วิธีการเขียนประวัติส่วนตัวใน Resume แบบมือโปร! พร้อมตัวอย่าง

JobFinFin สรุปให้
การเขียนประวัติส่วนตัวใน Resume เป็นการสรุปใจความของประสบการณ์ ความสามารถ และคุณสมบัติของเราในแบบที่กระชับ น่าสนใจ และสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร เพื่อโน้มน้าวให้ HR เห็นว่าเราเป็นผู้สมัครที่เหมาะที่สุด เทคนิคคือ
- เน้นใช้ภาษาที่กระชับ ตรงประเด็น เข้าใจง่าย
- ระบุความสามารถกับประสบการณ์ที่โดดเด่น สอดคล้องกับตำแหน่งงาน
- เรียงลำดับเนื้อหาตามความสำคัญ และจัดรูปแบบให้อ่านง่าย
- ใช้ action words ที่แสดงถึงความสำเร็จกับศักยภาพ
- วางเป้าหมายในอาชีพให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่สมัคร เช่น อยากเป็น Creative Director ถ้าสมัครเป็น Creative
การเขียนประวัติส่วนตัวใน Resume องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผู้สมัครงานได้รับความสนใจจากบริษัทหรือเจ้าของกิจการ เพราะเป็นส่วนที่แสดงตัวตน คุณสมบัติ และความสามารถของผู้สมัครในเบื้องต้น บทความนี้ JobFinFin จะมาแนะนำวิธีการเขียนประวัติส่วนตัวในเอกสาร Resume แบบมือโปร พร้อมตัวอย่างให้ได้ศึกษากันค่ะ
การเขียนประวัติส่วนตัวใน Resume คืออะไร?

การเขียนประวัติส่วนตัวใน Resume (Personal Profile หรือ Career Summary) คือ การเขียนสรุปข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์ และความสามารถโดยย่อ เพื่อให้ผู้อ่านหรือ HR ได้เห็นภาพรวมของผู้สมัครงาน เปรียบเสมือนการแนะนำตัวเบื้องต้นผ่านเอกสาร Resume ค่ะ ประวัติส่วนตัวส่วนมากอยู่บนสุดของ Resume ต่อจากชื่อ-นามสกุล และข้อมูลการติดต่อ
ประวัติส่วนตัวควรมีอะไรบ้าง?
- ข้อมูลพื้นฐาน เช่น อายุ การศึกษา สถานภาพ เพื่อให้ HR รู้จักตัวเราเบื้องต้น
- ประสบการณ์การทำงาน ควรเลือกระบุแค่ประสบการณ์เด่น ๆ ที่เกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัคร หรือความสำเร็จที่แสดงถึงทักษะและความสามารถพิเศษของเรา
- ทักษะและความสามารถพิเศษ ทักษะที่เป็นจุดแข็ง (Soft Skills & Hard Skills) ควรระบุให้ชัด เช่น ความสามารถด้านภาษา คอมพิวเตอร์ หรือทักษะการนำเสนอ
- เป้าหมายในอาชีพ การเขียนถึงความมุ่งมั่นหรือเป้าหมายในอาชีพ (Career Objective) สามารถช่วยให้เราดูพร้อมและจริงจังกับการทำงาน
วิธีการเขียนประวัติส่วนตัวให้ถูกใจ HR
การเขียนประวัติส่วนตัวให้เตะตา HR ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ ถ้ารู้หลักการและเทคนิคที่ถูกต้อง องค์ประกอบหลัก ๆ มีดังนี้
1. เลี่ยงการใช้ภาษาพูด เน้นใช้ภาษาที่กระชับ ตรงประเด็น
เวลาเขียนประวัติส่วนตัวต้องคิดไว้เสมอว่า เรากำลังเขียนในรูปแบบเอกสารที่เป็นทางการ ควรเลี่ยงการใช้ภาษาพูดในชีวิตประจำวัน เช่น "ตัวดิฉันเองก็เคยเป็น..." หรือ "อยากจะบอกตามตรงเลยนะคะว่า..." เพราะทำให้ดูไม่เป็นมืออาชีพ ควรเขียนให้กระชับ เข้าใจง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย และตรงประเด็นค่ะ
ตัวอย่างเช่น "ดิฉันเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับ ทำให้ได้เจอลูกค้าหลากหลาย ได้แก้ปัญหาให้ลูกค้าประจำ จนกลายเป็นคนที่ลูกค้าไว้ใจ อยากให้ช่วยดูแลตลอด" ให้ปรับเป็น "มีประสบการณ์ในตำแหน่งพนักงานต้อนรับ 2 ปี ทำหน้าที่ดูแลและให้บริการลูกค้า สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า"
2. ปรับแต่งประวัติส่วนตัวให้ตรงกับตำแหน่งงานที่สมัคร
อีกหนึ่งเทคนิคการเขียนประวัติส่วนตัว คือ การปรับแต่งเนื้อหาให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานนั้น ๆ บางคนอาจใช้วิธีการเขียนประวัติส่วนตัวแบบสำเร็จรูปที่คิดว่าใช้ได้กับทุกงาน แต่จริง ๆ ควรเขียนประวัติส่วนตัวให้ตรงกับความต้องการของแต่ละตำแหน่ง จะช่วยเพิ่มโอกาสได้งานมากกว่าค่ะ
