ลาคลอดได้กี่วัน ? สรุปกฎหมายแรงงานและสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม

JobFinFin สรุปให้
- ลาคลอด คือสิทธิประโยชน์ของผู้หญิงที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
- พนักงานเอกชน มีสิทธิลาได้ 98 วัน ได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง 45 วัน ประกันสังคม 53 วัน
- ข้าราชการหญิง ลาได้ 98 วัน ได้เงินเดือนเต็ม และลาเพิ่มได้อีก 90 วัน รับเงินเดือน 50%
- พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาคลอดได้ 60 วัน ได้เงินเดือนเต็มจำนวน
- ประกันสังคม จ่ายเงินทดแทนการคลอดบุตร 15,000 บาท และค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท
- การนับวันลาคลอด ให้นับรวมวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ลาคลอด คือสิทธิประโยชน์ของสตรีทำงานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ลูกจ้างหญิงสามารถลาได้ไม่เกิน 98 วัน ครอบคลุมการดูแลสุขภาพแม่กับลูก รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการเงินจากนายจ้างและประกันสังคม บทความนี้ JobFinFin จะสรุปข้อมูลเกี่ยวกับ ลาคลอดได้กี่วัน ให้คุณแม่วัยทำงานเข้าใจง่าย ๆ ค่ะ
สิทธิลาคลอดตามกฎหมายแรงงานสำหรับลูกจ้าง

ลาคลอด ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้สิทธิลูกจ้างหญิงมีครรภ์สามารถหยุดงานก่อนและหลังคลอดได้รวม 98 วัน การปรับเพิ่มระยะเวลานี้จากเดิม 90 วัน มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ
กฎหมายแรงงานคุ้มครองลูกจ้างหญิงในภาคเอกชนทุกประเภท ลูกจ้างรายเดือน รายวัน หรือลูกจ้างชั่วคราว มีสิทธิประโยชน์ที่ไม่สามารถถูกริดรอนได้
ระยะเวลาการลาคลอดที่กฎหมายกำหนด
คำถามที่ว่า ลาคลอดได้กี่วัน ? ตามสิทธิ์แล้วจะได้รับวันลารวมทั้งหมด 98 วันค่ะ ระยะเวลานี้จะครอบคลุมช่วงก่อนคลอดได้สูงสุด 45 วัน ผู้ใช้สิทธิ์สามารถปรับลดจำนวนวันลาก่อนคลอดได้ตามความสะดวก ส่วนวันที่เหลือทั้งหมดจะใช้สำหรับการลาหลังคลอด
การนับวันลาคลอด จะนับแบบติดต่อกัน ไม่สามารถแบ่งเป็นช่วง ๆ ได้ รวมวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดประจำปี และวันที่ใช้เพื่อไปตรวจครรภ์ก่อนคลอดก็นับรวมอยู่ในโควตาด้วยค่ะ
การคุ้มครองสถานะลูกจ้างระหว่างการลา
การคุ้มครองการจ้างงาน
- นายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างลูกจ้างหญิงระหว่างตั้งครรภ์และลาคลอดได้ เพราะอาจต้องจ่ายเงินชดเชยเลิกจ้าง
- ต้องรักษาตำแหน่งงานให้ลูกจ้างกลับมาปฏิบัติงานหลังครบกำหนดลา
- ไม่สามารถลดเงินเดือนหรือสิทธิประโยชน์ เพราะลาคลอดได้
สิทธิในการกลับมาทำงาน
- มีสิทธิกลับมาปฏิบัติงานในตำแหน่งเดิม
- ได้รับเงินเดือนกับสิทธิประโยชน์เท่าเดิม
- ไม่ถือเป็นการขาดงานที่ส่งผลต่อการประเมินผลงาน
ค่าตอบแทนและเงินเดือนระหว่างใช้สิทธิลาคลอด

การได้รับค่าตอบแทนระหว่างลาคลอดแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก การจ่ายจากนายจ้างและกองทุนประกันสังคมรวมกัน ครอบคลุมเกือบทั้งหมดของระยะเวลาการลาค่ะ
การจ่ายค่าจ้างจากนายจ้างตามกฎหมาย
นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างที่ลาคลอด เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน และจ่ายตามปกติในวันจ่ายเงินเดือน ซึ่งแสดงในสลิปเงินเดือน
ตัวอย่างการคำนวณ
ถ้าลูกจ้างได้รับเงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือน ค่าจ้างรายวัน คือ 15,000 ÷ 30 = 500 บาท
ค่าจ้าง 45 วันจากนายจ้าง คือ 500 × 45 = 22,500 บาท
สิทธิประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม
นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างที่ลาคลอดใน 45 วันแรก ส่วนระยะเวลาที่เหลืออีก 53 วัน ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนการหยุดงานให้ โดยมีเงื่อนไขการใช้สิทธิประกันสังคม ดังนี้
- จ่ายค่าประกันสังคมไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนก่อนใช้สิทธิ
- เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือประกันสังคมมาตรา 39 ที่มีสิทธิ
- ยื่นเอกสารครบถ้วนตามที่ประกันสังคมกำหนด
สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม
- ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอดหนึ่งครั้ง
- ค่าฝากครรภ์ 5 ครั้ง รวม 1,500 บาท
- เงินสงเคราะห์เลี้ยงดูบุตร เดือนละ 800 บาท นาน 6 เดือน | สวัสดิการพนักงาน มีอะไรบ้าง ?
การแบ่งช่วงค่าฝากครรภ์
- อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ไม่เกิน 500 บาท
- อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ไม่เกิน 300 บาท
- อายุครรภ์ 20-28 สัปดาห์ ไม่เกิน 300 บาท
- อายุครรภ์ 28-36 สัปดาห์ ไม่เกิน 300 บาท
- อายุครรภ์ 36 สัปดาห์ขึ้นไป ไม่เกิน 100 บาท
เกณฑ์และวิธีการนับวันลาคลอด

การนับวันลาคลอดมีหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้องและได้รับประโยชน์สูงสุด การลาจะนับต่อเนื่องเป็นเวลา 98 วันรวดเดียว ไม่สามารถแบ่งใช้เป็นช่วง นับรวมวันหยุดทุกชนิดเข้าไปด้วย ทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณี
สำหรับการกำหนดวันเริ่มต้นลา ผู้ใช้สิทธิต้องแจ้งล่วงหน้าโดยอ้างอิงกำหนดคลอดจากแพทย์ ถ้าป็นการวางแผนผ่าคลอด ควรแจ้งวันลาที่แน่นอนเพื่อเตรียมตัว ในขณะที่การคลอดตามธรรมชาติ สามารถเริ่มนับวันลาได้ทันทีตั้งแต่วันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลค่ะ
ขั้นตอนการขอลาคลอด
- ควรยื่นสิทธิลาคลอดล่วงหน้า 30 วัน แจ้งนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร
- เตรียมเอกสารใบรับรองแพทย์ (หากต้องการ)
- ประสานงานเรื่องการส่งมอบงาน
ตัวอย่างการนับวัน ถ้าเริ่มลาคลอด วันจันทร์ที่ 1 มกราคม วันสิ้นสุดการลา วันเสาร์ที่ 5 เมษายน (ครบ 98 วัน) รวมวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทั้งหมด และวันแรกกลับมาทำงาน วันจันทร์ที่ 7 เมษายน
สิทธิการลาคลอดและการเบิกจ่ายสำหรับข้าราชการ

ข้าราชการหญิงมีสิทธิประโยชน์การลาคลอดที่ดีกว่าพนักงานเอกชน เพราะได้รับการสนับสนุนจากรัฐในระดับที่สูงกว่า เพื่อส่งเสริมการเกิดและการดูแลบุตรค่ะ
ระยะเวลาการลาคลอดของข้าราชการหญิง
ข้าราชการหญิงมีสิทธิลาคลอดได้ 98 วัน ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ และได้รับเงินเดือนตามปกติ แบ่งสิทธิการลาได้ 2 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ลาคลอดพื้นฐาน 98 วัน ได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน 100% ไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ นับรวมวันหยุดราชการกับวันหยุดสุดสัปดาห์ และสามารถลาก่อนคลอดได้ตามความต้องการ
ระยะที่ 2 ลาคลอดเพิ่มเติม 90 วัน สามารถลาเพิ่มได้อีกไม่เกิน 90 วัน ได้รับเงินเดือนร้อยละ 50 ของเงินเดือน รวมวันลาทั้งหมดได้ 188 วัน หรือประมาณ 6 เดือน สอดคล้องกับแนวทางองค์การอนามัยโลก
สิทธิของข้าราชการชาย
ข้าราชการชายมีสิทธิ์ลาได้ 15 วันทำการ เป็นช่วง ๆ ไม่ติดต่อกันจนครบวันลา เพื่อช่วยภรรยาดูแลบุตรหลังคลอด และได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนระหว่างลาค่ะ
อัตราการเบิกค่าคลอดบุตรสำหรับผู้มีสิทธ
ข้าราชการมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการคลอดบุตร 2 ส่วน คือ เงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตร และเงินสวัสดิการสำหรับบุตร โดยมีรายละเอียดดังนี้
- เงินช่วยเหลือการคลอดบุตรครั้งละ 400 บาทสำหรับทุกครั้งที่มีบุตร สามารถยื่นเรื่องขอเบิกผ่านหน่วยงานต้นสังกัด และจะใช้เวลาอนุมัติประมาณ 15-30 วันทำการ
- เงินสวัสดิการสำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เดือนละ 50 บาทต่อคน ความช่วยเหลือนี้มอบให้สำหรับบุตรไม่เกิน 3 คน และจะได้รับต่อเนื่องจนบุตรมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ เงินจำนวนนี้จะจ่ายรวมมากับเงินเดือนในแต่ละเดือน
กรณีรัฐวิสาหกิจ
คุณแม่ที่ทำงานรัฐวิสาหกิจมีสิทธิลาคลอดได้ 60 วัน ได้รับเงินเดือนตามปกติ และลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้ไม่เกิน 30 วัน แต่จะไม่ได้รับเงินเดือน แล้วสามารถเบิกเงินช่วยเหลือการคลอดบุตรได้ครั้งละ 400 บาท และได้รับเงินช่วยเหลือบุตรจำนวน 50 บาทต่อคนต่อเดือน
สรุป
การลาคลอด คือสิทธิ์ที่ช่วยให้คุณแม่วัยทำงานในไทยสามารถวางแผนดูแลตัวเองและลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ โดยสิทธิ์ของพนักงานเอกชนและข้าราชการมีความแตกต่างกันเล็กน้อย
พนักงานเอกชนสามารถลาคลอดได้ 98 วัน โดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง 45 วัน และเงินทดแทนจากประกันสังคมอีก 53 วัน ขณะที่ข้าราชการหญิงจะได้รับสิทธิ์ลา 98 วันพร้อมเงินเดือนเต็มจำนวน และยังสามารถลาเพิ่มเติมเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีก 90 วัน โดยได้รับเงินเดือน 50%
เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ผู้ประกันตนจะได้รับเงินช่วยเหลือจาก ประกันสังคม ค่าคลอดบุตร 15,000 บาท ค่าฝากครรภ์อีก 1,500 บาท การวางแผนและยื่นเรื่องขอลาล่วงหน้า 30 วัน จะช่วยให้การใช้สิทธิ์ทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดค่ะ
