"ความสามารถพิเศษ" ที่ HR อยากเห็นในเรซูเม่ มีอะไรบ้าง?

JobFinFin สรุปให้
ความสามารถพิเศษ คือทักษะหรือความถนัดเฉพาะที่โดดเด่นกว่าทักษะทั่วไป ค้นพบได้จากงานอดิเรก ความสนใจ หรือสิ่งที่ทำได้ดี
ตัวอย่างความสามารถพิเศษที่ควรระบุในเรซูเม่ ได้แก่ ทักษะด้านภาษา, คอมพิวเตอร์, การทำงานเป็นทีม, การสื่อสาร, การจัดการ, การบริการลูกค้า, การแก้ปัญหา, ความคิดสร้างสรรค์ และการปรับตัว รวมถึงความสามารถเฉพาะในบางสายงาน เช่น บัญชี พัฒนาเว็บไซต์ กราฟิกดีไซน์ การขาย และการสอน
ในเรซูเม่ ควรระบุความสามารถพิเศษให้กระชับ ตรงประเด็น ยกตัวอย่างความสำเร็จที่เกี่ยวข้อง และปรับให้ตรงกับตำแหน่งที่สมัคร เลือกใส่เฉพาะทักษะที่มีอยู่จริง เพื่อเลี่ยงปัญหาการสัมภาษณ์งานภายหลัง
การสมัครงาน นอกจากประสบการณ์ทำงานและวุฒิการศึกษา สิ่งที่ HR สนใจ คือ "ความสามารถพิเศษ" ของผู้สมัคร เพราะช่วยสะท้อนทักษะที่โดดเด่น ทำให้เอกสารสมัครงานอย่างเรซูเม่ดูน่าสนใจและเพิ่มโอกาสการได้งาน
หลายคนสงสัยว่าความสามารถพิเศษหมายถึงอะไร และจะค้นหาความสามารถพิเศษของตัวเองได้อย่างไร บทความนี้ JobFinFin ขอช่วยแนะนำตัวอย่างความสามารถพิเศษที่ควรระบุใน เรซูเม่ (Resume) รวมถึงเทคนิคการเขียนให้น่าสนใจกันค่ะ
ความสามารถพิเศษ คืออะไร? ทำไมต้องระบุในเรซูเม่

ความสามารถพิเศษ หรือ Special Skills คือ ทักษะเฉพาะตัวที่ต่างจากทักษะทั่วไป เป็นสิ่งที่เราถนัดกว่าคนอื่น ช่วยเพิ่มมูลค่ากับความน่าสนใจให้เรา เพราะเป็นทักษะที่มีประโยชน์กับตำแหน่งที่สมัคร เช่น การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น การจัดการข้อมูล หรือการสื่อสาร ที่เป็นพื้นฐานของคนส่วนใหญ่อยู่แล้ว และใช้ทำงานได้ในระดับปกติ
วิธีค้นหาความสามารถพิเศษของตัวเอง
การค้นหาความสามารถพิเศษ ให้ลองนึกถึงสิ่งที่เราถนัดและทำได้ดีเป็นพิเศษ อาจมาจากงานอดิเรก ความสนใจ หรือความชอบส่วนตัวก็ได้ ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า
- ความสามารถอะไรที่ทำได้ดีกว่าคนอื่น ๆ รอบตัว?
- ได้รับคำชมเรื่องอะไรบ่อย ๆ จากคนรอบข้าง?
- อะไรคือสิ่งที่สนุกเวลาได้ทำ และทุ่มเทได้เป็นเวลานาน?
- ถ้ายกตัวอย่างความสำเร็จ 3 อย่างในชีวิต มีอะไรบ้าง?