วิธีปรับแต่ง Resume สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ นี้ได้
- วิเคราะห์คุณสมบัติที่ต้องการของตำแหน่งงาน - อ่าน Job Description พิจารณาว่า ทางบริษัทต้องการผู้สมัครแบบไหน มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ หรือทักษะด้านอะไรบ้าง แล้วนำมาวิเคราะห์กับตัวเราเอง ว่ามีคุณสมบัติตามที่เขากำหนดมากน้อยแค่ไหน
- เน้นประสบการณ์และทักษะที่เกี่ยวข้อง - ให้หยิบยกประสบการณ์หรือทักษะของเราที่ตรงกับสิ่งนั้นมานำเสนอเป็นหลัก เช่น ถ้าเขาต้องการคนที่มีประสบการณ์บริหารทีมอย่างน้อย 3 ปี ก็ควรเน้นเรื่องประสบการณ์การเป็นหัวหน้างานว่าทำมาแล้วกี่ปี ตำแหน่งอะไรบ้าง มีผลงานอะไรเด่น ๆ แต่จะไม่ใส่ทักษะหรือผลงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ มากเกิน เพราะอาจทำให้ HR เสียโฟกัส
3. จัดรูปแบบประวัติส่วนตัวให้อ่านง่าย
การจัดวางรูปแบบของประวัติส่วนตัว เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ HR อยากอ่านข้อมูลเรามากขึ้น เพราะมีผลต่อความสะดวกในการอ่านและรับรู้ข้อมูล เทคนิคที่ช่วยเขียนประวัติส่วนตัวให้น่าอ่าน มีดังนี้
- ใช้ Bullet Points และการเว้นวรรค - การเขียนประวัติส่วนตัวควรแบ่งเป็นหัวข้อต่าง ๆ ให้ชัด เช่น ประสบการณ์ทำงาน ทักษะความสามารถ ผลงานที่ผ่านมา การศึกษา โดยเขียนแบบสั้น กระชับ ได้ใจความ ใช้จุด Bullet เพื่อขึ้นประเด็นใหม่แต่ละข้อ และควรมีการเว้นวรรคเพื่อแบ่งกลุ่มของข้อมูล ไม่ให้ดูเป็นพืด จะช่วยให้ Resume ของเราอ่านง่ายขึ้นมาก
- เลือกใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย - เช่น ฟอนต์ประเภท Sans Serif อย่าง Arial, Calibri, Verdana หรือแบบ Serif เช่น Times New Roman ก็ได้ แนะนำเลือกขนาดฟอนต์ที่ไม่เล็กหรือใหญ่เกิน ประมาณ 10-12 Points ค่ะ ไม่ควรใช้ฟอนต์แปลก ๆ สีฉูดฉาด หรือลวดลายมากจนเกินงาม เพราะทำให้อ่านยาก และขาดความเป็นมืออาชีพไปเลย
สรุปถ้าอยากเขียนประวัติส่วนตัวให้ถูกใจ HR ก็ควรเลือกใช้ภาษาที่กระชับ เน้นเนื้อหาให้ตรงกับตำแหน่งงาน และจัดรูปแบบให้อ่านเข้าใจง่ายค่ะ เมื่อใช้เทคนิคเหล่านี้ได้ครบถ้วน ประวัติส่วนตัวของเราก็จะดูน่าสนใจมากขึ้น HR จะรู้ได้ทันทีว่าคน ๆ นี้ตรงสเป็คที่บริษัทกำลังหา เก่ง และเหมาะกับงาน
ตัวอย่างการเขียนประวัติส่วนตัว สำหรับ Resume

การเขียนประวัติส่วนตัวใน Resume ที่ดี ควรมีความชัดเจน กระชับ และทำให้ HR อยากอ่านได้ หัวข้อนี้ JobFinFin เรามีตัวอย่างการเขียนที่แตกต่างกันระหว่าง ผู้ที่มีประสบการณ์ทำงาน กับ ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา ไม่มีประสบการณ์ มาให้ค่ะ
ตัวอย่างการเขียนประวัติส่วนตัว สำหรับ ผู้มีประสบการณ์ทำงาน
นางสาว มานี ใจดี
ที่อยู่: 123 ถนนสุขุมวิท ซอย 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
โทร: 098-765-4321 | อีเมล: manee.j@email.com
ประวัติส่วนตัว
- มีประสบการณ์ทำงานด้านการขาย และการตลาดมากกว่า 5 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Sales Manager ที่บริษัท XYZ จำกัด
- เคยสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 20% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 และบริหารทีมขายจำนวน 10 คนจนสามารถทำตามเป้าหมายได้ต่อเนื่อง
- จบการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการตลาด จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกรดเฉลี่ย 3.75
- มีความถนัดด้านการวางแผนกลยุทธ์ การบริหารทีม การสื่อสาร และการนำเสนอ พร้อมทั้งมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับ Advanced
- เป็นคนมุ่งมั่น กระตือรือร้น มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี
- มีเป้าหมายการทำงานคือ การสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน และการพัฒนาศักยภาพของตนเองไปพร้อม ๆ กับการเติบโตขององค์กร
จากตัวอย่าง ผู้มีประสบการณ์ทำงานจะเน้นไปที่การระบุตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน และผลงานเด่น ๆ เพื่อให้ HR เห็นความสามารถที่เป็นรูปธรรมชัดเจนค่ะ ส่วนเรื่องการศึกษาก็บอกเฉพาะระดับที่สำเร็จล่าสุด จากนั้นก็ระบุคุณสมบัติ ทักษะ ความถนัด และเป้าหมายในอาชีพเพิ่มเติม
อ่านเพิ่มเติม — ตัวอย่างเรซูเม่สำหรับคนมีประสบการณ์
ตัวอย่างการเขียนประวัติส่วนตัว สำหรับผู้ไม่มีประสบการณ์ทำงาน (เด็กจบใหม่)
นาย ณัฐ สดใส
ที่อยู่: 789/12 ถนนประชาชื่น แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800
โทร: 087-654-3210 | อีเมล: nat.s@email.com
ประวัติส่วนตัว
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณา จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เกรดเฉลี่ย 3.65 อยู่ในอันดับที่ 2 ของรุ่น
- เคยฝึกงานเป็น Creative ที่บริษัทโฆษณาชั้นนำเป็นเวลา 3 เดือน ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริงของวงการโฆษณา
- เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด Young Creative Competition ประเภท Print Ad จากผลงานโฆษณาที่สะท้อนปัญหาสังคม
- มีความสามารถในการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop, Illustrator และ Premiere Pro ในระดับดี
- เป็นคนตั้งใจทำงาน ชอบความท้าทาย มีไหวพริบในการแก้ปัญหา สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี และมีความรับผิดชอบสูง
- เป้าหมายอยากเป็น Creative Director มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และอยากร่วมสร้างแคมเปญที่ทรงพลังจนเป็นที่จดจำ
สำหรับผู้ที่จบการศึกษาใหม่และไม่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน การเขียนประวัติส่วนตัวจะเน้นที่การระบุวุฒิการศึกษา เกรดเฉลี่ย ผลงานหรือความสำเร็จที่โดดเด่น รวมถึงประสบการณ์ฝึกงานเป็นหลัก และควรระบุเป้าหมายในอาชีพที่สอดคล้องกับตำแหน่งที่สมัครด้วย เช่น อยากเป็น Creative Director ถ้าสมัครเป็น Creative
สรุปการเขียนประวัติส่วนตัวของทั้งสองแบบ จะแตกต่างกันในรายละเอียดที่นำเสนอ แต่ก็มีวิธีการเขียนที่ต้องเน้นความกระชับ ตรงประเด็น เรียงลำดับให้อ่านง่าย มีการเลือกใช้ action words ในการอธิบายคุณสมบัติและความสามารถ เช่น มุ่งมั่น กระตือรือร้น ตั้งใจ มีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความน่าสนใจให้ HR อยากรู้จักเราค่ะ
อ่านเพิ่มเติม — เรซูเม่สมัครงานจบใหม่ | ไม่มีประสบการณ์ แชร์เทคนิคเขียนให้ได้งาน!
สรุป
การเขียนประวัติส่วนตัวใน Resume เป็นการนำเสนอข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์ ความสามารถ และจุดเด่นของเราในแบบกระชับ น่าสนใจ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับ HR หรือผู้คัดเลือกผู้สมัครงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเอกสารสมัครงาน เพื่อสร้างความประทับใจแรกและเพิ่มโอกาสในการสัมภาษณ์งานต่อไป จุดประสงค์หลักคือ การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดของเรามานำเสนอ ไม่ว่าจะความรู้ความสามารถ บุคลิกภาพ ผลงาน หรือศักยภาพที่พร้อมแสดงออกมาให้เห็น
การเขียนประวัติส่วนตัว แนะนำให้มีความยาวประมาณ 4-5 บรรทัด แต่ต้องครอบคลุมประเด็น เรียบเรียงเนื้อหาให้เข้าใจง่าย กระชับ ชัดเจน ใช้ภาษาทางการแต่ดูเป็นมิตร เลือกคำที่แสดงถึงคุณลักษณะเชิงบวก มีการเว้นวรรคเหมาะสม จัดรูปแบบให้อ่านสะดวก ปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่สมัคร และต้องไม่มีคำผิดหรือข้อมูลเกินจริง
