งานอดิเรกสมัครงาน มีอะไรบ้าง ควรใส่/ไม่ควรใส่อะไรในเรซูเม่ ?

JobFinFin สรุปให้
- งานอดิเรกสมัครงานช่วยแสดงบุคลิกภาพและทักษะเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน
- เลือกใส่เฉพาะงานอดิเรกที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร เช่น การเขียนบล็อก การถ่ายภาพ หรือการเล่นกีฬาเป็นทีม
- หลีกเลี่ยงงานอดิเรกที่มีความเสี่ยง ขัดแย้งทางความเชื่อ หรือไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร
- เขียนงานอดิเรกในเรซูเม่โดยเน้นทักษะที่ได้รับและประโยชน์ต่อตำแหน่งงาน
- จัดวางส่วนงานอดิเรกไว้ท้ายเรซูเม่ และใช้พื้นที่ประมาณ 2-3 บรรทัดเท่านั้น
เรซูเม่ (Resume) เป็นเอกสารที่ช่วยให้ผู้สมัครได้นำเสนอตัวเองต่อนายจ้าง นอกจากประวัติการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน หลายท่านอาจสงสัยว่าควรระบุ “งานอดิเรกสมัครงาน” ลงไปด้วยหรือไม่ ความจริงคือ งานอดิเรกสามารถเพิ่มมิติให้กับเรซูเม่ได้อย่างดี ถ้าเลือกใช้ถูกต้องเหมาะสม งานอดิเรกจะช่วยสะท้อนบุคลิกภาพ ความสนใจ และทักษะความสามารถพิเศษที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในตำแหน่งที่กำลังสมัครค่ะ
งานอดิเรกสมัครงาน คืออะไร?

งานอดิเรกสมัครงาน คือ กิจกรรมยามว่าง หรือความสนใจส่วนตัวที่บุคคลนำมาระบุในเรซูเม่เพื่อประกอบการสมัครงาน งานอดิเรกไม่ใช่แค่กิจกรรมที่ทำเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ควรเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงทักษะ ความสามารถ หรือคุณลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อตำแหน่งงานที่กำลังสมัคร
การใส่งานอดิเรกในเรซูเม่จะช่วยให้นายจ้างเห็นภาพรวมนอกเหนือจากประวัติการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน สามารถเป็นจุดที่ทำให้แตกต่างจากผู้สมัครท่านอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาหรือมีประสบการณ์การทำงานน้อย เป็นโอกาสดีที่จะแสดงศักยภาพและความพร้อมต่อตำแหน่งงานค่ะ
อ่านเพิ่มเติม — เรซูเม่สมัครงานจบใหม่ | ไม่มีประสบการณ์ แชร์เทคนิคเขียนให้ได้งาน!
งานอดิเรกมีอะไรบ้าง? ที่ควรใส่และไม่ควรใส่
การเลือกงานอดิเรกสำหรับใส่ในเรซูเม่เป็นเรื่องจำเป็น เพราะสิ่งที่เลือกจะสะท้อนถึงตัวตนและอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนายจ้างได้ มาดูกันว่างานอดิเรกสมัครงานอะไรบ้างที่ควรใส่และไม่ควรใส่
งานอดิเรกที่ควรใส่ในเรซูเม่
- การเขียนบล็อกหรือคอนเทนต์ เหมาะสำหรับงานอดิเรกสมัครงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การตลาด หรือการเขียน แสดงถึงทักษะการเขียนและความคิดสร้างสรรค์
- การเล่นกีฬาเป็นทีม เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล แสดงถึงการทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ และความมีวินัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทักษะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีมในการสัมภาษณ์งาน
- การเป็นอาสาสมัคร แสดงถึงความเอื้อเฟื้อ ความรับผิดชอบต่อสังคม และทักษะมนุษยสัมพันธ์
- การถ่ายภาพ เหมาะกับงานด้านครีเอทีฟ การตลาด หรือการออกแบบ แสดงถึงการมีมุมมองที่แตกต่างและความละเอียดรอบคอบ
- การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ แสดงถึงความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองและทักษะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม
- การเล่นดนตรี แสดงถึงความมุ่งมั่น ความอดทน และความคิดสร้างสรรค์
- การทำอาหาร แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียด การบริหารจัดการ และความคิดสร้างสรรค์
- การเขียนโค้ด หรือพัฒนาแอพพลิเคชัน เหมาะกับงานด้านไอที แสดงถึงทักษะทางเทคนิคและการแก้ปัญหา
งานอดิเรกที่ไม่ควรใส่ในเรซูเม่
- กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ปีนเขาสูง กระโดดบันจี้จัมพ์ เพราะอาจทำให้นายจ้างกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือการขาดงานจากการบาดเจ็บ
- กิจกรรมที่มีความขัดแย้งทางความเชื่อ เช่น การเมือง ศาสนา เพราะสามารถนำไปสู่อคติในการพิจารณาได้
- งานอดิเรกที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน เช่น การดูซีรีส์ การนอนหลับ เพราะไม่แสดงถึงทักษะหรือคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์
- งานอดิเรกที่แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การเล่นการพนัน เพราะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์วิชาชีพ
- งานอดิเรกที่ขัดแย้งกับวัฒนธรรมองค์กร เช่น กิจกรรมที่ขัดกับค่านิยมหรือภาพลักษณ์ของบริษัทที่กำลังสมัคร — HOW TO ตอบคำถามเกี่ยวกับค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร อย่างไรให้น่าประทับใจ
วิธีเขียน ความสนใจ และ งานอดิเรก ในเรซูเม่สมัครงาน
การเขียนส่วนงานอดิเรกสมัครงานในเรซูเม่ ไม่ใช่แค่การระบุรายการสิ่งที่ชอบทำในเวลาว่าง แต่ควรเขียนให้สอดคล้องและเป็นประโยชน์ต่อตำแหน่งงานที่กำลังสมัคร ต่อไปนี้คือหลักการเขียนค่ะ
- ไม่ใช่แค่บอกว่าชอบทำอะไร แต่ควรระบุด้วยว่างานอดิเรกสมัครงานนั้นได้พัฒนาทักษะอะไรที่เป็นประโยชน์ต่องาน
- ไม่จำเป็นต้องระบุทุกงานอดิเรกที่มี ให้เลือกเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานหรือแสดงถึงทักษะที่ต้องการ
- ส่วนงานอดิเรกควรใช้พื้นที่ 2-3 บรรทัดเท่านั้น ไม่ควรยาวเกินจนแย่งพื้นที่ส่วนอื่น
- ควรวางไว้ตอนท้ายของเรซูเม่ หลังจากส่วนการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน
- หลีกเลี่ยงการใช้คำฟุ่มเฟือยหรือการกล่าวอ้างเกินจริง
- ระบุเฉพาะงานอดิเรกที่ทำจริง ๆ เพราะนายจ้างอาจถามเพิ่มเติมในระหว่างการสัมภาษณ์งาน
ตัวอย่างการเขียนงานอดิเรกในเรซูเม่
การเขียนงานอดิเรกสมัครงาน ควรเน้นที่ทักษะและประโยชน์ที่ได้รับ ไม่ใช่แค่ระบุกิจกรรมเท่านั้น ต่อไปนี้คือตัวอย่างการเขียนงานอดิเรกในเรซูเม่แบบที่ไม่ดีและแบบที่ดี
ตัวอย่างงานอดิเรกสมัครงาน ที่ไม่ดี
- ฟังเพลง
- ดูหนัง
- เล่นเกม
- ท่องเที่ยว
ตัวอย่างงานอดิเรกสมัครงาน ที่ดี
- เขียนบล็อกเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม (3 ปี) พัฒนาทักษะการวิจัยและการสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย
- เป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลชมรม ฝึกการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำในสถานการณ์ที่กดดัน
- อาสาสมัครสอนคอมพิวเตอร์ให้ผู้สูงอายุในชุมชน เสริมสร้างทักษะการสื่อสารและความอดทน
ตัวอย่างงานอดิเรกสมัครงาน สำหรับผู้สมัครงานด้านการตลาดดิจิทัล
- บริหารบัญชี Instagram ส่วนตัวที่นำเสนอการถ่ายภาพอาหาร (ผู้ติดตาม 5,000+) เรียนรู้การจัดการคอนเทนต์และการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ติดตาม
- จัดทำพอดแคสต์รายสัปดาห์เกี่ยวกับเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ พัฒนาทักษะการเล่าเรื่องและการติดตามข่าวสารในวงการ
ตัวอย่างสำหรับผู้สมัครงานด้านไอที
- พัฒนาแอพพลิเคชันมือถือเพื่อติดตามการออกกำลังกายในเวลาว่าง ใช้ความรู้ด้าน React Native และ Firebase
- มีส่วนร่วมในโครงการโอเพ่นซอร์ส 3 โครงการบน GitHub เพื่อปรับปรุงทักษะการเขียนโค้ดและการทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลก
สรุป
งานอดิเรกสมัครงาน เป็นองค์ประกอบที่สามารถเพิ่มมิติให้กับเรซูเม่ได้ ควรเลือกงานอดิเรกที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานและแสดงถึงทักษะที่เป็นประโยชน์ หลีกเลี่ยงการระบุงานอดิเรกที่มีความเสี่ยง ขัดแย้งทางความเชื่อ หรือไม่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร
การเขียนส่วนงานอดิเรกควรเน้นที่ประโยชน์กับทักษะที่ได้รับมากกว่าแค่การระบุกิจกรรม ใช้พื้นให้มีประสิทธิภาพโดยจัดวางไว้ตอนท้ายของเรซูเม่ 2-3 บรรทัดเท่านั้น เพื่อให้ผู้สมัครดูน่าสนใจในสายตาของนายจ้าง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาดี ๆ ในระหว่างการสัมภาษณ์ได้ค่ะ
อ่านเพิ่มเติม — 10 เทคนิคการสัมภาษณ์งาน ไม่พลาดทุกโอกาส เพิ่มโอกาสได้งาน!
