ทำไมงานตำแหน่ง Sale & Marketing ถึงหายากในยุคนี้

สำหรับคนรุ่นใหม่ Gen Z ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มตัว หลายบริษัทกลับพบปัญหาใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือ ตำแหน่ง Sale & Marketing หาคนทำยากขึ้นกว่าที่คิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้สายงานนี้ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่คนสมัครจำนวนมาก
เหตุผลสำคัญส่วนหนึ่ง คือ ทัศนคติของคนรุ่น Gen Z ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี มีความสามารถด้านดิจิทัลสูง เข้าใจการตลาดดิจิทัล และโลกออนไลน์ดีเยี่ยม แต่กลับไม่สนใจเข้าสู่งานขายหรือการตลาดแบบดั้งเดิม อีกทั้งความท้าทายของสายงานนี้ที่ต้องใช้ ทักษะการขาย เจรจาต่อรอง และเผชิญกับเป้าหมายยอดขายสูง ๆ ทำให้หลายคนรู้สึกว่างานประเภทนี้ไม่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์หรือความคาดหวังของตนเอง
💡ความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานกับพฤติกรรมของคนรุ่น Gen Z
การเข้าสู่ตลาดแรงงานของ Gen Z ไม่ได้เปลี่ยนแค่ปริมาณแรงงาน แต่ยังส่งผลต่อ “พฤติกรรมการทำงาน” และ “ค่านิยมในการเลือกอาชีพ” อย่างชัดเจน คนรุ่นนี้เติบโตมากับอินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน และโลกออนไลน์ พวกเขาเข้าใจโลกธุรกิจแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและดิจิทัลมากกว่าระบบแบบเดิม จุดเด่นของ Gen Z คือความสามารถในการเรียนรู้เร็ว ยืดหยุ่น และมีทักษะดิจิทัลติดตัว ทำให้หลายคนหันไปเลือกอาชีพที่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์ เช่น ครีเอเตอร์ นักออกแบบ UX/UI หรือสายเทคฯ มากกว่าจะมองหางานที่ต้องพบปะผู้คนและใช้ทักษะการขายแบบเข้มข้น
ค่านิยมการทำงานของ Gen Z ที่แตกต่างจากรุ่นก่อน
คนรุ่นก่อนหน้าอย่าง Gen X หรือแม้แต่ Millennials มักเลือกงานโดยมองความมั่นคงเป็นหลัก พวกเขายินดีทำงานหนักเพื่อเลื่อนตำแหน่ง มีเงินเดือนเพิ่ม และเติบโตในองค์กรระยะยาว
แต่ Gen Z กลับมองสิ่งเหล่านี้เป็น “ทางเลือก” ไม่ใช่ “เป้าหมายหลัก” พวกเขาให้ความสำคัญกับงานที่ตอบโจทย์ตัวตน เช่น งานที่มีความยืดหยุ่น งานที่มีอิสระในการคิด งานที่ได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้แต่งานที่ช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม นอกจากนี้ Gen Z ยังให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร การทำงานที่ไม่เคร่งระบบ การเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น และมี Work-Life Balance ที่ชัดเจนมากกว่ารุ่นก่อน
การเลือกอาชีพตามไลฟ์สไตล์ มากกว่าความมั่นคง
คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z มีแนวโน้มเลือกงานโดยมองจาก “ความพอดีในชีวิต” มากกว่าแค่เรื่องรายได้หรือความมั่นคงในตำแหน่ง พวกเขาเชื่อว่าการทำงานไม่จำเป็นต้องเหนื่อยเสมอไป และ “การอยู่รอด” ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ในกรอบเดิม
Gen Z หลายคนจึงเลือกอาชีพแบบฟรีแลนซ์ เป็น Content Creator หรืองานสายดิจิทัลที่สามารถควบคุมตารางชีวิตตัวเองได้ ขณะที่การทำงานในองค์กรแบบเต็มเวลา กลับถูกมองว่ายืดหยุ่นน้อย ต้องรับแรงกดดันจากผู้บริหารและตัวเลขมากกว่า สำหรับงานขายและการตลาดในภาพจำของหลายคน ยังถูกมองว่า “ต้องพูดเก่ง กล้าปิดการขาย” ซึ่งขัดกับลักษณะนิสัยของ Gen Z ที่บางคนไม่ชอบการปะทะหรือความกดดัน จึงมองหาสายงานที่ใช้ทักษะด้านอื่น เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการเล่าเรื่องผ่านคอนเทนต์ แทน
