บาท
ทำงานล่วงเวลาในวันหยุด (หลังเวลาทำงานปกติ) ได้รับค่าตอบแทน 3 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ
ค่าล่วงเวลา = (ค่าจ้างต่อวัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติ) × 3 × จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที |
ตัวอย่าง พนักงานรายวัน ค่าจ้างวันละ 350 บาท ทำโอทีในวันหยุด 4 ชั่วโมง
- วิธีคิดโอที (350 ÷ 8) × 3 × 4 = 43.75 × 3 × 4 = 525 บาท
การคิดค่าแรงพนักงานรายเดือนเมื่อทำงานวันหยุด
สำหรับพนักงานรายเดือนที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้ว เมื่อต้องมาทำงานในวันหยุด ได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มอีก 1 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ คำนวณได้ดังนี้
ค่าล่วงเวลา = (เงินเดือน ÷ 30 วัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติ) × 1 × จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน |
ตัวอย่าง พนักงานเงินเดือน 15,000 บาท ทำงานในวันหยุด 8 ชั่วโมง
- วิธีคิดค่าโอที (15,000 ÷ 30 ÷ 8) × 1 × 8 = 62.5 × 1 × 8 = 500 บาท
ทำงานล่วงเวลาในวันหยุด (หลังเวลาทำงานปกติ) ได้รับค่าตอบแทน 3 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ
ค่าล่วงเวลา = (เงินเดือน ÷ 30 วัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติ) × 3 × จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที |
ตัวอย่าง พนักงานเงินเดือน 15,000 บาท ทำโอทีในวันหยุด 3 ชั่วโมง
- วิธีคิดค่าโอที (15,000 ÷ 30 ÷ 8) × 3 × 3 = 62.5 × 3 × 3 = 562.5 บาท
นายจ้างไม่จ่ายโอที หรือจ่ายไม่ตรงตามกฎหมาย ทำอะไรได้บ้าง ?

การเข้าใจวิธีคิดโอทีเป็นขั้นตอนแรกในการรักษาสิทธิ์ของตัวเอง แต่ถ้าพบว่านายจ้างไม่จ่ายค่าล่วงเวลา หรือจ่ายไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด พนักงานสามารถดำเนินการเพื่อเรียกร้องค่าตอบแทนที่ควรได้รับ มีแนวทางดังนี้
ข้อกำหนดเรื่องการทำงานล่วงเวลา
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน การให้พนักงานทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานก่อน และนายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าตอบแทนตามอัตราที่กฎหมายระบุไว้ การจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดต้องจ่ายพร้อมกับรอบการจ่ายค่าจ้างปกติค่ะ
- ค่าล่วงเวลาในวันทำงานปกติ ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
- ค่าทำงานในวันหยุด สำหรับพนักงานรายเดือนได้รับเพิ่มไม่น้อยกว่า 1 เท่า และพนักงานรายวันได้รับไม่น้อยกว่า 2 เท่าของค่าจ้าง
- ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ไม่น้อยกว่า 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
การรวบรวมหลักฐานเมื่อไม่ได้รับค่าโอที
ก่อนดำเนินการร้องเรียน ขั้นตอนที่ขาดไม่ได้คือการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำงานล่วงเวลาให้ได้มากที่สุด หลักฐานเหล่านี้ช่วยสนับสนุนคำร้องเรียนวิธีคิดค่าโอทีให้มีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากขึ้นค่ะ
- บันทึกเวลาเข้า-ออกงาน เอกสารตอกบัตร ภาพถ่าย หรือข้อมูลจากระบบสแกนนิ้ว
- หลักฐานการสั่งงาน อีเมล ข้อความแชท หรือเอกสารที่แสดงว่าได้รับมอบหมายให้ทำงานนอกเวลาปกติ
- สลิปเงินเดือน เพื่อแสดงยอดเงินค่าล่วงเวลาที่ได้รับจริง (หรือยอดที่ไม่ได้รับ)
- สัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงาน เอกสารที่ระบุเงื่อนไขการจ้างงานกับกฎระเบียบเรื่องการทำงานล่วงเวลา
- พยานบุคคล เพื่อนร่วมงานที่สามารถให้การยืนยันเรื่องการทำงานล่วงเวลาได้
ควรเก็บหลักฐานเหล่านี้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นรูปแบบการทำงานกับปัญหาการจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่ถูกต้องค่ะ
ช่องทางการร้องเรียนเมื่อถูกเอาเปรียบ
ถ้าการพูดคุยกับนายจ้างหรือฝ่ายบุคคลเรื่องวิธีคิดโอทีไม่เป็นผล พนักงานสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านหน่วยงานของรัฐได้หลายช่องทาง การร้องเรียนนี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทำให้นายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างหรือกลั่นแกล้งพนักงานจากการใช้สิทธิ์ได้ค่ะ
- ก่อนดำเนินการร้องเรียน ควรพูดคุยกับนายจ้างหรือฝ่าย HR เพื่อแก้ไขปัญหาภายในองค์กรก่อน
- สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่ ในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
- ศูนย์บริการประชาชนกระทรวงแรงงาน (สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506)
- ศูนย์ดำรงธรรม (สายด่วนโทร 1567)
- ศูนย์ร้องทุกข์รัฐบาล (สายด่วน โทร 1111)
- ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ สามารถยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานได้ และหากถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม สามารถเรียกร้องเงินชดเชยเลิกจ้างได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการฟ้องร้อง
การรู้วิธีคิดโอทีและช่องทางการร้องเรียนเหล่านี้ ช่วยให้พนักงานรักษาสิทธิ์ของตัวเองได้ ถ้าต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นธรรมในที่ทำงานค่ะ
สรุป
วิธีคิดโอที ตามกฎหมายแรงงานไทยมีความแตกต่างกันตามวันและลักษณะการทำงาน โดยแบ่งตามประเภทของพนักงานคือ พนักงานรายเดือนกับพนักงานรายวัน ที่มีอัตราค่าตอบแทนที่ต้องได้รับตามกฎหมายแตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ
ประเภทการทำงาน | พนักงานรายเดือน (อัตรา) | พนักงานรายวัน (อัตรา) |
|---|---|---|
ทำโอทีในวันทำงานปกติ | 1.5 เท่า | 1.5 เท่า |
ทำงานในวันหยุด | 1 เท่า | 2 เท่า |
ทำงานล่วงเวลาในวันหยุด | 3 เท่า | 3 เท่า |
พนักงานควรเช็ควิธีคิดค่าโอทีให้ถูกต้อง และถ้าพบว่านายจ้างไม่จ่ายหรือจ่ายไม่ตรงตามกฎหมาย สามารถรวบรวมหลักฐานและร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพื่อเรียกร้องสิทธิที่ควรได้รับตามกฎหมายค่ะ
