ย้ายสิทธิประกันสังคม 5 ขั้นตอนง่าย ๆ เปลี่ยนโรงพยาบาลได้ด้วยตัวเอง

JobFinFin สรุปให้
- การย้ายสิทธิประกันสังคม หรือเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ทำได้ปีละ 1 ครั้ง ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม และกรณีพิเศษเมื่อย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน
- มี 3 ช่องทางให้ดำเนินการ ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th แอปพลิเคชัน SSO Connect หรือยื่นเรื่องด้วยตัวเองที่สำนักงานประกันสังคม
- เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม บัตรประชาชน และหลักฐานการย้ายที่อยู่/ที่ทำงาน (กรณีย้ายนอกรอบ)
- หลังยื่นเรื่อง สิทธิใหม่จะมีผลในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป สามารถตรวจสอบผลได้ทางออนไลน์หรือสายด่วน 1506
- การเปลี่ยนประกันสังคมข้ามจังหวัดต้องเลือกโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดใหม่ที่รับผู้ประกันตน
การย้ายสิทธิประกันสังคม เพื่อให้ได้โรงพยาบาลที่สะดวกและตรงตามความต้องการ นับว่ามีความสำคัญสำหรับผู้ประกันตนทุกคน ไม่ว่าจะย้ายที่อยู่ เปลี่ยนที่ทำงาน หรือต้องการโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บทความนี้ JobFinFin ขอแนะนำขั้นตอนการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ประกันตนดำเนินการได้เองอย่างสะดวกและรวดเร็วค่ะ
การย้ายสิทธิประกันสังคม คืออะไร ใครมีสิทธิบ้าง ?

การย้ายสิทธิประกันสังคม คือการที่ผู้ประกันตนขอเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาลประกันสังคมที่เลือกไว้เดิม ไปยังสถานพยาบาลแห่งใหม่ที่ต้องการ โดยยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลจากกองทุนประกันสังคมเหมือนเดิม
ผู้มีสิทธิในการย้ายประกันสังคม ได้แก่ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ลูกจ้างในระบบ) ประกันสังคมมาตรา 39 (ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ) และมาตรา 40 (ผู้ประกอบอาชีพอิสระ) ที่จ่ายเงินประกันสังคมสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมต่อเนื่อง ผู้ประกันตนต้องมีสถานะการเป็นผู้ประกันตนที่ยังมีผลอยู่ในระบบประกันสังคม จึงจะมีสิทธิดำเนินการย้ายสถานพยาบาลได้ค่ะ
เงื่อนไขและช่วงเวลาสำหรับการ เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม
การย้ายสิทธิประกันสังคมมีเงื่อนไขและช่วงเวลาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้ชัดเจน เพื่อให้การบริหารจัดการสิทธิประโยชน์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1. การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมประจำปี ผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยน รพ ประกันสังคมได้ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี โดยสิทธิจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป
2. การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมกรณีพิเศษ นอกจากช่วงเวลาปกติ ผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยน รพ ประกันสังคมได้ในกรณีต่อไปนี้
- กรณีย้ายที่พักอาศัยไปอยู่ต่างพื้นที่ โดยต้องมีหลักฐานการย้ายที่อยู่
- กรณีย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่ต่างพื้นที่ (ส่วนใหญ่ต้องยื่น ใบลาออก ก่อน) โดยนายจ้างต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานต่อสำนักงานประกันสังคม
- กรณีสถานพยาบาลเดิมปิดกิจการหรือยกเลิกการเป็นสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม
การเปลี่ยนสถานพยาบาลในกรณีพิเศษสามารถทำได้ตลอดทั้งปี โดยสิทธิจะมีผลในวันที่ 1 ของเดือนถัดไปหลังจากยื่นคำขอค่ะ
ช่องทางการดำเนินการย้ายประกันสังคม และเปลี่ยน รพ ประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถย้ายสิทธิประกันสังคมได้ง่ายขึ้น โดยมีช่องทางหลัก 3 ช่องทาง ได้แก่
