Gen Z ต้องการอะไรจากงาน ทั้งที่บริษัทให้ Offer ดี?

เมื่อ Gen Z เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น วิธีคิดเรื่องการเลือกงานก็เริ่มเปลี่ยนไป หลายคนไม่ได้มองแค่เงินเดือนหรือชื่อเสียงของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance โอกาสเติบโต วัฒนธรรมองค์กร หัวหน้าและเพื่อนร่วมทีม รวมถึงความหมายของงานที่ทำ ทำให้ “งานที่ดี” ในมุมของคนรุ่นใหม่อาจไม่ได้หมายถึงงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงที่สุด แต่เป็นงานที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและชีวิตในภาพรวม แล้ว Gen Z ต้องการอะไรจากงาน และ HR ควรปรับตัวอย่างไรเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่?
1. งานที่ดีคืองานที่ไม่เสียสุขภาพจิต Gen Z ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่ทำงานแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่กดดันจนเกินไป และองค์กรควรใส่ใจเรื่อง Mental Health ของพนักงาน
2. Work-Life Balance ที่ทำได้จริง ทำงานเต็มที่ในเวลางาน แต่หลังเลิกงานควรมีเวลาส่วนตัว องค์กรจึงควรมีความยืดหยุ่น เช่น Flexible Hours, Hybrid หรือ Remote ตามความเหมาะสมของงาน
3. มีโอกาสเรียนรู้และเติบโต นอกจากเงินเดือนแล้ว Gen Z ยังมองหาโอกาสพัฒนาทักษะใหม่ ๆ มี Career Path ที่ชัดเจน และมีหัวหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำ
4. วัฒนธรรมองค์กรที่เข้ากับตัวเอง อยากทำงานในสภาพแวดล้อมที่เปิดรับความคิดเห็น เคารพความแตกต่าง และสามารถสื่อสารกันได้อย่างตรงไปตรงมา
5. รู้ว่างานที่ทำมีคุณค่า การได้เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองทำมีผลลัพธ์และมีประโยชน์ต่อทีม ลูกค้า หรือองค์กร ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้งานมีความหมายมากขึ้น
เงินอย่างเดียวถึงซื้อใจ Gen Z ไม่ได้
แม้ Gen Z จะให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินเดือนไม่สำคัญ
ค่าตอบแทนยังเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการเลือกงาน เพียงแต่ Candidate อาจนำปัจจัยอื่นมาพิจารณาร่วมด้วย เช่น รูปแบบการทำงาน โอกาสเติบโต สวัสดิการ หัวหน้างาน และวัฒนธรรมองค์กร
ดังนั้น Offer ที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ Offer ที่ให้เงินเดือนสูงที่สุดเสมอไป แต่เป็นข้อเสนอที่ตอบโจทย์ภาพรวมของชีวิตและการทำงานของ Candidate ได้เหมาะสม
สำหรับ HR เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญว่า นอกจากการกำหนดค่าตอบแทนที่แข่งขันได้แล้ว องค์กรมีอะไรที่จะทำให้ Candidate เห็นคุณค่าของการมาร่วมงานมากขึ้น
สิ่งที่ HR ควรปรับในการสรรหา เพื่อตอบโจทย์ Gen Z
1. แจ้งข้อมูลให้โปร่งใสและชัดเจน ระบุช่วงเงินเดือน สวัสดิการ ขอบเขตงาน และรายละเอียดสำคัญของตำแหน่งให้ชัดเจนตั้งแต่ประกาศรับสมัคร เพื่อให้ Candidate เห็นภาพงานก่อนตัดสินใจสมัคร โดยไม่ต้องรอให้ถามข้อมูลเพิ่มเติมในขั้นตอนสัมภาษณ์
2. ชูจุดขายเรื่องความยืดหยุ่น หากองค์กรมีนโยบายที่ช่วยให้พนักงานจัดสมดุลระหว่างงานกับชีวิตได้ เช่น การทำงานแบบ Hybrid การเลือกเวลาเข้า-ออกงาน หรือการแต่งกายที่ยืดหยุ่น ก็ควรนำเสนอให้ Candidate เห็นตั้งแต่ช่วงสมัครงาน เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ
3. สัมภาษณ์ไว รู้ผลเร็ว ไม่ตัดโอกาสทั้งสองฝ่าย ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน สื่อสารรายละเอียดให้ชัดเจน และแจ้งผลการสัมภาษณ์ภายในเวลาที่เหมาะสม เพราะหากกระบวนการสรรหาใช้เวลานานเกินไป Candidate อาจเลือกข้อเสนอจากบริษัทอื่นไปก่อนที่องค์กรจะตัดสินใจ
4. ใส่ใจเรื่อง Employee Well-being หากองค์กรมีสวัสดิการหรือแนวทางที่ช่วยดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงาน ควรสื่อสารให้ Candidate รู้ตั้งแต่ต้น เช่น วันลา กิจกรรมดูแลสุขภาพ หรือสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ เพราะสำหรับคนทำงานยุคนี้ “งานที่ดี” ไม่ได้มีแค่เงินเดือน แต่รวมถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีระหว่างทำงานด้วย
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Gen Z และการเลือกงาน
Q1 : Gen Z ต้องการอะไรจากงาน?
