แนะนำเรซูเม่สำหรับงานฟรีแลนซ์หรือตำแหน่งที่ไม่ประจำ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาให้ความสนใจในการทำงานแบบฟรีแลนซ์กันมากยิ่งขึ้น เพราะการทำงานฟรีแลนซ์ตอบโจทย์มากกว่าการทำงานประจำในเรื่องของอิสระ อยู่ไหนก็สามารถที่จะทำงานได้ สบายใจไม่ Toxic แถมยังมีอิสระในช่วงเวลาของการทำงานอีกด้วย ซึ่งการทำงานแบบฟรีแลนซ์ก็ต้องขอบอกเลยว่ามีหลายสายหลายแนว ทั้งประเภทงานที่เกี่ยวกับไอที ประเภทงานที่เกี่ยวกับ Content การตลาด งานกราฟฟิก และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากหารายได้เสริม หรืออยากเข้าสู่วงการฟรีแลนซ์ หนึ่งสิ่งที่จำเป็นจะต้องมีนอกจากทักษะที่เกี่ยวกับการทำงาน นั่นก็คือการจัดทำ resume ในการสมัครงาน หลายท่านอาจจะมองข้ามในจุดนี้ แต่รู้หรือไม่ว่าการสมัครเพื่อรับทำงานแบบฟรีแลนซ์ ก็จำเป็นจะต้องมี resume ประกอบการสมัครงานเช่นเดียวกันกับการสมัครงานแบบประจำ เพราะฉะนั้นหากคุณยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นทำการเขียน Resume สำหรับการสมัครงานฟรีแลนซ์แบบไหนบ้าง วันนี้เรามีแนวทางดีๆ มาแนะนำ และบอกต่อวิธีการเขียน Resume สมัครงานฟรีแลนซ์ให้กับทุกท่านได้ศึกษาเรียนรู้
💡ข้อแนะนำก่อนเริ่มต้นสร้าง resume ในการสมัครงานฟรีแลนซ์
การเขียนเรซูเม่สำหรับงานฟรีแลนซ์หรือตำแหน่งไม่ประจำควรมุ่งเน้นที่ผลงาน ทักษะเฉพาะตัว และความยืดหยุ่นในการทำงาน ควรจัดรูปแบบให้กระชับและน่าสนใจ และที่สำคัญคุณควรใช้ข้อมูลให้ตรงกับสายงานมากที่สุด การเขียน Resume ที่ดีควรเขียนแบบกระชับ ได้ใจความครบครัน ซึ่งสเต็ปในการเขียน skill basic resume หรือการเขียน Resume มีทั้งหมด 3 Step ที่คุณควรเขียน นั่นก็คือ
· step ที่ 1 ในอันดับแรกให้คุณทำการลิสต์ทักษะในการทำงานที่มีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Hard Skill Soft Skill หรือเป็นทักษะระดับไหนก็ตาม ที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือผลงานที่เคยทำ
· step ที่ 2 อันดับต่อมาคือการจัดกลุ่มความสามารถของตัวเองให้เป็นหมวดหมู่ รวมถึงจัดกลุ่มผลงานที่เคยทำ ยกตัวอย่างเช่น ทักษะในการขาย หากคุณกำลังสมัครงานที่เกี่ยวกับการขายหรือการตลาด แต่ถ้าหากจะสมัครงานที่เกี่ยวกับไอที กราฟฟิก ก็จะเป็นการจัดอันดับที่เกี่ยวกับทักษะการทำวีดีโอ ผลงานโปรเจคต่างๆ
· step ที่ 3 สุดท้ายคือการเลือกทักษะที่เกี่ยวข้องกับงานที่กำลังจะสมัคร ซึ่งคุณจะต้องเลือกมาแค่ 3 ทักษะที่เกี่ยวข้องมากที่สุด
💡วิธีการเขียน Resume สมัครงานฟรีแลนซ์ให้น่าสนใจต้องทำอย่างไร มาดูกัน
สำหรับใครที่อยากรู้ว่าขั้นตอนหรือวิธีเขียน Resume เพื่อเริ่มต้นเป็นใบเบิกทางในการสมัครงานแบบฟรีแลนซ์ ต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีวิธีการนำเสนอ resume มาบอกต่อซึ่งข้อมูลที่คุณควรเขียนลงใน resume มีดังนี้
