แนะนำกฎหมายแรงงานน่ารู้ ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

ในยุคปัจจุบันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ทำงานเพื่อหาเงินดำเนินชีวิตในแต่ละวัน พร้อมกับบริษัทหรือนายจ้าง ที่มีขึ้นจำนวนมาก ทั้งเหล่าลูกจ้างและนายจ้าง ต่างทำงานอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายแรงงานทั้งสิ้น วันนี้เราได้คัดเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่ทั้งสองฝ่ายไม่ควรมองข้าม
✍รู้จักกฎหมายแรงงานให้มากขึ้น
ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ กฎหมายแรงงาน เราต้องรู้จักก่อนว่ากฎหมายแรงงานคืออะไร ซึ่งกฎหมายแรงงานนั้นเป็นกฎหมายที่รวมทั้งลูกจ้างและนายจ้าง ที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน โดยจะมีการร่างเงื่อนไขต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน การออกกฎหมายแรงงานนั้นเป็นกฎหมายที่ถูกบัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายจ้างเพื่อให้การจ้างงานต่อลูกจ้าง ในการประกอบกิจการ ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ให้เป็นไปได้ด้วยดี และได้รับประโยชน์ที่เหมาะสมทั้งสองฝ่าย หรือที่หลายๆ คนรู้จักกันดีว่าเป็นกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
กฎหมายแรงงานที่จะบัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ระหว่างทั้งสองฝ่ายโดยจะมีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการจ้างและการใช้แรงงาน เพื่อให้มีสุขภาพอนามัยที่ดีและปลอดภัยในชีวิต พร้อมกับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่ง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องจะเป็น พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน , พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ , พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่ง พ.ร.บ. แต่ได้อย่างนั้น จะมีเงื่อนไขระบบเอาไว้อย่างชัดเจน ว่ามีการคุ้มครองนายจ้างและลูกจ้างอย่างไรบ้าง และสำหรับคนที่ทำงานอยู่ภายในบริษัทควรจะต้อง ทำความเข้าใจถึงสิทธิ์และหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนดอีกด้วย
✍กฎหมายแรงงาน ที่นายจ้างและลูกจ้างควรรู้
การทำงานและการจ้างงาน ตามกฎหมายแรงงานเป็นส่วนสำคัญที่จะกำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไขในการทำงานของนายจ้างและลูกจ้าง ต่อไปนี้คือบางส่วนสำคัญที่ควรรู้
👩💼นายจ้าง
1. สัญญาจ้างงาน: นายจ้างหรือบริษัท ต้องมีสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน ในการว่าจ้าง และบอกเลิกได้เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในอนาคต โดยต้องระบุเงื่อนไขการทำงาน, เวลาทำงาน, ค่าจ้าง, และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ในครบถ้วน ในสัญญาจ้าง
2. ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทน : การจ่ายค่าจ้าง ต้องเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตามกำหนดเวลาทำงานปกติ 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ถ้าหากมีการทำงานที่นอกเหนือจาก 8 ชั่วโมง นั้น จะต้องมีการจ่ายค่าตอบแทนแก่ลูกจ้างซึ่งนอกเหนือจากค่าจ้างรายเดือนไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง รวมไปถึงค่าจ้างในวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมไปถึงการปรับค่าจ้าง, โบนัส, หรือสวัสดิการอื่นๆ จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย
3. เวลาทำงาน : จำนวนชั่วโมงทำงานต่อวัน, วันทำงานต่อสัปดาห์, และวันหยุดต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งว่าด้วยงานทั่วไปไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวันและไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และการทำงานล่วงเวลา จะต้องได้รับอนุญาตและต้องมีการจ่ายค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย
4. สวัสดิการแรงงาน : ต้องมีการจัดสวัสดิการตามกฎหมาย, เช่น ประกันสังคม, ประกันสุขภาพ, และกฎหมายเกี่ยวกับการลา อย่างชัดเจน
5. สภาพแวดล้อมทำงาน : ต้องมีการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในที่ทำงานตามกฎหมาย รวมไปถึงการตรวจสุขภาพประจำปีของพนักงานภายในบริษัททำให้พนักงานทราบถึงสิทธิและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัย
👩💼ลูกจ้าง
1. สัญญาจ้างงาน : ต้องอ่านและทราบเนื้อหาของสัญญาจ้างงาน แนะนำให้ศึกษาข้อมูลรายละเอียดของข้อกำหนดและเงื่อนไขการทำงานอย่างชัดเจนก่อนเซ็นสัญญาจ้า
2. ค่าจ้าง : มีสิทธิรับค่าจ้างตามที่ระบุในสัญญา และต้องไม่ถูกหักค่าจ้างโดยไม่เหมาะสม
3. เวลาทำงาน: อ่านรายละเอียดเวลาทำงานที่กำหนดและสามารถทำงานล่วงเวลาได้ ถ้าหากทางบริษัทเสนอเงื่อนไขการทำงานให้
4. สวัสดิการแรงงาน : อ่านเงื่อนไขสวัสดิการที่คุณมีสิทธิได้รับ, เช่น ประกันสุขภาพ, ประกันสังคม
5. สภาพแวดล้อมทำงาน : สามารถรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานที่ทำงานทันที ให้ความร่วมมือในการรักษาสุขภาพและความปลอดภัย
ทั้งนายจ้างและลูกจ้างควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานขั้นพื้นฐาน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดี สำหรับทั้งสองฝ่าย และนอกเหนือจากกฎหมายเหล่านั้น การเคารพสิทธิและความเสมอภาคความเท่าเทียมกัน ในการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ , ศาสนา , สถานะทางสังคม หรือบุคลิกภายนอกของแต่ละบุคคล สิ่งเหล่านี้ ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ควรเคารพซึ่งกันและกัน
✍ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานด้วยแนวคิดใหม่
ในปัจจุบันนี้ได้มีการริเริ่มแนวคิดปฏิบัติการการใช้แรงงานที่ ดีเพื่อเป็นแนวทางและคู่มือให้กับผู้ประกอบการ ได้นำไปปรับใช้ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีจริยธรรม และสอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน เป็นแนวคิดเบื้องต้นในการปรับปรุงสภาพการจ้าง ที่จะส่งผลให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกจ้างที่ดีขึ้น ซึ่งประโยชน์ของนายจ้างเกี่ยวกับแนวคิดนี้ จะช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ในสังคม เพิ่มศักยภาพความสามารถ ของลูกจ้าง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร และในส่วนของประโยชน์ต่อลูกจ้าง จะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน และส่งผลให้เกิดความภักดีต่อองค์กร เพิ่มความเชื่อมั่นว่านายจ้างจะไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งเป้าหมายของแนวทางการใช้แรงงานที่ดีนั้น เพื่อการปรับปรุงสภาพการทำงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งเห็นถึงความสำคัญ ของมาตรฐานของกฎหมายแรงงานให้มากขึ้น ลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อความเป็นอยู่ของชีวิต และการทำงานให้สมดุล ช่วยให้สังคมการทำงานราบรื่น และเติบโตได้