ขั้นตอนการย้ายประกันสังคมออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
การย้ายประกันสังคมออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เข้าไปที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th
- เลือกเมนู "ระบบบริการผู้ประกันตน"
- ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสผ่าน (ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียน ให้ลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่ก่อน)
- เลือกเมนู "ขอเปลี่ยนสถานพยาบาล"
- ระบบจะแสดงข้อมูลสถานพยาบาลปัจจุบัน จากนั้นให้เลือกจังหวัดและสถานพยาบาลใหม่ที่ต้องการ
- ยืนยันการเปลี่ยนสถานพยาบาล โดยระบบจะแสดงหมายเลขอ้างอิงเพื่อใช้ในการตรวจสอบสถานะในภายหลัง
การดำเนินการย้ายประกันสังคมด้วยตนเอง ณ ที่ทำการสำนักงานประกันสังคม
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการใช้งานระบบออนไลน์ สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องด้วยตนเองได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และเอกสารประกอบกรณีพิเศษ (ถ้ามี)
- ไปยังสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด หรือสาขาที่สะดวก
- ขอรับและกรอกแบบฟอร์ม สปส.9-02 (แบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์)
- ยื่นแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบที่เจ้าหน้าที่
- รอรับใบตอบรับการยื่นคำขอเปลี่ยนสถานพยาบาล พร้อมเลขที่อ้างอิงสำหรับการตรวจสอบสถานะ
วิธีการใช้แอปพลิเคชัน SSO Connect เพื่อดำเนินการเปลี่ยนสถานพยาบาล
แอปพลิเคชัน SSO Connect เป็นอีกช่องทางที่สะดวกสำหรับการย้ายสิทธิประกันสังคมผ่านอุปกรณ์มือถือ มีขั้นตอนดังนี้
- ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน SSO Connect จาก App Store (iOS) หรือ Google Play Store (Android)
- เปิดแอปพลิเคชันและลงทะเบียนผู้ใช้งาน หรือล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสผ่าน
- เลือกเมนู "บริการทางการแพทย์" หรือ "เปลี่ยนสถานพยาบาล"
- ตรวจสอบข้อมูลสถานพยาบาลปัจจุบัน และเลือกสถานพยาบาลใหม่ที่ต้องการ
- ยืนยันการเปลี่ยนสถานพยาบาล
- ระบบจะแสดงหมายเลขอ้างอิงและวันที่สิทธิใหม่จะมีผล สามารถบันทึกภาพหน้าจอเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เอกสารที่ต้องใช้ ยื่นเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม มีอะไรบ้าง ?
การเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยให้การย้ายสิทธิประกันสังคมได้สะดวกค่ะ โดยเอกสารที่จำเป็นต้องใช้มีดังนี้
1. เอกสารหลักที่ต้องใช้ในทุกกรณี
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (กรณียื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคม)
- แบบฟอร์ม สปส.9-02 (แบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์) กรณียื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคม
2. เอกสารเพิ่มเติมกรณีเปลี่ยนสถานพยาบาลนอกรอบประจำปี
- กรณีย้ายที่อยู่อาศัย สำเนาทะเบียนบ้านที่ย้ายเข้าอยู่ใหม่ หรือสัญญาเช่าที่พักอาศัย หรือหนังสือรับรองที่อยู่จากเจ้าบ้าน หรือใบเสร็จค่าสาธารณูปโภคที่แสดงที่อยู่ใหม่
- กรณีย้ายสถานที่ทำงาน หนังสือรับรองการทำงาน จากนายจ้างที่ระบุสถานที่ทำงานใหม่ หรือเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานที่นายจ้างแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคม
3. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
- หนังสือมอบอำนาจ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ (ผู้ประกันตน) พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
ย้ายสิทธิประกันสังคมกี่วันใช้ได้ และวิธีตรวจสอบผลการอนุมัติ

หลังจากที่ผู้ประกันตนได้ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมแล้ว เรื่องสำคัญที่ต้องทราบว่าสิทธิใหม่จะมีผลเมื่อไร และมีวิธีตรวจสอบผลการอนุมัติอย่างไรค่ะ