แนะนำให้ศึกษาคุณสมบัติของตำแหน่งงานที่สนใจด้วยค่ะ ว่าความสามารถพิเศษอะไรที่ตรงกับความต้องการของบริษัท และเป็นประโยชน์ในการทำงาน
ความสามารถพิเศษมีอะไรบ้าง? ตัวอย่างความสามารถพิเศษที่ควรระบุในเรซูเม่
1. ความสามารถพิเศษด้านภาษา (Language Skills)
ความสามารถพิเศษด้านภาษา เป็นทักษะที่องค์กรให้ความสนใจ โดยเฉพาะภาษาที่สาม เช่น ภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส หรือเยอรมัน เพราะเป็นประโยชน์ในเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ ช่วยเพิ่มโอกาสได้งาน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ภาษา เช่น ล่าม นักแปล เจ้าหน้าที่ต้อนรับ พนักงานขาย งานบริการลูกค้าต่างชาติ หรือแม้แต่การสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ
วิธีเขียนทักษะทางภาษาในเรซูเม่
- เรียงลำดับภาษาที่ถนัดไว้ด้านบน
- ใช้ infographic ช่วยแสดงระดับความสามารถแต่ละภาษาให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น
- ถ้ามีผลสอบวัดระดับความสามารถทางภาษา ให้ระบุคะแนนหรือเกรดที่ได้
2. ความสามารถพิเศษด้านคอมพิวเตอร์ (Computer Skills)
ความสามารถพิเศษด้านคอมพิวเตอร์ ถ้าใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่าง ๆ คล่อง ถือเป็นความสามารถพิเศษที่องค์กรต้องการ เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดเวลาที่ต้องเรียนรู้ใหม่ นอกเหนือจากโปรแกรมพื้นฐานอย่าง Microsoft Office
ตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ควรระบุในเรซูเม่
- โปรแกรมออกแบบกราฟิก เช่น Adobe Photoshop, Illustrator
- โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ เช่น Adobe Premiere, Final Cut Pro
- โปรแกรมทำเว็บไซต์ เช่น WordPress, Wix
- โปรแกรมเขียนโปรแกรม เช่น Java, Python, C++
- โปรแกรมทางการเงิน เช่น QuickBooks, SAP
- ฯลฯ
3. ความสามารถพิเศษการทำงานเป็นทีม (Teamwork Skills)
ความสามารถพิเศษในการทำงานเป็นทีม เป็นทักษะที่องค์กรมองหา เพราะเราไม่สามารถทำงานคนเดียวสำเร็จ แต่ถ้าร่วมมือกันทำงาน รู้จักปรับตัว มีความอดทน สนับสนุนกันและกัน งานก็จะราบรื่นและบรรลุเป้าหมายได้
ถ้ามีประสบการณ์การทำงานเป็นทีม เช่น เล่นกีฬาเป็นทีม ร่วมกิจกรรมของมหาลัย จัดค่ายหรือโครงการต่าง ๆ ก็แนะนำให้ระบุในเรซูเม่ เพราะสามารถสะท้อนบุคลิกกับทัศคติในการทำงานได้ดี
4. ความสามารถพิเศษการสื่อสาร (Communication Skills)
ความสามารถพิเศษในการสื่อสาร ทั้งการพูด อ่าน เขียน หรือการนำเสนองานที่ตรงประเด็น เป็นทักษะสำหรับทุกสายงาน เพราะช่วยติดต่อประสานงานภายในองค์กรหรือลูกค้าภายนอก ถ้าสื่อสารดีจะทำให้งานดำเนินการไปได้รวดเร็ว เข้าใจตรงกัน และลดความผิดพลาด กลับกันถ้าสื่อสารไม่ดี ก็อาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง ทำให้เสียเวลา หรือเกิดความขัดแย้งได้
ในการสมัครงาน ถ้ามีความสามารถพิเศษในการสื่อสาร เช่น เคยพูดหน้าชั้นเรียน เคยเป็นพิธีกร เคยทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน เขียนอีเมลหรือข้อความได้สละสลวย การเขียนอีเมลสมัครงานก็เป็นจุดแข็งที่ HR ให้ความสนใจค่ะ
5. ความสามารถพิเศษการจัดการ (Management Skills)
การจัดการหรือการบริหารงาน เช่น วางแผน มอบหมายงาน ติดตามงาน แก้ไขปัญหา กระตุ้นทีมงาน เป็นความสามารถพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานตำแหน่งผู้บริหารในอนาคต ถ้าเคยมีประสบการณ์การจัดการหรือรับผิดชอบโปรเจกต์ต่าง ๆ เช่น หัวหน้าชมรม ประธานจัดงาน หรือผู้จัดการทีม ก็เท่ากับว่ามีความสามารถพิเศษด้านการบริหารที่ใช้เป็นจุดขายให้กับตัวเองได้
