เทคนิคดูแลตัวเองสำหรับเด็กจบใหม่และชาวออฟฟิศที่ไม่อยากเป็นพิษกับโรค Office Syndrome

ช่วงเรียนจบและช่วงหางานเป็นเวลาที่สำคัญในชีวิตของหลาย ๆ คนเลยค่ะ ซึ่งเด็กจบใหม่จะต้องเผชิญกับการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ รวมถึงการเรียนรู้และปรับปรุงทักษะการทำงานของตนเอง นอกจากนี้ยังต้องมีการดูแลสุขภาพและการเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับความเครียดและกดดันในการทำงานอีกด้วยค่ะ
ปัญหาชาวออฟฟิศโดยเฉพาะเด็กจบใหม่เจอบ่อยมากที่สุด คือโรคหรืออาการ Office Syndrome นั่นเองค่ะ เพราะเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงสาเหตุได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นวันนี้ Jobfinfin เว็บไซต์หางานอันดับหนึ่งที่ครองใจวัยทำงานและเด็กจบใหม่ จึงอยากมาแนะนำเทคนิคดูแลตัวเองที่เน้นการป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมสำหรับเด็กจบใหม่และวัยทำงาน ใครที่ไม่อยากเผชิญกับปัญหาออฟฟิศซินโดรม มาดูกันเลย
เทคนิคการป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมฉบับเด็กจบใหม่และวัยทำงาน
นอกจากเรื่องหางานหรือเรื่องสมัครงานให้โดนใจแล้ว สิ่งหนึ่งที่วัยทำงานและเด็กจบใหม่ควรทำ คือดูแลตัวเองให้ไม่ให้ประสบกับปัญหาออฟฟิศซินโดรมนั่นเองค่ะ มาดูเทคนิคดูแลตัวเองกันเลยยย
1.ท่าทางในการนั่งนั้นสำคัญไฉน!
การนั่งทำงานเป็นกิจวัตรประจำวันของเด็กจบใหม่และคนวัยทำงาน โดยการนั่งที่ไม่ถูกวิธีนั้นอาจส่งผลต่อสุขภาพได้โดยตรงค่ะ ต้องให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันอาการปวดออฟฟิศซินโดรมและที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
การนั่งที่ไม่ถูกต้องส่วนใหญ่เกิดจากการใช้เก้าอี้ที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นเลือกเก้าอี้ที่เหมาะสมขณะที่นั่งทำงานติดต่อกันหลาย ๆ ชั่วโมงเป็นอะไรที่สำคัญมาก ควรเลือกเก้าอี้ที่มีพื้นที่นั่งกว้างพอสมควร และควรเลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับได้ตามส่วนต่า งๆ ของร่างกาย เช่น ความสูงของเก้าอี้ รอบเอว และลำตัว การปรับระดับเก้าอี้ให้เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง และอาการปวดต้นขาด้วยค่ะ
2.ยกของหนัก - เบาให้ถูกท่วงท่า
เด็กจบใหม่และคนวัยทำงานควรหยุดยกของทันทีหากมีอาการปวดหรืออักเสบ ตรวจสอบน้ำหนักของของที่จะยกก่อน โดยไม่ควรยกของหนักเกินกว่าความสามารถของร่างกาย ถ้าเป็นไปได้ควรใช้รถเข็นหรือหาคนมาช่วยยกของหนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการยกของผิดท่า และนำไปสู่อาการ Office Syndrome ค่ะ
3.ไม่ควรนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรลุกมายืดเส้นสาย
การนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายของเด็กจบใหม่และคนวัยทำงานเกร็งตึงและอักเสบได้ การลุกขึ้นมาและยืดเส้นสายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อาการปวดหลัง และอาการปวดต้นขา ถ้าใครไม่อยากประสบกับปัญหาออฟฟิศซินโดรม ก็ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้ดูกันนะคะ
4.ไม่ควรใส่ส้นสูงที่สูงเกินไป
เด็กจบใหม่ที่อยากใส่ส้นสูงไปทำงานทุกวัน บอกเลยว่าต้องพักก๊อนนนน เพราะนอกจากจะต้องเลือกรองเท้าให้เข้ากับสรีระรูปเท้าแล้ว การเลือกรองเท้าที่จะทำให้ไม่ปวดเท้าจากการเดินหรือยืนนาน ๆ ก็ยากเช่นเดียวกัน ดังนั้นสาว ๆ ที่เป็นเด็กจบใหม่คนไหนกำลังจะใส่รองเท้าส้นสูงไปทำงานทุกวัน บอกเลยว่าควรคิดให้ดี และถ้าเป็นไปได้ ควรมีรองเท้าสำรองที่เอาไว้เปลี่ยนขณะที่นั่งทำงานให้ออฟฟิศเพื่อลดแนวโน้มที่จะสู่อาการ Office Syndrome ค่ะ
5.ท่าบริหารอาการออฟฟิศซินโดรม ออกกําลังกายง่าย ๆ
- ท่ายกแขนขึ้นเหนือหัว
วิธีการ: ยกแขนขึ้นไปเหนือหัวจนถึงจุดสูงสุด แล้วเอียงศีรษะไปทางข้างเดียวกับแขนที่ยกขึ้น ค้างไว้เป็นเวลา 5-10 วินาที จากนั้นเปลี่ยนข้างแขนและทำซ้ำอีกฝั่ง
ประโยชน์: ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนเลือดในแขนและคอ เพื่อช่วยบรรเทาอาการตกค้างและปวดหลัง
- ท่าหมุนคอ
วิธีการ: หมุนคอไปทางข้างเป็นเวลา 5-10 วินาที จากนั้นกลับมาสู่ท่าเริ่มต้นและหมุนไปทางอีกข้างเป็นเวลาเท่าเดิม
ประโยชน์: ช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อคอ และลดความตึงเครียด
- ท่ายกหัวไหล่
วิธีการ: ยกไหล่ขึ้นไปยังหูและค้างไว้เป็นเวลา 5-10 วินาที จากนั้นค่อยๆ ลดไหล่ลงมาสู่ท่าเริ่มต้น
ประโยชน์: ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนเลือดในแขนและคอ เพื่อช่วยบรรเทาอาการตกค้างและปวดหลัง
- ท่ายืดหลัง
วิธีการ: นั่งตัวตรง วางมือไว้ที่หลัง แล้วเอียงตัวไปข้างหน้าเพื่อยืดหลัง
ประโยชน์: ช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อคอและหลัง
เป็นยังไงกันบ้างคะกับการอธิบายเทคนิคการดูแลตัวเองสำหรับเด็กจบใหม่และชาวออฟฟิศ ที่ต้องการหลีกเลี่ยงอาการและโรค Office Syndrome ที่เป็นโรคที่เกิดจากการใช้เวลานานกับการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ โดยทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ และอาการอื่น ๆ อีกมากมาย เลี่ยงได้ควรเลี่ยง เพราะการไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐจริง ๆ ค่ะ
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกหางานจากประกาศงานอีกมากมายที่ Jobfinfin มีให้เลือก โดยสามารถเลือกตำแหน่งงานที่ตรงกับความสนใจและความเชี่ยวชาญของคุณได้โดยง่าย เพียงแค่ลงทะเบียนสมัครสมาชิก และส่งใบสมัครงานในตำแหน่งที่คุณสนใจผ่านเว็บไซต์นี้ได้เลย
อย่ารอช้า ลองหางานที่ตรงกับความสนใจและความเชี่ยวชาญของคุณได้ที่เว็บไซต์หางานชั้นนำและเตรียมพร้อมก่อนเข้าสัมภาษณ์เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้งานที่ต้องการในอนาคต
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง...