1. ข้อมูลติดต่อ ใส่ชื่อ-นามสกุล, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์, และช่องทางการติดต่อออนไลน์ที่มืออาชีพ เช่น LinkedIn หรือเว็บไซต์ผลงาน (Portfolio) ของคุณ
2. แนะนำตัวสั้นๆ ประมาณ 2-3 ประโยค โดยเน้นทักษะหลักและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานฟรีแลนซ์ ควรทำให้เห็นถึงจุดแข็งที่โดดเด่น เช่น ความเชี่ยวชาญในด้านเฉพาะและสไตล์การทำงาน
3. การศึกษา (Education) ระบุข้อมูลการศึกษาและการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเรียนหลักสูตรที่พัฒนาทักษะตรงกับงานที่คุณรับ
4. ประสบการณ์ทำงาน (Relevant Work Experience) ระบุโครงการและลูกค้าที่เคยร่วมงาน โดยจัดลำดับโครงการที่สำคัญหรือน่าสนใจให้มาก่อน ซึ่งควรเขียนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณกำลังจะสมัคร
5. ทักษะ (Skills) จัดลำดับทักษะที่สำคัญในการทำงานฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะทักษะที่คุณมีความเชี่ยวชาญ เช่น ทักษะด้านการเขียน การออกแบบ การเขียนโปรแกรม หรือการจัดการโครงการ แบ่งทักษะออกเป็นกลุ่ม เช่น ทักษะด้านเทคนิค และ ทักษะด้านการสื่อสาร
6. ผลงานที่โดดเด่น (Key Achievements or Portfolio) แนบตัวอย่างผลงานหรือเชื่อมโยงไปยัง Portfolio ออนไลน์ รวมถึงรายละเอียดโครงการที่เคยทำให้ลูกค้าที่มีชื่อเสียงหรือผลงานที่ประสบความสำเร็จ ควรเขียนบรรยายผลงานที่ชัดเจนว่าคุณทำอะไรและผลลัพธ์เป็นอย่างไร
💡ข้อดีของการเขียน Resume เพื่อสมัครทำงานแบบฟรีแลนซ์ คืออะไร
การเขียนเรซูเม่สำหรับงานฟรีแลนซ์ มีข้อดีหลายอย่างที่ช่วยเสริมความน่าสนใจและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ว่าจ้าง ดังนี้
- สร้างความน่าเชื่อถือ: เรซูเม่ทำให้ผู้ว่าจ้างเห็นถึงความเป็นมืออาชีพ และความรับผิดชอบในการทำงานฟรีแลนซ์ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นว่าเรามีทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสม
- แสดงทักษะเฉพาะตัวได้อย่างชัดเจน: การจัดหมวดหมู่ทักษะที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานฟรีแลนซ์จะช่วยให้ผู้ว่าจ้างเข้าใจว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านใดบ้าง เช่น การออกแบบ กราฟิก หรือการเขียนโปรแกรม ซึ่งเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือก
- โชว์ผลงานเด่น: เรซูเม่สามารถระบุผลงานหรือโปรเจกต์ที่สำเร็จ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ดีให้ผู้ว่าจ้างเห็นศักยภาพและผลงานจริงของผู้สมัคร ซึ่งจะทำให้ผู้ว่าจ้างตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
- ประหยัดเวลาสำหรับการเจรจา: เมื่อผู้ว่าจ้างเห็นข้อมูลและประสบการณ์ของเราชัดเจนในเรซูเม่ ทำให้ผู้ว่าจ้างมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับงานที่เราทำได้ แถมยังช่วยลดเวลาในการสอบถามรายละเอียดและเจรจาเบื้องต้นอีกด้วย
บทความที่เกี่ยวข้อง