6. ความสามารถพิเศษการให้บริการลูกค้า (Customer Service Skills)
ความสามารถพิเศษด้านการให้บริการลูกค้า เช่น ยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มใจช่วยเหลือ ตอบข้อซักถามได้ดี และแก้ปัญหาได้เร็ว เป็นทักษะที่หลายองค์กรต้องการ เช่น สายงานขาย บริการ การตลาด ประชาสัมพันธ์ หรือการดูแลลูกค้าภายใน
ถ้ามีประสบการณ์ด้านการบริการมาก่อน การระบุในเรซูเม่ แนะนำให้ยกตัวอย่างความสำเร็จที่เคยทำ และทักษะที่เคยฝึกฝน เช่น การจำชื่อกับข้อมูลลูกค้า การรับมือคำร้องเรียน และการให้คำแนะนำ เพื่อเพิ่มโอกาสได้งานในตำแหน่งที่ต้องเจอกับลูกค้า
7. ความสามารถพิเศษการแก้ไขปัญหา (Problem-Solving Skills)
ความสามารถพิเศษในการแก้ปัญหาหรือวิเคราะห์ปัญหา เช่น การระบุและจำแนกปัญหา การคิดหาสาเหตุและวิธีแก้ไข หรือการวิเคราะห์ปัญหาและตอบคำถามทดสอบไหวพริบ เป็นทักษะสำหรับทุกสายงาน ถ้าเคยมีประสบการณ์การแก้ไขปัญหาสำเร็จ เช่น ปัญหาจากการทำงาน กิจกรรม หรือเรื่องส่วนตัว จะสะท้อนว่าคุณมีความสามารถพิเศษในการแก้ปัญหา และสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายได้
8. ความสามารถพิเศษการคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking Skills)
ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดแค่งานออกแบบศิลปะ หรือดนตรี แต่เป็นทักษะที่ทุกสายอาชีพต้องพัฒนาวิธีการทำงานค่ะ อย่างการแก้ปัญหาหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ถ้ามีผลงานความคิดสร้างสรรค์ เช่น ไอเดียเก๋ ๆ ผลงานไม่เหมือนใคร หรือกิจกรรมที่แปลกใหม่ ก็สามารถแสดงความสามารถพิเศษด้านความคิดสร้างสรรค์ใน portfolio สมัครงาน ได้
9. ความสามารถพิเศษในการปรับตัว (Adaptability Skills)
คนที่ประสบความสำเร็จจะต้องพร้อมศึกษาเรียนรู้ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดติดกับวิธีการแบบเดิม ๆ ถ้าเคยต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง คล่องตัวในการปรับใช้แนวทางใหม่ ๆ ให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เร็ว นี่ก็เป็นความสามารถพิเศษที่ทุกองค์กรต้องการค่ะ
ความสามารถพิเศษเฉพาะทาง สำหรับสายงานต่าง ๆ
สำหรับบางตำแหน่งงาน ความสามารถพิเศษเฉพาะในสายงาน ก็สามารถช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นได้ ตัวอย่างความสามารถพิเศษที่ควรมีในแต่ละสายงาน เช่น
1. ความสามารถพิเศษทางบัญชี (Accountant Skills)
งานด้านบัญชี การเงิน หรือภาษี ความสามารถพิเศษที่ควรมี คือ
- ความเข้าใจมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป (GAAP)
- ความแม่นยำ ละเอียด และรอบคอบในการทำงาน
- การใช้โปรแกรมบัญชี เช่น QuickBooks, Excel
- การวิเคราะห์ข้อมูล การพยากรณ์ผลการดำเนินงาน
- ฯลฯ
2. ความสามารถพิเศษการพัฒนาเว็บไซต์ (Website Developer Skills)
นักพัฒนาเว็บไซต์ ความสามารถพิเศษที่จำเป็นได้แก่
- ความรู้ความเข้าใจภาษา HTML/CSS, JavaScript, SQL
- ทักษะการออกแบบตกแต่งเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายกับทุกอุปกรณ์
- ทักษะการวิเคราะห์และแก้ไขจุดบกพร่อง
- ทักษะการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาอื่น ๆ เช่น PHP, Java, Python
- ฯลฯ
3. ความสามารถพิเศษการทำงานกราฟิก (Graphic Designer Skills)
นักออกแบบกราฟิก ควรมีความสามารถพิเศษ คือ
- ความคิดสร้างสรรค์ มีไอเดียแปลกใหม่
- การใช้โปรแกรมออกแบบกราฟิก เช่น Photoshop, Illustrator, InDesign
- การทำงานร่วมกับทีม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
