เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ทำอย่างไร ? อัปเดตล่าสุด ทุกช่องทาง

JobFinFin สรุปให้
- เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ได้ปีละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม ถึง 31 มีนาคม ของปีถัดไป
- ผู้ประกันตนมาตรา 40 ไม่สามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ ต้องใช้สิทธิบัตรทองในการรักษาพยาบาลแทน
- ย้ายประกันสังคมออนไลน์ได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ www.sso.go.th , แอป SSO Connect และ LINE @ssothai ไม่ต้องใช้เอกสาร | ย้ายสิทธิประกันสังคม ขั้นตอนง่าย ๆ
- หลังยื่นเรื่องสามารถเช็คผลได้ภายใน 2 วันทำการ และใช้สิทธิโรงพยาบาลใหม่ได้ในวันที่ 1 หรือ 16 ของเดือน
- กรณีย้ายที่อยู่หรือย้ายที่ทำงาน สามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลระหว่างปีได้ภายใน 30 วัน
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม เรื่องนี้ส่งผลต่อความสะดวกในการเข้ารับบริการทางการแพทย์โดยตรง สำหรับคนที่โรงพยาบาลตามสิทธิอยู่ไกลจากที่พักและที่ทำงาน หรือไม่พอใจกับบริการที่ได้รับ การย้ายประกันสังคมไปยังสถานพยาบาลที่ตรงใจกว่าอาจเป็นทางออกที่น่าพิจารณา
บทความนี้ JobFinFin ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ครอบคลุมทั้งเงื่อนไข ช่วงเวลา ช่องทาง ขั้นตอนการดำเนินการ พร้อมกับคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย เพื่อให้ทุกคนดำเนินการได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วค่ะ
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม คืออะไร ?

การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม คือการย้ายสิทธิการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเดิมไปยังแห่งใหม่ที่ผู้ประกันตนเลือกค่ะ สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ดำเนินการได้ปีละ 1 ครั้ง และมีผลให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
เหตุผลหลักที่ผู้ประกันตนต้องการเปลี่ยนประกันสังคม มาจากการย้ายที่พักอาศัยและสถานที่ทำงาน หรือต้องการสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านหรือที่ทำงานมากขึ้น รวมถึงความไม่พอใจกับการบริการของโรงพยาบาลเดิม
สำนักงานประกันสังคมได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถดำเนินการย้ายประกันสังคมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานด้วยตัวเอง ช่วยลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่ะ
ใครมีสิทธิเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมบ้าง ?

การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นสิทธิสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 แต่มีเงื่อนไขว่าต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในช่วงเวลา 15 เดือนก่อนหน้าวันที่จะขอดำเนินการ ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 40 จะไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ค่ะ
ผู้ประกันตนมาตรา 33
ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป โดยนายจ้างและลูกจ้างส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมร่วมกัน ผู้ประกันตนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิรักษาพยาบาลครอบคลุมมากที่สุด สามารถเลือกโรงพยาบาลประกันสังคมที่ต้องการได้
มนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานบริษัทจัดอยู่ในกลุ่มนี้ค่ะ ถ้าถูกหักเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือนจากเงินเดือน แสดงว่าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และมีสิทธิย้ายประกันสังคมได้
ผู้ประกันตนมาตรา 39
ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือคนที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และลาออกจากงาน แต่ยังคงส่งเงินสมทบประกันสังคมต่อเนื่องด้วยตัวเอง เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสังคม ผู้ประกันตนกลุ่มนี้ยังคงได้รับสิทธิรักษาพยาบาลเหมือนมาตรา 33
ถ้าลาออกจากงานและสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เพื่อรักษาสิทธิประกันสังคม ยังสามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ตามปกติ โดยใช้ช่องทางและขั้นตอนเดียวกันกับผู้ประกันตนมาตรา 33 ค่ะ
ผู้ประกันตนมาตรา 40 เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ไหม
