รู้จักกับ สายงานโลจิสติกส์ สายงานที่ไม่ใช่แค่ขนส่ง!
หากพูดถึงสายงานโลจิสติกส์แล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าจะเกี่ยวข้องกับการขนส่งเพียงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงสายงานโลจิสติกส์จะมีขอบเขตการทำงานที่กว้าง ที่เป็นมากกว่าการขนส่ง ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับสายงานนี้ให้มากยิ่งขึ้น
งานของโลจิสติกส์ตามนิยามของ International Trade Centre (ITC) WTO United Nations จะเริ่มจากการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสต๊อก การจัดการคลังสินค้า การขนส่ง เรื่องบรรจุ และจะสิ้นสุดที่การบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management – CRM) ซึ่งแต่ละ Process จะมีความเชื่อมโยงกัน หาก Process ไหนมีการจัดการที่หละหลวม มักจะส่งผลกระทบถึง Process อื่นๆ แน่นอน และส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดและเห็นได้ชัดนั่นคือลูกค้านั่นเอง เพราะฉะนั้นคนที่จะทำงานสายงานโลจิสติกส์จะต้องมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องของการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management) ซึ่งเราจะอธิบายแต่ Process ให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
รูปแบบงานในโลจิสติกส์ประกอบไปด้วย
การจัดส่ง (Shipping) : การจัดส่งเน้นการบรรจุ และการส่งสินค้าหรือวัตถุดิบจากจุดต้นทางไปยังจุดปลายทาง นี้รวมถึงการเลือกใช้บริการขนส่งที่เหมาะสม การจัดการเอกสารการขนส่ง และการติดตามการส่งสินค้า
คลังสินค้า (Warehousing) : การจัดเก็บ และบรรจุสินค้าหรือวัตถุดิบในคลังสินค้า รวมถึงการจัดเรียง และการจัดจำหน่ายสินค้าตามคำสั่งซื้อหรือคำสั่งจัดจำหน่าย
การจัดการสต็อก (Inventory Management) : การจัดการสต็อกเน้นการควบคุมระดับสินค้าในคลังสินค้าเพื่อให้มีสินค้าพร้อมใช้งานตามความต้องการ และลดการสูญเสียหรือการขาดสินค้า
การจัดการความต้องการ (Demand Planning) : การวางแผนความต้องการของสินค้าหรือวัตถุดิบโดยการวิเคราะห์แนวโน้มและการส่งข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการจากตลาดหรือลูกค้า
บริหารความสัมพันธ์กับผู้ขาย (Supplier Relationship Management) : การควบคุมและจัดการความสัมพันธ์กับผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ผลิต โดยรวมการเจรจาการซื้อสินค้า การควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบ และการควบคุมราคา
การวางแผนการขนส่ง (Transportation Planning) : การวางแผนและเชื่อมโยงระบบขนส่งเพื่อความเรียบร้อยและประสิทธิภาพในการส่งสินค้า.
การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) : การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของสินค้าหรือวัตถุดิบเพื่อให้มั่นใจว่ามีคุณภาพและปลอดภัย
การวางแผนการจัดส่ง (Distribution Planning) : งานในการวางแผนการจัดส่งสินค้าหรือวัตถุดิบจากคลังสินค้าไปยังจุดปลายทาง
การควบคุมค่าใช้จ่าย (Cost Control) : การควบคุมค่าใช้จ่ายในกระบวนการโลจิสติกส์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มกำไร
การจัดการข้อมูล (Data Management) : การจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการโลจิสติกส์ เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้อง และใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจทางธุรกิจ
โอกาสและความก้าวหน้าทางอาชีพ พร้อมรายได้ที่สูง
ใครที่จบโลจิสติกส์สามารถทำงานทั้งในภาครัฐบาลและเอกชน เพราะทั้งสองภาคส่วนนั้นจะต้องใช้คนในการดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ที่จะขยายตัวขึ้น เนื่องจากสายงานโลจิสติกส์ เป็นสายอาชีพที่เฉพาะทาง และสามารถทำได้หลากหลาย และเป็นสายงานที่มีโอกาสเติบโตสูง แถมยังเป็นที่ต้องการในต่างประเทศอีกด้วย ในส่วนของรายได้ของสายงานนี้ในไทย
บัณฑิตจบใหม่เงินเดือนจะอยู่ที่ 15,000 – 20,000 บาท
หากมีประสบการณ์การทำงานในสายงานโลจิสติกส์ อยู่ที่ 1 – 5 ปี เงินเดือนที่ได้รับ จะอยู่ประมาณ 20,000 – 32,000 บาท
ระดับหัวหน้า ที่มีประสบการณ์การทำงาน ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เงินเดือนประมาณ 35,000 – 50,000 บาท พร้อมกับความท้าทายในสายงาน ที่มีเพิ่มมากขึ้น
โอกาสทำงานในต่างประเทศ
ในอเมริกา เงินเดือนของ Supply chain manager เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 3,309,678.60 บาท ต่อปี
ในออสเตรเลีย เงินเดือนของ Supply chain manager เฉลี่ยอยู่ที่ 2,246,134.48 บาท ต่อปี
ในนิวซีแลนด์ เงินเดือนของ Supply chain manager เฉลี่ยอยู่ที่ 1,848,674.61 บาท ต่อปี
ในแคนาดา เงินเดือนของ Supply chain manager เฉลี่ยอยู่ที่ 2,314,557.34 บาท ต่อปี
ในปัจจุบันตลาดแรงงานของไทยและต่างประเทศ สายงานโลจิสติกส์อย่างเป็นที่ต้องการอยู่ตลอด และยังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับใครที่กำลังกังวลอยู่ว่าเลือกเรียนสายโลจิสติกส์จะตกงานหรือไม่ เราบอกตรงนี้ได้เลยว่าไม่ตกงานแน่นอน แถมยังมีโอกาสเติบโตในต่างประเทศอีกด้วย เพราะนอกจากในไทยต่างประเทศก็ยังต้องการสายงานนี้จำนวนมาก และสำหรับใครที่เพิ่งเรียนจบใหม่หรืออยากย้ายงาน สามารถเข้ามาฝากประวัติ ในตำแหน่งงานที่สนใจ และเข้าใช้บริการบนเว็บไซต์ jobfinfin ของเราได้