เหตุผลที่ Gen Z ไม่รีบเข้าสู่สายงานขายและการตลาด
หนึ่งในเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมสายงาน Sale & Marketing จึงหาคนยากในกลุ่ม Gen Z คือ “ภาพจำ” ของงานที่ดูยาก เข้าถึงยาก และกดดันเกินไป
Gen Z มักได้รับการปลูกฝังมาว่าอาชีพที่ดีควรใช้ทักษะเฉพาะทาง และสามารถวัดผลได้แบบไม่พึ่งพาการเจรจา หรือตัวเลขยอดขายที่มีแรงกดดันสูง พวกเขาจึงเลือกเดินสายที่ใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือ เช่น Digital Content, UX Design, หรือ Data Marketing มากกว่างานที่ต้องลงพื้นที่ วิ่งพบลูกค้า หรือโทรติดตามยอด อีกประเด็นหนึ่งคือความรู้สึกว่า “ต้องใช้พลังงานเยอะแต่ไม่คุ้ม” เพราะการขายหรืองานมาร์เก็ตติ้งแบบดั้งเดิม มักมีเป้าในเชิงธุรกิจ แต่ไม่ตอบโจทย์ในด้านคุณค่าหรือความภูมิใจในงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ Gen Z ให้ความสำคัญอย่างมาก
💡ทักษะการขายยุคใหม่ที่ตลาดแรงงานกำลังขาดแคลน
แม้เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายได้มาก แต่ทักษะของ “มนุษย์” ที่เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งก็ยังคงจำเป็นในทุกยุค โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคมีข้อมูลในมือมากขึ้น และมักตัดสินใจด้วยอารมณ์ก่อนเหตุผล ในปัจจุบัน ตลาดแรงงานกำลังเผชิญกับการขาดแคลน “นักขายยุคใหม่” ที่สามารถปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้จริง ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องเข้าใจจังหวะการสื่อสาร รู้จักใช้เครื่องมือดิจิทัล และวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้ นอกจากนั้น ความรู้ด้าน CRM (Customer Relationship Management) และการวางแผนการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ก็กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในแทบทุกอุตสาหกรรม เพราะการรักษาลูกค้าเดิมให้ได้ในระยะยาวสำคัญไม่แพ้การหาลูกค้าใหม่
ทักษะการสื่อสารเชิงจิตวิทยาในยุคลูกค้าไม่อยากฟังขายตรง
ทักษะการสื่อสารเชิงจิตวิทยา กลายเป็นหัวใจสำคัญของนักขายยุคใหม่ นักขายที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่พูดเก่งที่สุด แต่คือคนที่อ่านความรู้สึกลูกค้าออก เข้าใจว่าควรถามอะไร ควรเงียบตอนไหน และจะโน้มน้าวได้อย่างไรโดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ
เทคนิคสำคัญ เช่น การใช้ภาษากาย การตั้งคำถามปลายเปิด และการสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า (Active Listening) ช่วยให้การขายกลายเป็น “การให้คำปรึกษา” มากกว่า “การเสนอขาย”
การปรับตัวด้านเทคนิคและเครื่องมือ CRM สำหรับนักขายยุคใหม่
เทคโนโลยี CRM (Customer Relationship Management) และเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ติดตามผล และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
