ทำความรู้จักระบบการทำงาน Work from Anywhere ของ SCB ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจากสถานการณ์ Covid-19 ได้เกิดขึ้นได้เกิดขึ้นหลาย ได้เกิดขึ้นหลายๆองค์กรต่างปรับตัวเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรค เช่นเดียวกับ SCB หรือธนาคารพาณิชย์จำกัดมหาชน ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำงานของพนักงานในรูปแบบใหม่ คือ รูปแบบ Work from Anywhere และหลังจากสถานการณ์นั้นเริ่มดีขึ้นSCB ได้มีการประเมินผลการทำงาน jobfinfin พบว่าการทำงานรูปแบบใหม่นี้ได้ผลดีเกินคาด หลังจากนั้นทางบริษัทก็ได้มีนโยบายให้ทำงานแบบ Work from Anywhere ต่อไป
💡Work from Anywhere คืออะไรกันนะ
“Work from Anywhere” เป็นแนวคิดที่ให้พนักงานหรือคนทำงานมีความอิสระในการทำงานจากทุกที่ที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องติดตัวกับสถานที่ทำงานแบบเดิมๆ แนวคิดนี้ จะให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี ในการทำงานร่วมกับความยืดหยุ่นในสภาพแวดล้อมทำงานของพนักงานให้เหมาะสม กับความต้องการ
ความสำคัญของ “Work from Anywhere” ได้รับการเน้นมากขึ้นในช่วงปีหลังๆ นี้ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีความต้องการที่สูงขึ้นจากพนักงานที่ต้องการมีชีวิตที่มีความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว
การทำงานจากทุกที่นั้น สามารถทำได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและทรัพยากรทางธุรกิจได้อย่างปลอดภัย และการใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์หลายรูปแบบ เช่น การประชุมทางวิดีโอ และแพลตฟอร์มคลาวด์
นอกจากนี้ ยังสามารถมีผลต่อความยืดหยุ่นในเวลาทำงานทำให้สามารถเลือกเวลาทำงานให้เหมาะสมกับความต้องการ รวมไปถึงการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาที่ทำงาน ทำให้ลดเวลาจากการขับขี่หรือการเดินทางในระหว่างชั่วโมงเร่งรีบ เพื่อมาทำงาน แนวคิดของ “Work from anywhere” ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการรวมทีมงานจากที่ต่างๆ ทั่วโลก และสามารถลดต้นทุนเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน
💡ระบบการทำงาน Work from Anywhere
การทำงานระบบ “Work from Anywhere” มักนำเสนอความยืดหยุ่นในการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน โดยให้พนักงานที่มีสิทธิ์ทำงานจากทุกที่ที่ต้องการ และนี่ขั้นตอนและคุณสมบัติในระบบ Work from Anywher
● อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี : การทำงานจากทุกที่ ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรและเร็วพอ นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีที่ทำให้สามารถเข้าถึงระบบงานและข้อมูลภายในบริษัท จะเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การใช้ VPN (Virtual Private Network) เพื่อความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ
● เครื่องมือสื่อสาร : การใช้เครื่องมือสื่อสารทางออนไลน์, การประชุมทางวิดีโอ, และแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทีมสามารถติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
● ระบบความปลอดภัย : มีการให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และระบบทำงาน การใช้เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัย เช่น การใช้ระบบสิทธิ์ผู้ใช้, การเข้ารหัสข้อมูล, และการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล เป็นสิ่งสำคัญ
● นโยบายการทำงาน : มีการจัดทำนโยบายทำงานที่ชัดเจนเกี่ยวกับเวลาทำงาน, การติดต่อสื่อสาร, และผลงาน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ในกรณีที่มีการทำงานจากที่ต่างๆ