การย้ายสิทธิประกันสังคมจะมีผลในวันที่ 1 ของเดือนถัดไปหลังจากยื่นคำขอ ยกเว้นกรณีการเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี (ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม) จะมีผลในวันที่ 1 เมษายนของปีนั้น ๆ
ตัวอย่างเช่น
- ถ้ายื่นเรื่องเปลี่ยนสถานพยาบาลในวันที่ 15 พฤษภาคม สิทธิใหม่จะมีผลในวันที่ 1 มิถุนายน
- ถ้ายื่นเรื่องเปลี่ยนสถานพยาบาลในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ (ช่วงเปลี่ยนประจำปี) สิทธิใหม่จะมีผลในวันที่ 1 เมษายน
วิธีการตรวจสอบผลการอนุมัติ มีหลายช่องทางดังนี้
1. ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th
- เข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน
- เลือกเมนู "ตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตน"
- ระบบจะแสดงข้อมูลสถานพยาบาลปัจจุบัน
2. ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect
- ล็อกอินเข้าสู่แอปพลิเคชัน
- เลือกเมนู "ข้อมูลผู้ประกันตน" หรือ "บริการทางการแพทย์"
- ระบบจะแสดงชื่อสถานพยาบาลปัจจุบัน
3. สายด่วนประกันสังคม 1506
- โทรสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วน 1506
- แจ้งเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล
4. สอบถามที่สำนักงานประกันสังคม
- ติดต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด หรือสาขาที่สะดวก
- แสดงบัตรประชาชนเพื่อขอตรวจสอบข้อมูล
กรณีเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมไม่ได้ หรือพบปัญหา ควรดำเนินการอย่างไร ?
บางครั้งผู้ประกันตนอาจพบปัญหาในการย้ายสิทธิประกันสังคม อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ระบบขัดข้อง เอกสารไม่พร้อม หรือมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการเปลี่ยนสถานพยาบาลค่ะ กรณีที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไขมีดังนี้
1. กรณีระบบออนไลน์ขัดข้อง
- ลองออกจากระบบและเข้าสู่ระบบใหม่
- ล้างแคชและคุกกี้ของเบราว์เซอร์ แล้วลองใหม่อีกครั้ง
- เปลี่ยนไปใช้เบราว์เซอร์อื่น เช่น จาก Chrome เป็น Firefox หรือ Edge
- ถ้ายังไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ลองใช้ช่องทางอื่น เช่น แอปพลิเคชัน SSO Connect หรือไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมโดยตรง
2. กรณีเลยกำหนดเวลาเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมประจำปี
- ตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไขการเปลี่ยนสถานพยาบาลกรณีพิเศษหรือไม่ เช่น มีการย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน
- ถ้าเข้าเงื่อนไข ให้เตรียมเอกสารหลักฐานประกอบให้พร้อม แล้วยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสถานพยาบาลกรณีพิเศษ
- ถ้าไม่เข้าเงื่อนไข ต้องรอให้ถึงช่วงเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปีถัดไป (มกราคม-มีนาคมของปีหน้า)
3. กรณีโรงพยาบาลที่ต้องการเปลี่ยนไปเต็ม
- บางโรงพยาบาลอาจมีข้อจำกัดในการรับผู้ประกันตน ถ้าโรงพยาบาลที่ต้องการเต็ม ให้เลือกโรงพยาบาลอื่นที่ยังรับผู้ประกันตนได้
- สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ยังสามารถรับผู้ประกันตนได้
กระบวนการติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อมูลหรือยื่นเรื่องพิจารณาใหม่
ถ้าพบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อมูลหรือยื่นเรื่องพิจารณาย้ายสิทธิประกันสังคมใหม่ได้ดังนี้ ค่ะ
1. ติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506
- แจ้งปัญหาที่พบและข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน
- เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำเบื้องต้นและบันทึกกรณีปัญหาของท่านไว้ในระบบ
2. ติดต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด
- นำบัตรประชาชนและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
- ขอพบเจ้าหน้าที่แผนกงานสิทธิประโยชน์ หรือฝ่ายทะเบียน
- อธิบายปัญหาที่พบ และขอคำแนะนำหรือยื่นเรื่องพิจารณาใหม่
3. ยื่นคำร้องทั่วไป
- กรอกแบบฟอร์มคำร้องทั่วไป (สปส.1-15) เพื่อยื่นเรื่องขอพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
- แนบเอกสารหลักฐานประกอบที่แสดงเหตุผลความจำเป็น
- ยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคม และขอเลขที่อ้างอิงเพื่อติดตามผลการพิจารณา
4. ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์
- เข้าไปที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th
- เลือกเมนู "ติดต่อสอบถาม" หรือ "ร้องเรียน/ร้องทุกข์"
- กรอกแบบฟอร์มระบุปัญหาที่พบอย่างละเอียด
- ระบบจะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพิจารณาและติดต่อกลับภายใน 3-7 วันทำการ
ข้อพิจารณาพิเศษสำหรับการ ย้ายประกันสังคมข้ามจังหวัด
การย้ายสิทธิประกันสังคมข้ามจังหวัดมีข้อพิจารณาพิเศษที่ผู้ประกันตนควรทราบค่ะ เพราะมีเงื่อนไขและขั้นตอนบางส่วนที่แตกต่างจากการเปลี่ยนโรงพยาบาลในจังหวัดเดิม การย้ายประกันสังคมข้ามจังหวัดเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกันตนย้ายที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานไปอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพ พิจารณาประเด็นสำคัญดังนี้
1. ต้องเลือกโรงพยาบาลในจังหวัดใหม่
- ผู้ประกันตนต้องเลือกโรงพยาบาลในจังหวัดที่ ย้ายประกันสังคมไปอยู่ใหม่ หรือจังหวัดที่ติดกัน
- บางพื้นที่อาจมีโรงพยาบาลให้เลือกจำกัด โดยเฉพาะในจังหวัดเล็ก ๆ
2. ต้องมีหลักฐานการย้ายที่ชัดเจน
- กรณีย้ายที่อยู่อาศัย ต้องมีหลักฐานแสดงการย้ายที่อยู่ไปยังจังหวัดใหม่ เช่น ทะเบียนบ้าน สัญญาเช่า
- กรณีย้ายที่ทำงาน ต้องมีหนังสือรับรองจากนายจ้างที่ระบุสถานที่ทำงานใหม่ในจังหวัดที่ย้ายไป
3. การรักษาพยาบาลในช่วงรอการอนุมัติ
- ในระหว่างรอการอนุมัติเปลี่ยนสถานพยาบาล ผู้ประกันตนยังคงต้องใช้สิทธิที่โรงพยาบาลเดิม
- ถ้ามีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเร่งด่วน สามารถใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
4. การติดตามการรักษาต่อเนื่อง
- กรณีที่มีการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลเดิม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอประวัติการรักษาและคำแนะนำในการส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลใหม่
- ควรนำประวัติการรักษาไปยื่นที่โรงพยาบาลใหม่เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สรุป
การย้ายสิทธิประกันสังคม เพื่อเปลี่ยนโรงพยาบาล คือสิทธิพื้นฐานของผู้ประกันตนทุกคนที่สามารถดำเนินการได้เองผ่านช่องทางหลากหลาย ทั้งระบบออนไลน์ แอปพลิเคชัน หรือยื่นเรื่องด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม สรุปขั้นตอนหลักในการเปลี่ยนประกันสังคมมี 5 ขั้นตอนดังนี้
- ตรวจสอบเงื่อนไขและช่วงเวลาในการ ย้ายประกันสังคม (ช่วงมกราคม-มีนาคม หรือกรณีพิเศษ)
- เตรียมเอกสารให้พร้อม (บัตรประชาชนและเอกสารประกอบกรณีพิเศษ)
- ดำเนินการย้ายสิทธิผ่านช่องทางที่สะดวก (ออนไลน์ แอปพลิเคชัน หรือยื่นด้วยตนเอง)
- ตรวจสอบสถานะการอนุมัติผ่านช่องทางต่าง ๆ
- เริ่มใช้สิทธิที่โรงพยาบาลใหม่ในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป (หรือ 1 เมษายน กรณีเปลี่ยนประจำปี)
การวางแผนล่วงหน้าและทำความเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ จะช่วยให้การย้ายสิทธิประกันสังคมดำเนินไปอย่างสะดวก ถ้าพบปัญหาหรือข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 หรือสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ค่ะ
อ่านเพิ่มเติม — วิธีลงทะเบียนว่างงานประกันสังคมออนไลน์ มาตรา 33 ด้วยตัวเอง!