A : นอกจากเงินเดือนและสวัสดิการแล้ว Gen Z ยังให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance สุขภาพจิต โอกาสเรียนรู้และเติบโต วัฒนธรรมองค์กร รวมถึงสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะกับตัวเอง
Q2 : Gen Z ให้ความสำคัญกับเงินเดือนหรือ Work-Life Balance มากกว่ากัน?
A : เงินเดือนยังเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ใช้ตัดสินใจ Candidate อาจพิจารณาร่วมกับเวลาทำงาน ความยืดหยุ่น สวัสดิการ และโอกาสเติบโต ก่อนตัดสินใจรับงาน
Q3 : ทำไม Gen Z ถึงปฏิเสธงาน ทั้งที่บริษัทให้เงินเดือนและสวัสดิการดี?
A : เพราะข้อเสนอที่ดีในมุมของ Candidate ไม่ได้มีแค่เรื่องค่าตอบแทน หากลักษณะงานไม่ตรงกับที่คาดหวัง ไม่มีความยืดหยุ่น ไม่เห็นโอกาสเติบโต หรือรู้สึกว่า Culture ขององค์กรไม่เหมาะกับตัวเอง ก็อาจทำให้ตัดสินใจไม่รับงานได้
Q4 : HR ควรสัมภาษณ์ Gen Z อย่างไรให้รู้ว่าเหมาะกับองค์กรหรือไม่?
A : นอกจากถามเรื่องประสบการณ์และทักษะ ควรพูดคุยถึงรูปแบบการทำงาน สิ่งที่ Candidate ให้ความสำคัญ เป้าหมายในการทำงาน และสภาพแวดล้อมที่ต้องการ พร้อมเปิดโอกาสให้ Candidate ถามกลับเกี่ยวกับองค์กรด้วย
Q5 : ถ้าองค์กรไม่มี Hybrid Work จะดึงดูด Gen Z ได้อย่างไร?
A : ไม่จำเป็นว่าองค์กรต้องมีทุกสิ่งที่ Gen Z ต้องการ แต่ควรสื่อสารจุดแข็งขององค์กรให้ชัดเจน เช่น เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น วันลา โอกาสเรียนรู้ Career Path หรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี เพื่อให้ Candidate เห็นว่าบริษัทมีอะไรที่ตอบโจทย์ตัวเองได้บ้าง
สรุป ในวันที่เงินเดือนอาจไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ Gen Z เลือกงาน
เมื่อคนแต่ละรุ่นมีมุมมองต่อการทำงานที่แตกต่างกัน องค์กรจึงอาจต้องมองมากกว่าการหาคนที่มีทักษะตรงกับงาน แต่ต้องทำให้ผู้สมัครเห็นด้วยว่า ที่นี่มีสภาพแวดล้อมและรูปแบบการทำงานที่เหมาะกับเขาหรือไม่ เพราะสิ่งที่องค์กรสื่อสารตั้งแต่ การลงประกาศงาน ไปจนถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์ ล้วนมีส่วนต่อการตัดสินใจของผู้สมัครทั้งนั้น