● การบริหารเวลา : การทำงานจากทุกที่ต้องการกำหนดความยืดหยุ่นในการทำงานตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคน ซึ่งสามารถทำให้มีการบริหารเวลาและชีวิตส่วนตัวที่มีประสิทธิภาพ
💡ระบบงาน “Work from Anywhere” ของ SCB ได้ผลดีเกินคาด
ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19SCB ได้ปรับเปลี่ยนการทำงานให้พนักงานทำงานได้จากที่บ้าน หลังจากการปรับเปลี่ยนการทำงานรูปแบบใหม่นี้ องค์กรก็ได้พบว่าผลกระทบของการทำงานแบบใหม่ที่มีรอบด้าน และพบข้อดีที่พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น งานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะการทำงานในรูปแบบนี้ พนักงานสามารถจัดการเวลาได้ดีมากขึ้น เริ่มต้นทำงานได้เลยทันที ไม่ต้องเสียเวลาการเดินทาง ทุกคนสามารถเข้างานได้ตรงต่อเวลา มีการวางแผนงานได้อย่างชัดเจนทุกอย่าง เป็นระบบมากขึ้น แถมพนักงานยังได้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางอีกด้วย รวมไปถึงมีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น
💡ปรับโครงสร้างการทำงาน “Work from Anywhere” ให้เหมาะสม
การทำงานตามระบบ “Work from Anywhere” ก็ยังไม่สามารถทำได้ทุกแผนก เพราะแต่ละส่วนงานก็มีข้อจำกัดของงานที่แตกต่างกันไป และส่วนงานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ก็จะต้องมีการเตรียมความพร้อมปรับโครงสร้างงานใหม่รวมไปถึงอุปกรณ์ในการทำงานและการสื่อสาร ก่อนที่จะเริ่มต้นให้พนักงานเข้าสู่ระบบงานแบบ “Work from Anywhere”
● การทำงานแบบ Remote Working : ที่ส่งผลให้ SCBได้เรื่องทลายกรอบการทำงานแบบเดิมๆ จากแต่ก่อนนั้นกระบวนการพิจารณาและการอนุมัติเอกสารต่างๆ มีหลายขั้นตอน ใช้เวลานาน ส่งผลกระทบต่อความรวดเร็วในการทำงาน เมื่อการทำงานถูกปรับเปลี่ยนเป็นระบบงานใหม่นี้ ทำให้วิถีการทำงานเปลี่ยนไป มีการเอกสารอนุมัติหลายขั้นตอน การเชื่อมต่อข้อมูลที่เข้าถึงกันได้ง่าย แสดงผลข้อมูลที่ตรงกัน จึงทำให้มีการปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น
● ทุกแผนกสามารถวางแผนการทำงานได้เอง : โดยยึดถือวัฒนธรรมการทำงานเดียวกัน ซึ่งสิ่งสำคัญในการทำงาน คือการสื่อสาร ด้วยอุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ครบครัน ที่ทาง SCB ได้จัดเตรียมไว้ให้ได้จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานของพนักงานจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด
● การปรับเปลี่ยนออฟฟิศแบบเดิมๆ : ให้กลายเป็น Co-working Space ที่ให้พนักงานทุกคนสามารถหามุมนั่งทำงานร่วมกันได้ หรือพื้นที่สำหรับประชุมสำหรับแผนกที่ต้องเข้าออฟฟิศ
● ปรับสวัสดิการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ : เมื่อการทำงานเปลี่ยนไป จากแต่ก่อน SCB จะมีห้องพยาบาล แต่เมื่อมีการทำงานที่บ้าน จึงเกิดเป็นระบบที่เรียกว่าSCB Telecare ที่พนักงานสามารถเข้าระบบนัดพูดคุยกับหมอโดยตรง
● ไม่กำหนดเวลาเข้างานและออกงาน : พนักงานของ SCB ไม่จำเป็นต้องตอกบัตรเข้างานอีกต่อไป เพราะปัจจัยหลักที่สำคัญของการทำงานรูปแบบใหม่นี้ จะเน้นไปที่การทำงานให้ตรงตามเป้าหมาย และผลลัพธ์ของงาน
Work from Anywhere ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนรูปแบบการทำงานของ SCBที่ส่งผลในทิศทางที่ดีขึ้น พนักงานสามารถจัดการเวลาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการรักษาความสัมพันธ์ของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ นับได้ว่าการที่ SCB นำรูปแบบการทำงานนี้มาปรับใช้กับองค์กรถือเป็นวิถีทางทำงานรูปแบบใหม่ที่ส่งผลดีให้กับพนักงานและองค์กร
