HOW TO คุยแบบไหนให้ลูกค้า “ประทับใจ”

การสื่อสาร ถือว่าเป็นหัวใจหลักที่องค์กรจะสามารถสร้างความพึงพอใจและความประทับใจให้แก่ลูกค้าก็ว่าได้ เนื่องจากในยุคปัจจุบันการแข่งขันทางด้านธุรกิจค่อนข้างสูงขึ้นเรื่อยๆ การบริการจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จำทำให้ลูกค้าอยกเข้ามาใช้บริการอีกครั้งนึง สิ่งเหล่านี้เริ่มต้นตั้งแต่การทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า การให้บริการที่เกินความคาดหวัง รวมถึงการสื่อสารที่เป็นมิตรและตรงไปตรงมา ซึ่งวันนี้เรามีเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอยากที่จะเลือกซื้อสินค้าของผู้ประกอบการอีกครั้ง จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย
1. นำเสนอข้อมูลให้ตรงกลุ่มลูกค้าและความต้องการ
การนำเสนอข้อมูลให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าและความต้องการเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ โดยสามารเริ่มและประเมินได้จาก
● วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย: ศึกษาและทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของคุณ โดยพิจารณาอายุ เพศ การศึกษา อาชีพ ความสนใจ และพฤติกรรมการซื้อ
● ใช้ภาษาที่เหมาะสม: ปรับการใช้ภาษาตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น ภาษาที่เป็นทางการสำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ หรือภาษาที่เป็นกันเองสำหรับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น
● ลูกค้าขาประจำ : ดังนั้นการพูดคุยจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อของเราอยู่แล้ว ควรอัพเดทข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า
● ลูกค้าที่เป็นนักต่อรอง : คนกลุ่มนี้มักจะตัดสินใจซื้อจากความคุ้มค่าและราคาที่เหมาะสม ควรแนะนำโปรโมชั่นที่จะช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้นรวมถึงแจกแจงประโยชน์และความคุ้มค่าของสินค้า
● ลูกค้าที่พร้อมซื้อ : ลูกค้ากลุ่มนี้มีความสนใจ ต้องการที่จะซื้อสินค้าและบริการอยู่แล้ว ควรที่จะเข้าไปเชิญชวนและถามความต้องการเพิ่มเติมเพื่อที่จะให้ข้อมูลและแนะนำเกี่ยวกับสินค้า
● ลูกค้าขาจร : กลุ่มนี้จะเป็นลูกค้าที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อสินค้าควรใช้เทคนิคในการพูดเพื่อสร้างความประทับใจพร้อมทั้งให้ลูกค้ารู้สึกอยากที่จะทดลองสินค้าของเรานั่นเอง
2. เริ่มต้นจากการเป็นผู้ฟัง
ไม่ควรพูดหรือเสนอขายจนเกินไป ควรใช้เทคนิคในการเข้าหาลูกค้าสอบถามถึงความต้องการและจงเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะท่านนั้นจะสามารถได้ข้อมูลว่าลูกค้าต้องการผลิตภัณฑ์แบบไหนโดยจะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์นั้นให้ตรงกับความต้องการได้
3. ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
สิ่งสำคัญในการขายคือจรรยาบรรณ คนที่จะให้ข้อมูลที่เป็นจริงเพื่อที่ให้ลูกค้าเชื่อมั่นในสินค้าและการบริการของเรานั่นเอง อาจเล่าประสบการณ์การใช้สินค้าจากลูกค้าท่านอื่น โดยจำเป็นจะต้องอยู่ในพื้นฐานของความเป็นจริงเท่านั้น
4. มีความเชี่ยวชาญในตัวผลิตภัณฑ์
ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญเลยก็ว่าได้ที่นักขายเบอร์ทองจำเป็นจะต้องมี พนักงานต้องมีความเชี่ยวชาญในตัวสินค้าสามารถตอบคำถามและคายข้อสงสัยให้แก่ลูกค้าได้ทั้งหมด เพื่อที่จะได้สร้างความมั่นใจพร้อมกับแนะนำลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ
5. สร้างความประทับใจทุกครั้งเมื่อลูกค้ากลับมาใช้บริการ
จำเป็นจะต้องมีมาตรฐานและคงมาตรฐานนั้นไว้เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพราะเมื่อลูกค้าเกิดความประทับใจแล้วโอกาสที่จะกลับมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเราก็มีมากขึ้น
6. หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบหรือการบริการกัลทางคู่แข่ง
การมีทัศนคติที่ดีถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้ามองภาพลับขององค์กรหรือผู้ให้บริการไปในทิศทางแบบไหน เพราะฉะนั้นไม่ควรที่จะพูดข้อมูลหรือนำเสนอสินค้าที่เปรียบเทียบกับสินค้าคู่แข่ง ควรให้ลูกค้าพิสูจน์ถึงความแตกต่างด้านคุณภาพหรือราคาด้วยตัวของลูกค้าเอง พนักงานมีหน้าที่เพียงแค่แนะนำและตอบข้อสงสัยเท่านั้น
7. เก็บข้อมูลเข้าพบลูกค้า
เมื่อพบลูกค้าทุกครั้งควรที่จะเก็บข้อมูลหรือสอบถามความต้องการของลูกค้าเป็นรายบุคคล เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาสินค้าและบริการให้กับองค์กรในอนาคตได้ อาจให้ลูกค้าทำแบบสอบถามเพิ่มเติมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทำให้ธุรกิจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงและสร้างความสัมพันธ์อันยั่งยืนกับลูกค้าได้ในระยะยาว
💡หน้าที่หลักของ “งานเซลล์”
หลายท่านอาจเข้าใจว่า งานเซลล์ หรือพนักงานขาย คือการขายสินค้าเพียงอย่างเดียวให้แก่กลุ่มเป้าหมายเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ความสำคัญของหน้าที่งานเซลล์มีมากกว่าที่ท่านคิด ไม่ว่าจะเป็น
1. การสร้างฐานลูกค้าใหม่ เซลล์มีหน้าที่ศึกษากลุ่มเป้าหมายและกลุ่มตลาดเพื่อค้นหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ให้แก่องค์กรอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งยังมีหน้าที่ในการสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ให้กับองค์กรและลูกค้า
2. รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า แน่นอนว่างานเซลล์คือการติดต่อและติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะทางช่องทางไหนก็ตาม ลูกค้าจะรับการบริการหลังการขายผ่านการช่วยเหลือและให้คำแนะนำจากเซลล์เป็นซะส่วนใหญ่ ทำให้ความสำคัญของเซลล์จึงจำเป็นจะต้องมีปฏิสัมพันธ์และสามารถที่จะรักษาความสัมพันธ์อันดีแก่ลูกค้าในระยะยาว เพื่อที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อสินค้าของทางบริษัทอีกครั้ง
3. ออกใบเสนอราคามีหน้าที่นำเสนอและออกใบเสนอราคาที่มีความสำคัญในการนำเสนอสินค้าและราคาของนั้นๆ นอกจากนี้ตำแหน่งเซลล์จำเป็นจะต้องชี้แจงรายละเอียดราคาอย่างชัดเจน ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างยากเนื่องจากลูกค้าอาจตัดสินใจที่จะไม่ซื้อสินค้าตามใบเสนอราคา เพราะฉะนั้นเซลล์จำเป็นจะต้องใช้ทักษะในการเจรจาต่อรองเพื่อปิดการขายให้ได้
หน้าที่หลักๆ ของ งานเซลล์ ก็จะมีประมาณนี้ หากองค์กรไหนหรือกลุ่มธุรกิจไหนที่มีเซลล์เก่งๆ โอกาสที่จะขายสินค้าและบริการได้ก็ย่อมมีมากยิ่งขึ้นด้วย