ผู้ประกันตนมาตรา 40 ไม่สามารถเปลี่ยนประกันสังคมได้ เพราะสิทธิประโยชน์ของมาตรานี้ไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ผู้ประกันตนกลุ่มนี้เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ ต้องใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ในการเข้ารับการรักษาแทน
ถ้าผู้ประกันตนมาตรา 40 ต้องการเปลี่ยนโรงพยาบาลสำหรับการรักษาพยาบาล ต้องดำเนินการผ่านระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แทน โดยสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ผ่านแอปฯ สปสช. หรือ LINE OA @nhso ค่ะ
ช่วงเวลาในการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมสามารถทำได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ การเปลี่ยนประจำปี และการเปลี่ยนระหว่างปีเมื่อมีเหตุจำเป็น การรู้ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้ประกันตนวางแผนและไม่พลาดโอกาสย้ายประกันสังคมไปยังสถานพยาบาลที่ต้องการค่ะ
เปลี่ยนโรงพยาบาลประจำปี
ผู้ประกันตนสามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนโรงพยาบาลประจำปีได้ปีละหนึ่งครั้ง ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม ถึง 31 มีนาคมของปีถัดไปค่ะ
ในช่วงเวลานี้ ผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ตามความต้องการเพื่อความสะดวกและความพอใจในบริการ โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอื่นประกอบ เงื่อนไขคือโรงพยาบาลที่เลือกต้องอยู่ในจังหวัดที่ทำงาน
เปลี่ยนโรงพยาบาลระหว่างปี กรณีจำเป็น
นอกจากช่วงเวลาปกติ ผู้ประกันตนยังสามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ถ้ามีเหตุจำเป็น เหตุผลที่เข้าเกณฑ์ ได้แก่
- ย้ายที่พักอาศัย
- ย้ายสถานที่ทำงาน
- กรณีที่ผู้ประกันตนไม่ได้เป็นผู้เลือกสถานพยาบาลนั้นด้วยตัวเอง
สำหรับกรณีที่ย้ายที่พักหรือที่ทำงาน มีเงื่อนไขว่าต้องยื่นเรื่องขอเปลี่ยนประกันสังคมสถานพยาบาลภายใน 30 วันนับจากวันที่ย้าย ถ้าดำเนินการไม่ทันตามกำหนด ต้องรอทำเรื่องอีกครั้งในช่วงการเปลี่ยนประจำปีรอบถัดไปค่ะ
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมมีกี่ช่องทาง อะไรบ้าง ?

การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมสามารถทำได้ 4 ช่องทางหลัก ประกอบด้วยเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม แอปพลิเคชัน SSO Connect, LINE Official @ssothai และการยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมโดยตรง สำหรับช่องทางออนไลน์ทั้ง 3 รูปแบบนั้น ผู้ประกันตนสามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมค่ะ
แต่ละช่องทางมีความสะดวกที่แตกต่างกัน ผู้ประกันตนสามารถเลือกวิธีที่สะดวกได้เลย โดยช่องทางออนไลน์สามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th
เปลี่ยนประกันสังคมผ่านเว็บไซต์เป็นช่องทางที่เหมาะสำหรับคนที่สะดวกใช้คอมพิวเตอร์ สามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th
- กดเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน หรือสมัครสมาชิกหากยังไม่เคยลงทะเบียน (สามารถเข้าสู่ระบบผ่านแอปฯ ThaiD ได้)
- เลือกเมนู "ขอเปลี่ยนสถานพยาบาล"
- เลือกเหตุผลการเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนประจำปี ย้ายสถานประกอบการ ย้ายที่อยู่
- เลือกสถานพยาบาลใหม่ที่ต้องการ
- อ่านเงื่อนไขและกดยอมรับข้อตกลง
- กดยืนยันการเปลี่ยนสถานพยาบาล
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect
แอปพลิเคชัน SSO Connect (หรือ SSO Plus) ช่องทางที่ง่ายต่อคนที่ใช้สมาร์ทโฟน สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android และ iOS มีขั้นตอนดังนี้
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Connect จาก App Store หรือ Play Store
- ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชนและยืนยันตัวตนผ่านระบบ OTP
- เข้าสู่ระบบและเลือกเมนู "เปลี่ยนโรงพยาบาล"
- เลือกสถานพยาบาลที่ต้องการและเลือกเหตุผลในการเปลี่ยน
- อ่านเงื่อนไขให้ครบ กดยอมรับข้อตกลง และกดยืนยัน
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมผ่าน LINE Official SSO
- แอดไลน์ @ssothai ของสำนักงานประกันสังคม
- เลือก "ข้อมูลของผู้ประกันตน"
- กรอกข้อมูลเพื่อเข้าสู่ระบบ หรือสมัครสมาชิกหากยังไม่มี
- เลือกเมนู "เปลี่ยนโรงพยาบาล"
- เลือกสาเหตุที่เปลี่ยนโรงพยาบาล
- เลือกโรงพยาบาลใหม่ที่ต้องการ
- อ่านหลักเกณฑ์การเลือกสถานพยาบาลให้ครบ
- กดยอมรับข้อตกลง และกดยืนยัน
ยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