ระบบ CRM อย่าง Salesforce, HubSpot หรือ Zoho ไม่ได้เป็นแค่ฐานข้อมูลลูกค้า แต่ยังมีฟีเจอร์ช่วยติดตามสถานะของดีล วางแผนการติดต่อลูกค้า และช่วยทีมขายมองเห็นโอกาสในการขายใหม่ๆ ผ่านข้อมูลจริง นักขายที่สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะทำงานได้แม่นยำขึ้น เห็นภาพรวมของลูกค้าแต่ละราย และวางแผนการขายได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งความจำหรือจดลงกระดาษเหมือนในอดีต
Soft Skills ที่คนทำงาน Sale & Marketing ต้องมีมากกว่าการพูดเก่ง
ในอดีต “การพูดเก่ง” ถูกมองว่าเป็นคุณสมบัติที่นักขายต้องมี แต่ในยุคปัจจุบันที่ลูกค้ามีความรู้มากขึ้น และการสื่อสารต้องใช้หลายช่องทางพร้อมกัน Soft Skills ที่หลากหลายกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่าแค่การพูด
ความเข้าใจผู้อื่น (Empathy) เป็น Soft Skill แรกที่คนทำงานสายนี้ต้องมี เพื่อให้สามารถเข้าใจมุมมองและความรู้สึกของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
การฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) ช่วยให้คุณจับประเด็นสำคัญจากลูกค้า และตอบกลับได้ตรงใจ
การบริหารอารมณ์ (Emotional Regulation) มีส่วนสำคัญเมื่อต้องรับมือกับลูกค้ายาก หรือต้องขายในสภาวะกดดัน
การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา (Problem Solving) จะทำให้คุณเสนอทางออกได้แบบสร้างคุณค่า ไม่ใช่แค่เสนอขายของ
💡การตลาดดิจิทัลกำลังเปลี่ยนเกม แต่คนไม่พร้อมตาม
การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) กำลังขยับเร็วแบบก้าวกระโดด ทั้งในด้านเครื่องมือ แพลตฟอร์ม และพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา การทำการตลาดไม่ใช่แค่ลงโฆษณาใน Facebook หรือยิงแอดใน Google เท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจการสร้างคอนเทนต์ที่มีความหมาย, การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึก และการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalized Experience)
ปัญหานี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อเทียบกับความสามารถของ คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่เติบโตมากับโลกออนไลน์ พวกเขาเข้าใจกลไกของโซเชียลมีเดีย รู้ว่าคอนเทนต์แบบไหน “ไวรัล” และสามารถเชื่อมโยงการตลาดกับความรู้สึกของคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
💡สรุป
ในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วเกินคาด และช่องทางการขาย-การตลาดกระจายไปยังทุกแพลตฟอร์ม การพัฒนา ทักษะการขาย ให้สอดคล้องกับ การตลาดดิจิทัล จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทั้งองค์กรและบุคลากรต้องเร่งปรับตัว Gen Z ซึ่งเป็นแรงงานรุ่นใหม่ กำลังเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในโลกการตลาดยุคดิจิทัล พวกเขาไม่เพียงแต่เข้าใจเครื่องมือ แต่ยังเข้าใจ “พฤติกรรมบนโลกออนไลน์” ที่เปลี่ยนตลอดเวลา และสามารถคิดเชิงสร้างสรรค์กับเทคโนโลยีได้ดี จึงควรได้รับบทบาทในการพัฒนาแนวทางใหม่ๆ ให้กับองค์กร ไม่ใช่แค่ถูกมองเป็นเด็กฝึกงาน
ขณะเดียวกัน คนทำงานสาย Sale & Marketing ที่เคยประสบความสำเร็จจากรูปแบบเดิม ต้องไม่หยุดเรียนรู้ เพราะลูกค้าสมัยนี้ไม่ได้สนใจแต่ราคา แต่ยังมองหา “ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับความรู้สึก” ซึ่งต้องใช้ทั้ง ความเข้าใจมนุษย์ และ ทักษะดิจิทัล ประกอบกัน Soft Skill คืออะไร ? ตัวอย่างทักษะที่คนทำงานควรมี/องค์กรต้องการ ก็สำคัญ