- มีความอดทน ใส่ใจรายละเอียด
- เข้าใจหลักการออกแบบ สี ตัวอักษร และอื่น ๆ
- ฯลฯ
4. ความสามารถพิเศษทางการขาย (Salesperson Skills)
งานขาย ความสามารถพิเศษที่ควรมี คือ
- ทักษะการสื่อสาร พูดโน้มน้าวได้ดี
- ตั้งเป้าและบรรลุเป้าหมายการขาย
- ความยืดหยุ่น พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการตามสถานการณ์
- ความอดทน ไม่ท้อกับการถูกปฏิเสธ
- การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าหลังการขาย
- ฯลฯ
5. ความสามารถพิเศษทางการสอน (Teacher Skills)
ครูหรืออาจารย์ ความสามารถพิเศษที่ควรใส่ในเรซูเม่ ได้แก่
- ความเข้าใจเนื้อหาวิชา สามารถถ่ายทอดให้เข้าใจง่าย
- ทักษะการจัดชั้นเรียน และการทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
- ความคิดสร้างสรรค์ มีวิธีการสอนแปลกใหม่ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
- ความอดทน เอาใจใส่ และเข้าใจความแตกต่างของแต่ละคน
- ทักษะด้านเทคโนโลยี เพื่อประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน
- ฯลฯ
เทคนิคการเขียนความสามารถพิเศษในเรซูเม่ ให้เตะตา HR

เมื่อเข้าใจความสามารถพิเศษ ก็มาดูเทคนิคการเขียนความสามารถพิเศษในเรซูเม่ให้ HR สนใจกันค่ะ
- เขียนความสามารถพิเศษให้กระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น
การเขียนความสามารถพิเศษ ให้เลือก 2-3 ทักษะที่โดดเด่นและเกี่ยวข้องกับงานที่สุด เน้นเขียนให้สั้น กระชับ ตรงประเด็น และอ่านเข้าใจง่าย เหมือนกับการเขียนประวัติส่วนตัว หลีกเลี่ยงการเขียนเยิ่นเย้อหรือใส่ข้อมูลทุกอย่าง เพราะอาจดูโอ้อวดและขาดความน่าเชื่อถือในสายตา HR ได้
- ยกตัวอย่างความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับความสามารถพิเศษ
วิธีเขียนความสามารถพิเศษ ควรยกตัวอย่างผลงานหรือความสำเร็จที่เคยทำ เช่น ถ้ามีความสามารถพิเศษด้านภาษาจีน แทนที่จะเขียนแค่ "สื่อสารภาษาจีนได้คล่อง" ให้ขยายเป็น "สื่อสารภาษาจีนได้คล่อง เคยทำงานเป็นล่ามให้คณะผู้บริหารจากจีน และเคยสอบวัดระดับ HSK ได้ระดับ 5" เพื่อให้ HR เห็นความสามารถและดูน่าเชื่อถือ
- ปรับแต่งความสามารถพิเศษให้ตรงกับตำแหน่งงานที่สมัคร
การเขียนความสามารถพิเศษให้เจาะจงกับตำแหน่งงานที่สมัคร ดูจากคุณสมบัติที่บริษัทต้องการเทียบกับความสามารถของเรา ว่ามีด้านไหนที่ตรงกัน เช่น ถ้าสมัครงานกราฟิก แทนที่จะเขียนแค่ใช้ Photoshop เป็น ให้เจาะความสามารถพิเศษในการใช้เครื่องมือย่อยของ Photoshop เช่น Pen Tool, Masking เคยออกแบบโปสเตอร์สำหรับงานประชุมใหญ่ หรือเคยทำชิ้นงานที่ได้รับคำชม เน้นปรับความสามารถให้ตรงกับตำแหน่งงาน เพื่อให้เรซูเม่ดูน่าสนใจ
- ระบุเฉพาะความสามารถพิเศษที่มีอยู่จริง
ข้อควรระวังการเขียนความสามารถพิเศษคือ ไม่เขียนเกินความเป็นจริง โดยเฉพาะสิ่งที่ตรวจสอบได้ เพราะการสัมภาษณ์งาน HR จะถามเชิงลึกเกี่ยวกับความสามารถพิเศษที่ระบุไว้ หรือขอให้แสดงทักษะในการสัมภาษณ์ ถ้าเราไม่สามารถทำได้ คำตอบที่ขัดแย้งกับเรซูเม่ จะทำให้เสียโอกาสได้งาน แนะนำให้เขียนเฉพาะความสามารถพิเศษที่มีจริง และมั่นใจว่าสามารถอธิบายและพิสูจน์ได้
สรุป
ความสามารถพิเศษ เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในเรซูเม่ เพราะสามารถแสดงศักยภาพกับเพิ่มมูลค่าให้เราได้ เป็นโอกาสที่จะเรียกความสนใจจาก HR แนะนำเลือกตัวอย่างความสามารถพิเศษ เช่น ทักษะทางภาษา คอมพิวเตอร์ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ การปรับตัว หรือทักษะเฉพาะในสายงานที่สนใจ นำมาปรับใช้กับเทคนิคการเขียนเรซูเม่ เพื่อเพิ่มโอกาสได้งานค่ะ