สำหรับคนที่ไม่สะดวกใช้ช่องทางออนไลน์ สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมได้ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
- ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม สปส.9-02 (แบบการเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์) จากเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือขอรับที่สำนักงานประกันสังคม
- กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบ
- เตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- นำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
หมายเหตุ โรงพยาบาลบางแห่ง เช่น โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กำหนดให้ต้องยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคมเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ได้ค่ะ
เปรียบเทียบช่องทางเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมสามารถทำได้หลายช่องทาง แต่ละช่องทางมีรายละเอียด ความสะดวก และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน สามารถดูข้อมูลได้จากตารางด้านล่างนี้ค่ะ
ช่องทาง | ความสะดวก | เอกสารที่ใช้ | เวลาดำเนินการ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
www.sso.go.th | สะดวก | ไม่ต้องใช้ | 24 ชั่วโมง | ต้องมีอินเทอร์เน็ต |
แอป SSO Connect | สะดวกมาก | ไม่ต้องใช้ | 24 ชั่วโมง | ต้องดาวน์โหลดแอป |
LINE @ssothai | สะดวก | ไม่ต้องใช้ | 24 ชั่วโมง | ต้องมี LINE |
สำนักงานประกันสังคม | ปานกลาง | สปส.9-02 และสำเนาบัตรประชาชน | เวลาราชการ | ต้องเดินทาง |
จากข้อมูล พบว่าช่องทางออนไลน์มีความสะดวกมาก ไม่ต้องใช้เอกสาร ทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องมีอุปกรณ์กับการเชื่อมต่อที่พร้อมใช้งาน
ส่วนการติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมเหมาะกับคนที่ไม่สะดวกทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ต้องเตรียมเอกสารและเดินทางไปในวันเวลาราชการค่ะ
เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม
เอกสารที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม แตกต่างกันตามช่องทางที่เลือกดำเนินการ สำหรับช่องทางออนไลน์ไม่ต้องใช้เอกสาร แต่การยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมต้องเตรียมเอกสารตามที่กำหนดค่ะ
เอกสารสำหรับช่องทางออนไลน์
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ www.sso.go.th, แอปพลิเคชัน SSO Connect และ LINE @ssothai ไม่ต้องใช้เอกสารเป็นฉบับ ผู้ประกันตนแค่กรอกข้อมูลผ่านระบบได้เลย
ข้อมูลส่วนตัวที่ต้องเตรียมสำหรับช่องทางออนไลน์ ได้แก่ เลขบัตรประชาชน 13 หลัก กับเบอร์โทรศัพท์มือถือสำหรับรับรหัส OTP ค่ะ
เอกสารสำหรับยื่นที่สำนักงานประกันสังคม
ถ้าเลือกไปยื่นเรื่องเปลี่ยนประกันสังคมที่สำนักงานประกันสังคมด้วยตนเอง ต้องเตรียมเอกสาร 2 รายการ ดังนี้
- แบบฟอร์ม สปส.9-02 (แบบการเลือกสถานพยาบาล) ที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
ย้ายสิทธิประกันสังคม กี่วันใช้สิทธิที่โรงพยาบาลใหม่ได้ ?
หลังจากยื่นเรื่องเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมเรียบร้อย วันที่ผู้ประกันตนสามารถเริ่มใช้สิทธิที่โรงพยาบาลแห่งใหม่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ยื่นเอกสารค่ะ
- ถ้ายื่นเอกสารระหว่างวันที่ 1-15 ของเดือน (ก่อนเวลา 16.30 น.) สามารถใช้สิทธิที่โรงพยาบาลใหม่ได้ในวันที่ 16 ของเดือนเดียวกัน
- ถ้ายื่นเอกสารระหว่างวันที่ 16 ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือน (ก่อนเวลา 16.30 น.) สามารถใช้สิทธิที่โรงพยาบาลใหม่ได้ในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป
เมื่อเปลี่ยนโรงพยาบาลสำเร็จแล้ว ไม่สามารถย้ายประกันสังคมกลับไปที่โรงพยาบาลเดิมได้ จนกว่าจะถึงรอบการเปลี่ยนโรงพยาบาลประจำปีครั้งหน้าค่ะ
วิธีตรวจสอบผลการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม
ผู้ประกันตนสามารถตรวจเช็คผลการยื่นคำร้องได้ภายใน 2 วันทำการ ผ่านช่องทางต่อไปนี้
- เว็บไซต์ www.sso.go.th เข้าสู่ระบบผู้ประกันตน และดูที่เมนู "ประวัติการเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาล"
- แอปพลิเคชัน SSO Connect เข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบสถานะการเปลี่ยนโรงพยาบาล
- LINE @ssothai เลือกเมนูตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตน
- สายด่วน 1506 โทรสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ประกันสังคม
เลือกโรงพยาบาลประกันสังคมใหม่ ควรพิจารณาอะไรบ้าง ?

การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมให้ตรงกับความต้องการนั้น มีปัจจัยหลายด้านที่ควรนำมาพิจารณาประกอบกันค่ะ ไม่ควรตัดสินใจจากชื่อเสียงหรือคำแนะนำแค่อย่างเดียว ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ความสะดวกในการเดินทาง เลือกโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านและที่ทำงาน เพื่อให้การเดินทางไปรับบริการเป็นเรื่องง่าย
- โควตาผู้ประกันตน ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือสายด่วน 1506 ว่าโรงพยาบาลที่สนใจยังรับผู้ประกันตนเพิ่มได้หรือไม่
- ความถนัดของโรงพยาบาล ถ้ามีโรคประจำตัว ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางในสาขาที่เกี่ยวข้อง
- คุณภาพการบริการ ศึกษาข้อมูลและประสบการณ์จากคนที่เคยใช้บริการจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจ
- วันและเวลาทำการ เช็คเวลาเปิดทำการของโรงพยาบาลว่าสอดคล้องกับตารางเวลาของผู้ประกันตน
- สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ตรวจสอบบริการอื่น ๆ ที่เป็นสิทธิของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี หรือบริการทันตกรรม
เมื่อกรอกแบบฟอร์มหรือยื่นเรื่องออนไลน์ ควรเลือกโรงพยาบาลสำรองไว้ 2-3 ลำดับ ถ้าโรงพยาบาลอันดับแรกมีผู้ประกันตนเต็มแล้ว ระบบจะจัดสรรสถานพยาบาลในลำดับถัดไปให้โดยอัตโนมัติค่ะ
กรณีเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมไม่ได้ มีสาเหตุจากอะไร ?
ในบางครั้ง การยื่นเรื่องเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมก็อาจไม่สำเร็จ การรู้สาเหตุไว้ล่วงหน้าช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบและวางแผนแก้ไขได้ โดยเหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำให้ไม่สามารถย้ายประกันสังคมได้ มีดังนี้
- ยื่นเรื่องนอกช่วงเวลาที่กำหนด การเปลี่ยนโรงพยาบาลประจำปีสามารถทำได้ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม ถึง 31 มีนาคมของทุกปีเท่านั้น ถ้าอยู่นอกช่วงเวลานี้ เปลี่ยนได้เฉพาะกรณีที่มีการย้ายที่พักอาศัยหรือย้ายที่ทำงาน
- โรงพยาบาลที่เลือกมีผู้ประกันตนเต็มจำนวน สถานพยาบาลแต่ละแห่งมีโควตารับผู้ประกันตนจำกัด ถ้าโรงพยาบาลที่เลือกมีผู้ประกันตนเต็มแล้ว ก็ไม่สามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนได้
- สถานพยาบาลที่เลือกไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ต้องตรวจก่อนว่าโรงพยาบาลที่ต้องการย้ายไปนั้น เป็นสถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมหรือไม่
- อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล ถ้าผู้ประกันตนกำลังนอนพักรักษาตัวในสถานะผู้ป่วยใน จะยังไม่สามารถทำเรื่องเปลี่ยนโรงพยาบาลได้
- ส่งเงินสมทบไม่ครบตามเงื่อนไข ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนที่ยื่นขอเปลี่ยนโรงพยาบาล
- ข้อมูลส่วนตัวในระบบไม่ถูกต้อง กรณีที่ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชน ไม่ตรงกับฐานข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม
ถ้าพบปัญหาหรือไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนประกันสังคมได้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 หรือสำนักงานประกันสังคมสาขาใกล้บ้านค่ะ
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ส่งผลต่อประวัติการรักษาเดิมไหม ?
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมไม่ได้ทำให้ประวัติการรักษาเดิมสูญหายไปค่ะ ข้อมูลสุขภาพทั้งหมดยังคงถูกเก็บไว้ที่โรงพยาบาลแห่งเดิม ส่วนการโอนย้ายข้อมูลระหว่างสถานพยาบาลขึ้นอยู่กับนโยบายและระบบของแต่ละแห่ง
เพื่อให้การรักษาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกันตนสามารถเตรียมข้อมูลสำหรับโรงพยาบาลแห่งใหม่ได้ด้วยตัวเอง ดังนี้ค่ะ
- ติดต่อโรงพยาบาลเดิมเพื่อขอสำเนาประวัติการรักษา (Medical Record) และนำไปยื่นที่โรงพยาบาลแห่งใหม่โดยตรง
- แจ้งข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นกับแพทย์ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้เป็นประจำ และประวัติการแพ้ยา เพื่อให้แพทย์ประเมินการรักษาได้
การเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้พร้อมหลังการเปลี่ยนประกันสังคม ช่วยให้แพทย์ที่สถานพยาบาลแห่งใหม่สามารถวางแผนการดูแลและให้การรักษาได้ต่อเนื่องค่ะ
กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาลไม่ใช่สิทธิประกันสังคม ทำอย่างไร ?

ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ค่ะ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ตามสิทธิ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) โดยอาการที่เข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามสิทธิ UCEP มี 6 กลุ่มอาการ ได้แก่
- หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
- เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง
- ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม
- แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบทันทีทันใด
- ชักต่อเนื่องไม่หยุด
ขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP
- เข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
- แจ้งโรงพยาบาลว่าขอใช้สิทธิ UCEP พร้อมยื่นบัตรประชาชน
- โรงพยาบาลประเมินอาการและคัดแยกระดับความฉุกเฉิน
- ถ้าเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ได้รับการรักษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจนพ้นวิกฤตหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง
- หลังพ้น 72 ชั่วโมง ถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม
ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ UCEP สามารถติดต่อศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต โทร. 02-872-1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม
ต้องแจ้ง HR บริษัทเมื่อเปลี่ยนโรงพยาบาลไหม ?
ผู้ประกันตนไม่จำเป็นต้องแจ้งฝ่ายบุคคล (HR) ของบริษัทเมื่อทำการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถดำเนินการได้เองโดยตรงกับสำนักงานประกันสังคม
แต่ถ้าบริษัทมีสวัสดิการเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล หรือฝ่ายบุคคลต้องการข้อมูลสำหรับเอกสารภายใน การแจ้งให้ทราบก็สามารถทำได้ แต่ไม่ใช่ข้อบังคับค่ะ
อ่านเพิ่มเติม: สวัสดิการพนักงาน มีอะไรบ้าง ทั้งตามกฎหมาย และที่บริษัทจัดหาให้
ถ้าเปลี่ยนโรงพยาบาลแล้ว ไม่เคยไปใช้สิทธิ จะเป็นไรไหม ?
ไม่ส่งผลกระทบอะไรค่ะ การไม่ได้ไปใช้สิทธิที่โรงพยาบาลประกันสังคมแห่งใหม่ ไม่มีผลต่อสถานะความเป็นผู้ประกันตนหรือสิทธิประโยชน์ด้านอื่น สิทธิการรักษาพยาบาลยังคงอยู่และสามารถใช้ได้เมื่อต้องการ
ผู้ประกันตนสามารถใช้หรือไม่ใช้สิทธิในการรักษาพยาบาลก็ได้ แล้วแต่ความจำเป็นและความสะดวก สิทธิยังคงอยู่จนกว่าสิ้นสุดสภาพความเป็นผู้ประกันตน
ไม่เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ไหม ?
ได้ค่ะ ถ้าผู้ประกันตนพอใจกับโรงพยาบาลเดิม ก็สามารถใช้สิทธิการรักษาที่นั่นต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นสุดสถานะความเป็นผู้ประกันตน โดยไม่ต้องทำเรื่องอะไรเพิ่มเติม การเปลี่ยนประกันสังคมเป็นเพียงสิทธิที่ให้เลือกใช้ ไม่ใช่ข้อบังคับที่ต้องทำทุกปี
สรุป
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม คือสิทธิของผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่สามารถดำเนินการได้ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงวันที่ 16 ธันวาคม ถึง 31 มีนาคมของทุกปี หรือสามารถเปลี่ยนระหว่างปีได้ในกรณีที่มีการย้ายที่พักอาศัยหรือที่ทำงานค่ะ
การย้ายประกันสังคมนั้นทำได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ www.sso.go.th, แอปพลิเคชัน SSO Connect, LINE @ssothai และการยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมโดยตรง โดยช่องทางออนไลน์ไม่ต้องใช้เอกสารและสามารถตรวจผลได้ภายใน 2 วันทำการ
การเลือกโรงพยาบาลที่ตรงกับความต้องการ ทั้งในเรื่องความสะดวกในการเดินทาง ความถนัดของแพทย์ และคุณภาพการบริการ ช่วยให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์จากสิทธิประกันสังคมที่มีอยู่ การวางแผนเพื่อเปลี่ยนประกันสังคมให้เหมาะกับตัวเองก็เป็นเรื่องที่ควรพิจารณาค่ะ
